Get Adobe Flash player

พี่เท่งหลบบ้าน..(สอง) โดย..เชิงภู

Font Size:

 

                กลิ่นหอมต้มเครื่องในวัวโชยออกจากร้านเล็กที่เป็นเพิงไม้อยู่ข้างสถานีรถไฟหาดใหญ่ หนุ่มชุดยีนส์สะพายเป้เดินตามกลิ่นหอมโดยไม่ลังเล หลังสั่งอาหารเสร็จแล้วเท่งก็นั่งลงบนเก้าอี้ไม้ตัวเก่าปลดเป้วาง จัดแจงรินน้ำในเหยือกพลาสติกบนโต๊ะจนเต็มแก้วยกขึ้นดื่มอย่างรวดเร็ว เพื่อดับอารมณ์โมโหตัวเอง

                ต้มเครื่องในวัวและข้าวสวยที่ไอร้อนกรุ่นในถ้วยสังกะสีวางอยู่ข้างหน้า เท่งเติมเครื่องปรุงจนได้ที่ตักเต็มช้อนเป่าพอเป็นพิธีส่งเข้าปากตามด้วยข้าวสวย หน้าตาดูสดชื่นขึ้นหลังจากได้กินของอร่อย หนุ่มปักษ์ใต้ตัวใสจากเมืองกรุงตะแคงถ้วยสังกะสีขอดน้ำต้มช้อนสุดท้ายผสมข้าวสวยไม่กี่เม็ดก่อนรวบช้อนวางลงเอนหลังพิงพนักเก้าอี้มองดูขบวนรถไฟที่แล่นสวนกัน

เพิ่งจะแปดโมงเช้าแต่หน้าสถานีรถไฟหาดใหญ่พลุกพล่านไปด้วยผู้คน ทุกคนจดจ่ออยู่กับรถไฟขบวนของตนเอง ทั้งนั่งและเดินสวนกันอยู่หน้าสถานีบนชานชาลาดูวุ่นวาย

รถไฟขบวนสายชานเมืองขาขึ้นเริ่มเคลื่อนตัวออก หนุ่มสะพายเป้ยืนอยู่บนบันไดรถไฟ ลมตีเข้าหน้าจนต้องถอยหลังเข้าไปในตัวรถ รถยาวหลายล้อพาผู้โดยสารผ่านทุ่งนา ธรรมชาติสองข้างทางรถไฟดูสดชื่นเพราะแดดยังไม่แรงยามลมโดนผิวเหมือนหอบเอาความเย็นชื้นมากระทบ

รถไฟจอดสนิทพร้อมเสียงประกาศดังไปทั่วสถานีรถไฟ เท่งก้าวลงจากรถเงยหน้ามองแผ่นป้ายสถานีพร้อมอมยิ้มออกมา เขาเดินตรงไปยังตลาดสดที่มีคิวรถโดยสารมุ่งหน้าสู่หมู่บ้าน

รถโดยสารว่างเปล่ายังไม่มีใครขึ้นนั่ง เท่งหันมองซ้ายขวาตัดสินใจเดินเข้าตลาดสด เขาคิดถึงร้านราดหน้าที่เคยกินตั้งแต่เด็กๆ และจำได้ว่าพ่อกับแม่ก็ชอบกินเหมือนกัน หนุ่มสะพายเป้เดินเลี้ยวไปเลี้ยวมาสักพักก็ถึงร้านที่ต้องการ แต่คนขายเปลี่ยนไป ไม่ใช่ตาแป๊ะผมขาวแต่เป็นหนุ่มร่างสูงใหญ่ผิวขาวยืนอยู่แทน

เท่งก้าวขึ้นรถโดยสารที่คนเริ่มนั่งประปราย ถุงพลาสติกหลายใบใส่ข้าวของที่ซื้อจากในตลาดสดวางอยู่บนพื้นรถ หลายคนมองหน้าแต่เขาไม่รู้จักใคร เลยได้แต่ส่งยิ้มให้แทน

รถโดยสารได้เวลาออก บนรถคนเริ่มแน่น เสียงหัวเราะจากชายวัยกลางคน รูปร่างอ้วนเตี้ยดังมาแต่ไกล ชายคนนั้นเดินตรงมาที่รถและตะโกนโหวกเหวกบอกผู้โดยสารให้รีบขึ้นรถ

เสียงรถเบรกดังเอี๊ยด คนโดยสารตัวเอียงกะเทเร่ บางคนถึงกับหัวโขกกัน เสียงบ่นพึมพำไม่พอใจดังทั่วรถ เจ้าของรถเปิดประตูและยื่นหัวออกมาขอโทษปนหัวเราะจนเท่งหนุ่มคนเดียวในรถรู้สึกงงๆกับพฤติกรรมของคนขับ

ออกพ้นตลาดสดมาแล้วรถวิ่งช้าๆ ไปตามถนนใหญ่ ผ่านไปไม่นานก็เลี้ยวเข้าสู่ถนนเล็ก ถึงแม้ถนนจะเล็กแต่ไร้รถราวิ่งผ่าน รถโดยสารคันนี้จึงเป็นเจ้าถนน เท่งนั่งอมยิ้มกับธรรมชาติสองข้างทางที่เต็มไปด้วยทุ่งข้าว บางช่วงเปลี่ยนแปลงไปมากจากทุ่งนาข้าวกลายเป็นบ้านหลังสวยงามปลูกอยู่ติดๆกัน

รถเบรกไม่แรงนักและดับเครื่องไปเลยจนคนโดยสารที่เหลืออยู่มองหน้ากันอย่างงงๆ เจ้าของรถเปิดประตูลงมา แล้วเดินมาจ้องหน้าเท่งที่ประสานสายตามองไม่เข้าใจ

“หลานบ่าวลูกไอ้ผอมใช่ม่าย (หลานชายลูกไอ้ผอมใช่ไหม)?” คนขับรถถามเท่ง

“ครับผม” เท่งตอบยิ้มๆ เมื่อรู้ว่าคนขับรถรู้จักพ่อตัวเอง

“ถ้าพันนั้นดีแล้ว ลงมา (ถ้าอย่างนั้นดีแล้ว ลงมาๆ)”

รถโดยสารจอดหน้าบ้านหลังหนึ่ง ผู้หญิงสูงวัยค่อยๆย่างลงจากรถก่อนเดินมาจ่ายค่าโดยสารและเดินหายเข้าบ้านไปพร้อมกับเสียงพึมพำเหมือนไม่พอใจอะไรบางอย่าง

เหลือผู้โดยสารอีกสามสี่คน รถโดยสารวนเข้าออกซอยนั้นซอยนี้ในหมู่บ้าน จนเหลือแค่สองคนสุดท้ายที่นั่งหน้าบอกบุญไม่รับ

รถโดยสารว่างเปล่าคอยๆชะลอจอดหน้าบ้านหลังหนึ่ง ประตูรถถูกเปิดออกทั้งสองด้าน เจ้าของรถเดินช้าๆไปที่ประตูบ้านมือควานหาอะไรบางอย่างในถุงเก่าที่แขวนอยู่ข้างหน้าต่าง กุญแจรถมอเตอร์ไซค์ถูกแกว่งไปแกว่งมาอยู่ในมือชายอ่อนแรง

มอเตอร์ไซค์คันเก่าวิ่งผ่านรถโดยสารขึ้นสู่ถนนคอนกรีตหน้าบ้าน ที่แฮนรถถุงพลาสติกหลายถุงแกว่งไกว ชายกลางคนนั่งพิงฝาบ้านโบกไม้โบกมือตามหลัง

แม่รับไหว้จากหนุ่มเท่งด้วยสีหน้าแปลกใจและสงสัยเมื่อเห็นมอเตอร์ไซค์จอดอยู่ข้างๆด้วย เท่งปลดถุงพลาสติกออกจากแฮนรถส่งให้แม่

“กินตะแม่ ราดหน้าสาเย็นหมดแล้ว (กินซิแม่ราดหน้า น่าจะเย็นหมดแล้ว)” เท่งบอกแม่

“หลบ (กลับ) บ้านเที่ยวนี้ เหนื่อยแรง (เหนื่อยจัง)” เท่งบ่นแล้วทิ้งตัวบนตะแคร่

“แล้วไปไหนมา ไหนว่ากลับรถโดยสาร?” แม่ถามหนุ่มที่นอนหมดแรง

“ขับรถส่งคนแทนลุงหวิน”

“ ลุงหวินเมา!! ”