Get Adobe Flash player

พลัดต้นโหนด !! โดย..เชิงภู

Font Size:

 

                ยามเช้าหน้าทุ่งกว้าง ต้นโตนดยืนต้นเรียงแถวตามคันนา ยามลมพัดแรงเสียงเสียดสีกระทบกันของใบตาลโตนดดังกราว บางครั้งเสียดสีกันไปมาจนทางใบตาลอันใหญ่ที่กรอบแห้งเป็นสีน้ำตาลค่อยๆหลุดออกและล่วงลงสู่พื้น

                ใต้ต้นตาลที่ทางใบตาลกรอบแห้งนอนแน่นิ่ง ข้างๆนั้นลูกตาลสุกที่ร่วงหล่นจากต้นเปลือกสีดำปลีแตกออกจนเห็นเนื้อตาลสุกสีเหลืองบางลูกเริ่มเน่ามีแมลงชอนไชและแมงหวี่รุมตอมกองสุมกันอยู่

                ป้าจุนกับกล้วยสองยายหลานกำลังเดินหาลูกตาลสุก พลิกลูกนั้นพลิกลูกนี้ดูว่ายังใช้ได้หรือเปล่า ลูกไหนยังใช้ได้ก็หยิบใส่กระสอบปุ๋ย  กล้วยหลานชายป้าจุนค่อยๆแซะลูกตาลแห้งออกจากพงหญ้า เด็กชายใช้มีดปอกเปลือกแห้งสีดำติดดินออกไม่นานนักเสียงผ่าลูกตาลแห้งก็ดังสนั่นเพราะกล้วยเอาลูกตาลไปผ่ากระแทกกับคันนา

                กล้วยใช้ความพยายามไม่นาน ลูกตาลแห้งก็ถูกผ่าออกเป็นสองซีก เนื้อลูกตาลข้างในแห้งแข็งแต่ตรงกลางมีเนื้อสีขาวนวล กล้วยเอานิ้วงัดขึ้นส่งเข้าปาก

                “ แม่แก่ (ยาย)  กินพวมโหนดม่าย (กินจาวตาลไหม) ?” กล้วยเคี้ยวพลางส่งเสียงถามยาย

                “ ไม่กิน..เสร็จแล้วมาช่วยลากถุงปุ๋ยหลบเรินกัน (กลับบ้านด้วย)” ป้าจุนบอกหลาน

                ลูกตาลสุกสีเหลืองอร่ามนอนอยู่ในกะละมังสามลูก ป้าจุนหยิบลูกตาลสุกขึ้นมาหนึ่งลูกเอาไปชุบน้ำในขันเล็กข้างตัว แล้วเอาไปขยี้ยีไสไปมาบนกระด้งไม้ไผ่ที่ข้างล่างนั้นมีกะละมังรองรับอยู่ เนื้อลูกตาลเหลืองสวยไหลลงข้างล่าง

                “ ปอกสักสองหน่วย (ลูก)  ก็พอแล้ว” ป้าจุนบอกกล้วยที่นั่งปอกเปลือกลูกตาลให้

                เนื้อลูกตาลอยู่ในผ้าขาวบาง ป้าจุนรัดปากผ้าไว้แน่นนำไปแขวนไว้ข้างฝาบ้าน น้ำสีเหลืองจากผ้าขาวหยดลงดิน

                เที่ยงวันกล้วยยังคงหลับอุตุอยู่บนตะแคร่ ข้างตะแคร่เปลือกมะพร้าวกระจัดกระจาย ป้าจุนยกมือปาดเหงื่อหลังจากคั้นมะพร้าวเสร็จแล้ว จากนั้นเดินไปปลดถุงผ้าที่เนื้อลูกตาลน้ำหยดหมดแล้วออกมาเทใส่กะละมัง เอาแป้งข้าวเจ้าผสมลงไปในเนื้อลูกตาล และตักน้ำกะทิที่คั้นไว้เติมทีละหน่อยค่อยๆนวดจนเนื้อลูกตาลแป้งและกะทิเข้ากัน ใส่น้ำตาลทรายนวดได้ที่แล้วนำไปตากแดนไว้ที่นอกชาน จับมีดได้เดินตรงไปกอกล้วยข้างบ้านวุ่นวายกับใบตองสีเขียวสด

                กล้วยตื่นขึ้นมาล้างหน้าเสร็จ รู้หน้าที่ตัวเอง คว้ากระต่ายขูดมะพร้าวได้นั่งคล่อมขูดมะพร้าวท่าทางคล่องแคล่ว ไม่นานมะพร้าวเป็นเส้นฝอยก็เต็มกะละมังเล็ก

                “ แม่แก่เหอผมขูดพร้าวเสร็จแล้ว (ยายครับผมขูดมะพร้าวเสร็จแล้ว) ” กล้วยตะโกนบอกยาย

                “ แม่แก่เอาแป้งที่สมแล้ว ไปตากแดดไซรล่ะ (ยายเอาแป้งที่ผสมเสร็จแล้วไปตากแดดทำไม)? ” กล้วยถามยายที่เดินมาถึงตะแคร่

                “ ให้แป้งขึ้น นึ่งแล้วหนมฟูสวย ตากได้นานๆยิ่งดี” ป้าจุนตอบเบาๆ

                ป้าจุนตักแป้งใส่ลงในใบตองรูปทรงรีในมือพอประมาณหยิบมะพร้าวขูดโรยหน้าบรรจงห่อกลัดด้วยไม้กลัดจากก้านมะพร้าว วางเรียงในกระด้งข้างตัว กล้วยหยิบห่อขนมที่ยายห่อเสร็จลงนึ่งในลังถึงเก่าบนเต่าถ่านที่ไฟร้อนระอุ

                “ ทำไหรกัน (ทำอะไรกัน)? ” เสียงทักจากหน้าบ้าน

                “ น้าหลำมาแล้ว ดีใจจัง!! ” กล้วยส่งเสียงร้องดีใจเมื่อเห็นน้าชาย “ ลืมแล้วม่ายสัญญาไอ้ไหรไว้ (ลืมหรือยังสัญญาอะไรไว้)?” กล้วยทวงถาม

                “ ไม่ลืม ไปกันเลย..ไป” หลำชวนหลานชาย

                “ ไม่นั่งพักก่อนเหอ มาเหนื่อยๆ เดี๋ยวอิพลาดมือพลาดตีน (ไม่นั่งพักก่อนเหรอมาเหนื่อยๆ เดี๋ยวจะพลาดมือพลาดเท้า)” ป้าจุนบอกเบาๆ

                “ ไม่พรือหรอก (ไม่เป็นไรหรอก) ไป ไอ้กล้วย” หลำผู้เป็นลูกชายบอกแม่และเอ่ยชวนหลานที่ดีใจจนออกนอกหน้า

                สองน้าหลานเดินตามกันออกไป ป้าจุนห่อขนมเสร็จและหย่อนลงลังถึงนึ่งรอบสุดท้าย เงยหน้ามองไปทางหน้าบ้าน ขมวดคิ้วนิดหน่อย

                ป้าจุนล้างมือเสร็จเดินออกไปดูที่หน้าบ้าน ตะวันแยงตาจนต้องเอามือป้องไว้ หยีตามองไปไม่เห็นอะไรก็หันกลับพอดีกับที่กลางทุ่งบางอย่างลอยละลิ่วร่วงลงจากต้นตาล

                หันหลังเดินเข้าบ้านได้ยังไม่ถึงตะแคร่ เสียงร้องเรียกจากด้านหลัง จนป้าจุนต้องหันกลับมา

                “ แม่แก่ (ยาย) ช่วยทีๆ น้าหลำนอนอยู่ใต้ต้นโหนด (ต้นตาล) ” กล้วยตะโกนบอก

                ป้าจุนใจหายวูบ ตกใจจนเดินเซ กล้วยต้องรีบเข้าประคอง

                “ พลัดต้นโหนดเหอๆ (ตกต้นตาลเหรอ) ?” ป้าจุนไม่รอฟังคำตอบ รีบเดินจนผ้าถุงปลิว พ้นหน้าบ้านได้นิดเดียวก็สวนกับหลำลูกชายที่เดินกลับมาพร้อมลูกตาลสดบนบ่า

                “ มึงเป็นไหรม่ายๆ (มึงเป็นอะไรไหม)!!?” ป้าจุนถามน้ำเสียงตกใจ

                “ พอลงถึงดิน คริว (ตะคริว) กินขาพอดี ”