Get Adobe Flash player

เรียนเหมือนวิ่ง โดย..เชิงภู

Font Size:

 

                ทุ่งข้าวสองข้างทางถนนดูเขียวสด รวงข้าวค่อมคู้เหมือนทักทายเด็กนักเรียนชายหญิงที่ปั่นจักรยานผ่านไป บางกลุ่มมีแต่เด็กนักเรียนชายที่ปั่นจักรยานแข่งกันฉวัดเฉวียนหวาดเสียวว่าจะล้ม บางกลุ่มมีทั้งเด็กนักเรียนหญิงชาย ปั่นจักรยานคุยกันกระหนุงกระ หนิง  รั้งท้ายไปไม่มากนักลูกปลาปั่นจักรยานอยู่คนเดียว

                บริเวณโรงเรียนขยายโอกาสพื้นที่มากมายและเต็มไปด้วยต้นไม้เขียวครึ้ม ตึกใหญ่ตึกเดียวตั้งตระหง่านโดดเด่นตัวตึกดำด่างไปตามกาลเวลา ด้านหน้าตัวตึกเป็นสนามหญ้าขนาดย่อมซึ่งติดกับถนนเล็กที่ถัดไปนั้นเป็นสนามหน้าเสาธง และโรงเรือนสำหรับไว้ทำกิจกรรมต่างๆ และโรงอาหาร ส่วนด้านข้างตัวตึกเป็นสนามหญ้าขนาดใหญ่ ติดกับสนามวอลเล่ย์บอลและสนามบาสเกตบอล พ้นบริเวณพื้นที่โรงเรียนไปนิดเดียวคือถนนรถไฟยาวเหยียด และป่ากล้วยของชาวบ้าน

                โต๊ะเรียนหลังสุดของห้องคือที่ของลูกปลาและเพื่อนซี้ แม้เธอจะอยู่ห้องคิงคือแผนกวิทย์-คณิตศาสตร์ แต่การเรียนอยู่ในระดับปานกลาง โดยเฉพาะวิชาคำนวณเป็นวิชาที่ลูกปลาไม่ชอบอย่างที่สุดแต่เธอกลับชอบวิชาภาษาอังกฤษ ภาษาไทย สังคมศึกษาและศิลปะ

                ในห้องมีการแบ่งกลุ่มกันเองซึ่งเกิดขึ้นโดยธรรมชาติของเด็กนักเรียน กลุ่มเด็กเรียนดี และกลุ่มเด็กมีฐานะหน่อยถึงจะเรียนไม่ดีก็จะรวมกลุ่มเดียวกันนั่งเรียงรายอยู่โต๊ะหน้าสุดซึ่งคุณครูจะสนใจเด็กเหล่านี้มากกว่ากลุ่มไหนๆ ตามความรู้สึกของลูกปลา ถัดไปกลางห้องคือกลุ่มเด็กเรียนปานกลาง และโต๊ะเรียนแถวท้ายๆ คือกลุ่มเด็กเรียนอ่อนและกลุ่มเด็กผู้ชายที่ไม่สนใจเรียน

                และวันนี้ลูกปลาก็ได้อายเพื่อนอีกครั้งเมื่อทำโจทย์คณิตศาสตร์ในกระดานหน้าชั้นเรียนไม่ถูก เธอถูกคุณครูทำโทษให้ยืนอยู่หน้ากระดานตรงนั้นตลอดชั่วโมงเรียน

                ชั่วโมงถัดมาลูกปลามีความสุขขึ้นเพราะเป็นวิชาภาษาไทย คุณครูให้เด็กทุกคนอ่านกลอนในหนังสือเรียนเป็นทำนองเสนาะ ลูกปลาลุกขึ้นอ่านอย่างมั่นใจเสียงเพราะใสแจ๋วจนเงียบงันกันทั่วห้องอ่านเสร็จเงยหน้าขึ้นจึงได้เห็นสายตาบ่งบอกความพอใจของคุณครูที่ส่งมาให้ เธอสุขใจเกินจะกล่าว ความอายเมื่อชั่วโมงก่อนหน้านี้หายสิ้น

               

                เสียงกริ่งบอกเวลาพักเที่ยงดังขึ้นพร้อมกับเสียงเฮของเด็กนักเรียนผู้ชายหลังห้อง เด็กนักเรียนเดินออกจากห้องหมดแล้วเหลือแต่ลูกปลาและเพื่อนซี้ เธอทั้งสองก้มลงหยิบถุงข้าวห่อจากกระเป๋าออกมานั่งกิน กินกันไปหัวเราะกันไปอย่างมีความสุข

                วันใหม่ในห้องเรียน หลังจากหนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมาต้องคร่ำเคร่งกับการทำข้อสอบในภาคเรียนแรก เด็กนักเรียนทุกคนนั่งเงียบสงบเพื่อฟังคุณครูบอกผลสอบ นักเรียนแถวหน้าดูจะใจจดจ่อแววตาคาดหวังอย่างมากมาย แตกต่างจากเด็กนักเรียนแถวหลังที่สายตามีแววกังวล แต่ลูกปลานั้นมีทั้งความกังวลและลุ้นอยู่ในแววตา

                วิชาคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์คะแนนอยู่รั้งท้ายเหมือนเดิม ลูกปลาได้แต่ถอนใจและรู้สึกอายเพื่อน แต่ก็กู้หน้าด้วยคะแนนวิชาภาษาไทยและศิลปะที่มาเป็นอันดับหนึ่ง รวมทั้งวิชาภาษาอังกฤษที่เธอยังคงได้ทำได้ดีอยู่อันดับสามของห้อง

                “ เก่งพอถิ (เก่งจังเลย) เพื่อนเรา สอบได้ที่เจ็ด ” ตุ้มเพื่อนซี้เอ่ยชมลูกปลา

                “ ดีใจตะ (ดีใจเลย) อย่าทำหน้าเศร้า กูได้ที่สิบห้ายังไม่เศร้าเลย” ตุ้มพูดต่อพร้อมหัวเราะ

                ที่สนามหญ้าตอนเย็นก่อนเลิกเรียน เด็กนักเรียนหลายคนออกกำลังกายเล่นกีฬาที่ตัวองถนัด ลูกปลาในชุดพละของโรงเรียนวิ่งเหยาะๆ อยู่หลายรอบแล้ว โดยตุ้มเพื่อนซี้นั่งรออยู่ขอบสนาม ลูกปลาเป็นนักกีฬาของโรงเรียนไม่ได้เก่งในการวิ่งระยะใกล้ แต่เน้นวิ่งทนในระยะไกล แม้ไม่โดนเด่นแต่ก็สามารถเข้าแข่งขันได้เมื่อมีการจัดกีฬาที่โรงเรียน และที่สำคัญผู้เป็นพ่อสนับสนุนและเธอก็ชอบวิ่งเพื่อออกกำลังกายด้วยเช่นกัน ดังนั้นเมื่อมีโอกาสออกกำลัง วิ่งรอบสนามคือกีฬาที่ลูกปลาเลือก

                สาวน้อยสองคนปั่นจักรยานกลับบ้านหลังเลิกเรียน เสื้อพละที่ลูกปลาใส่นั้นเหงื่อชุ่มเริ่มแห้งหมาด สองคนปั่นจักรยานตามสบายไม่รีบร้อนมากเพราะพรุ่งนี้เป็นวันเสาร์

                “ ต่อเช้าทำไหร (พรุ่งนี้ทำอะไร)?” ตุ้มถามลูกปลา

                “ ทำเป็นถามอีกนะ รู้อยู่แล้วนิ ว่าเราต้องทำอะไร?” ลูกปลาพูดพลางค้อนเพื่อน

                จักรยานวางพิงข้างโรงรถลูกปลาดึงกระเป๋านักเรียนออกจากตัวหนีบท้ายรถ รถไม้คันเก่าจอดอยู่ในโรงรถแต่พ่อกับแม่ไม่อยู่บ้าน เธอรีบเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดอยู่บ้านแล้วเข้าครัวจัดการอาหารมื้อเย็น

                “ วิชาเลขเฉียดตกนะ (วิชาคณิตศาสตร์เกือบตกนะ)” พ่อพูดเมื่อดูสมุดพกหลังกินข้าวเสร็จ

                “ แต่นุ้ย (หนู) ได้ที่หนึ่งภาษาไทยกับศิลปะ” ลูกปลาบอกพ่อเบาๆ

                “ ดีแล้ว คนเรามันต้องมีดีมั่งแหล่ะวะ” พ่อบอกยิ้มๆ

                “ ทำพรือดี (ทำอย่างไรดี) ให้เรียนวิชาเลขได้เก่งๆ?” ลูกปลาบ่น

                “ การเรียนก็เหมือนกีฬา ชอบวิ่ง วิ่งแค่ (วิ่งระยะใกล้) วิ่งไกล (วิ่งระยะไกล) ก็คือวิ่งเหมือนกัน ตั้งใจฝึกตั้งใจวิ่งเราก็วิ่งได้ดีทั้งสองอย่าง การเรียนก็เหมือนกัน !!”