Get Adobe Flash player

พี่เท่งหลบบ้าน (จบ) โดย..เชิงภู

Font Size:

                บ่ายคล้อยลมพัดเอื่อยเฉื่อย แสงอาทิตย์ส่องลอดใบต้นชมพู่ มดแดงไต่ตามกันตามขอบตะแคร่เป็นทางยาว บนตะแคร่ร่างยาวในชุดยีนส์นอนหนุนเป้หลับใหล หนุ่มเท่งผู้เหนื่อยอ่อนกับการเดินทางยังคงหลับลึก ไม่รู้สึกตัวแม้มดแดงตัวเล็กเอวคอดจะไต่ขึ้นมาจนใกล้ปากแล้วก็ตาม

                เท่งสะดุ้งสุดตัวมือคว้าหมับที่ปากตัวเอง กลิ่นและรสชาติเปรี้ยวอยู่มุมปากมดแดงตายคามือ เขาถ่มน้ำลายทิ้งบ่นพึมพำก่อนจะทิ้งตัวลงหวังหลับต่อ

                “ ไอ้เท่งว่าพรือ (ไอ้เท่งว่าไง)?” เสียงตะโกนจากหน้าบ้าน เท่งเงยหน้ามองอย่างงงๆ

                “ ไอ้บ้า!! เสียชื่อค่ายหมด นั่งรถไฟพ้นไปหาดใหญ่น่าบัดสี (อาย) นะมึง” ปองหนุ่มวัยเดียวกันที่เป็นทั้งเพื่อนและญาติพูดไปหัวเราะไป หนุ่มบนตะแคร่ได้แต่อมยิ้ม

                “ อ้อ! ได้ข่าวว่าขับรถให้ลุงหวินกันเหอ (ด้วยเหรอ)? ฮ่าฮ่าฮ่า หนุกแรงมึง (สนุกจังนะมึง)” เพื่อนตัวดำยังแซวไม่หยุด

                “ เต็มที่เพื่อน เอาที่บายใจแหลงตามบาย (เอาที่สบายใจพูดตามสบาย)” เท่งเหน็บเล็กๆ แต่ไม่ได้ระคายใจหนุ่มตัวดำที่ตั้งหน้าตั้งตาหัวเราะ

                อาทิตย์ยังคงหลบอยู่หลังเหลี่ยมเขาไม่นานนักค่อยๆไต่ขึ้นมาอย่างช้าๆ แสงแรกของวันใหม่สาดส่องท้องทุ่งหน้าบ้าน เท่งสูดอากาศสดชื่นเข้าปอด บรรยากาศยามเช้าที่บ้านเกิดช่างสดชื่นเกินจะกล่าว คนละเรื่องกับเมืองหลวงทีเพิ่งจากมา เขาขมวดคิ้วคิดอะไรบางอย่าง

                จากหน้าบ้านเท่งเดินลัดเลาะสู่สวนยางหลังบ้าน ดินยังคงชื้นจากฝนตกเมื่อคืน ใบเขียวของยางพาราแกว่งไกวไปมา แดดลามเลียถึงสวนยางแล้วแต่ใบเขียวทึบยังคงบดบังแสงจ้าไม่ให้ส่องถึงพื้นดิน

                “ ไปไหนล่ะ เท่ง?” เท่งหันไปมองแม่นั่นเองที่เดินลัดสวนยางมาจากบ้านป้าฝั่งทางโน้น

                “ เดินเล่นนิ!! ไม่ได้ไปไหน ช่วงนี้ฝนตก ยางตัด (กรีดยาง) ไม่ได้ แล้วพ่อกับแม่ทำไหร (อะไร)ล่ะ?” เท่งหันหลังเดินเคียงคู่แม่กลับบ้าน

                “ แล้วพักอิทำไหร!! อยู่บายๆแหล่ะ (แล้วจะต้องทำอะไร อยู่สบายๆ ) ” แม่ตอบกวนๆ เท่งยิ้มชอบใจ “ หมดฝนก็ได้ตัด อีกสักพักก็ทำนา ช่วงนี้พักไปก่อน” แม่บอกเท่ง

                “ ว่าแต่เอ็งเถอะ ต่อใดอิหลบมาอยู่บ้านล่ะ (เมื่อไหร่จะกลับมาอยู่บ้านล่ะ)? กรุงเต็บ (กรุงเทพ) มันน่าอยู่ตรงไหน บ้านเรามีงานให้ทำกะลุย (มีงานให้ทำเยอะแยะ) เรื่องนั้นลืมไปได้แล้ว แล้วก็แข็บหลบมา (แล้วก็รีบกลับมา)” แม่พูดยาวเหยียด

                เท่งก้มหน้าครุ่นคิดตามคำแม่ แต่ยังไม่มีคำพูดใดๆออกจากปาก ผู้เป็นแม่ได้แต่มองหน้า..อย่างมีความหวัง

                เสียงทักทายภาษาถิ่นดังจอแจ วัดประจำหมู่บ้านเต็มไปด้วยผู้คนที่เดินทางมาทำบุญตักบาตรวันขึ้นปีใหม่ เท่งหน้าตาสดใสกอดโถใส่ข้าวสารเข้าแถวเดินตามหลังแม่ พระนั่งเรียงรายมีบาตรวางอยู่ด้านหน้า ปองเดินเข้ามาแทรกอยู่ด้านหลังมือหิ้วถุงใส่ของตักบาตร

                “ ไปเข้าแถวข้างหลังโน่น แซงพันนี้ไม่ดีนะมึง (แซงแถวแบบนี้ไม่ดีนะ)!!” เท่งเอ็ดเบาๆและกระทุ้งศอกใส่เพื่อน แต่เพื่อนตัวดำไม่ได้สนใจยิ้มยิงฟันขาวให้

                สองหนุ่มเดินลงจากศาลาโรงธรรมหลังเสร็จกิจกรรมตักบาตรปีใหม่ เท่งหันซ้ายหันขวามองสำรวจรอบๆวัด พ่อค้าแม่ค้าเต็มลานวัด ผู้คนเดินผ่านไปมาแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าสีสดใส แต่แล้วเขาก็ยืนนิ่งอึ้งจนปองที่เดินอยู่ด้านข้างมองตามสายตานั้น พร้อมเอามือตบไหล่เพื่อน

                “ ยังไม่ลืมเหอเพื่อน (ยังไม่ลืมเหรอเพื่อน)? ลืมได้แล้ว  ” เท่งฝืนยิ้มให้เพื่อนที่รู้เรื่องราวของเขาดีกับเหตุผลที่พาตัวเองพำนักอยู่เมืองกรุงมานานหลายปี

                สาวเสื้อสีชมพูมือซ้ายหิ้วตะกร้ามือขวาจูงลูกเดินตามชายหนุ่มที่อุ้มลูกตัวเล็กไว้ในอ้อมแขน เธอผู้นั้นไม่รู้เลยว่า ถูกพูดถึงด้วยชายสองคนใกล้ศาลาโรงธรรม

                “ สาวๆ ลุยเสียเหม็ด (สาวๆเยอะแยะไป) เอาคนไหนเลือกเอาตะ (เลือกเอาซิ)” ปองพูดติดตลกตามประสาคนสนุกสนาน พร้อมกับยักคิ้วให้สาวน้อยหน้าตาจิ้มลิ้มที่เดินผ่านจนสาวเจ้าอายหน้าแดง พลอยทำให้เท่งรู้สึกครึ้มอกครึ้มใจไปด้วย

                กลางเมืองหลวงไอแดดจ้าส่องแสงอย่างไม่ปราณีใคร เท่งในชุดเมสเซ็นเจอร์จอดรถมอเตอร์ไซค์คู่ใจหน้าบริษัท เมื่อผลักบานประตูเข้าไปไอเย็นฉ่ำจากแอร์กระทบตัว เขาเดินตรงหายเข้าไปยังห้องกระจกใส

                บ้านหลังเดิมที่ด้านหน้าเป็นทุ่งนา และสวนยางซ่อนอยู่หลังบ้าน กลางสวนยางมีคนก้มๆเงยๆ ขะมักเขม้นกรีดยางอย่างตั้งใจ

                น้ำยางพาราไหลเอื่อยลงถ้วยที่รองรับอยู่ เมื่อหันไปมองต้นยางพาราที่กรีดไปไม่นานด้านหลังนั้น แม้น้ำยางจะไหลช้าๆ แต่ตอนนี้จะปริ่มถ้วยแล้ว

                “ ไม่คล่าว (รอ) กูเลยนะมึง ไอ้เท่ง กูบอกแล้วว่าจะมาช่วยตัดยาง (กรีดยาง) !!”