Get Adobe Flash player

สงกรานต์..โห..บานตะไท !! โดย..เชิงภู

Font Size:

            “ อรุณเบิกฟ้า นกกาโบยบิน ออกหากินร่าเริงแจ่มใส เราเบิกบานรีบมาไวไว ยิ้มรับวันใหม่ยิ้มให้แก่กัน...” เสียงเพิ่งแตกหนุ่มของเด็กชายวัยสิบสามนามว่าขามเจ้าเก่าร้องเพลงลั่นถนน ส่วนมือนั้นเข็นรถเข็นคันเล็กที่ในรถประกอบไปด้วยลังโฟมใส่น้ำแข็ง น้ำเปล่าขวดเล็ก และน้ำอัดลมหลายโหล รวมทั้งเสื่อ และเตาปิ้งย่าง

            “ เราไม่น่าคิดแช (คิดช้า) เลยนะ ว่าม่าย (ว่ามั้ย)? ” ขามคุยกับคนข้างๆ “ เราน่าจะเริ่มขายตั้งแต่แรกวา (เมื่อวาน) นะ สาดน้ำอยู่ได้ ไม่เข้าเรื่อง” ลูกปลาได้แต่อมยิ้มกับคำพูดของหนุ่มน้อย มือคอยประคองรถเข็นไม้ประคองเข็นไปข้างหน้าด้วยกัน

            จุดหมายปลายทางคือสำนักสงฆ์เขาอ้น ที่วันนี้มีการจัดงานวันสงกรานต์ชาวบ้านพากันมาตักบาตรทำบุญ และพบปะพูดคุยกัน ซึ่งเป็นประเพณีประจำปีทำกันทุกปีไม่เคยขาด

            สองน้าหลานเข็นรถอ้อมภูเขาลูกน้อย เพราะยังเช้าอยู่มากบรรยากาศจึงดูสดชื่น นกบินผ่านส่งเสียงร้องทักทาย ถนนคอนกรีตสายเล็กกั้นกลางระหว่างภูเขาลูกน้อยและทุ่งเขียว ลมเช้าพัดผ่านสบายตัว เงาภูเขาทอดทับทุ่งกว้าง ลมพัดยอดข้าวพลิ้ว ท้องฟ้าสดใส ชวนให้ใจคึกคัก

            หน้าสำนักสงฆ์ เต็นท์ถูกกางไว้เรียบร้อย สำหรับวางข้าวหม้อแกงหม้อจากชาวบ้านที่ทำแล้วนำมารวมกันรับประทานด้วยกันแล้วแต่ใครอยากกินอะไร แต่ตอนนี้บนโต๊ะยังว่างเปล่า สองหน้าหลานสอดส่ายมองหาที่ทางสำหรับวางร้านของตัวเอง

            “ อย่าหยับ (ขยับ) ไปทางนั้นมากแรง (มากเกินไป) ที่เค้าเล่นกร๊อกแกร๊ก (การพนันชนิดหนึ่ง ชาวบ้านจะเล่นกันในช่วงสงกรานต์ ใช้ลูกเต๋าสามลูกใส่ในภาชนะเหมือนถ้วยเล็กๆ แล้วปิดฝายกขึ้นฝัด) เดี๋ยวอิโถกด่า (เดี๋ยวจะถูกด่า) ” ขามพูดกับน้าสาว

            โต๊ะพับตัวเล็กถูกยกออกจากรถเข็นจัดวางเรียบร้อยแล้ว ปูทับด้วยผ้าใบผืนน้อยสีฟ้า ลูกปลาจัดที่ทางวางขวดน้ำเปล่าทั้งที่แยกเป็นขวดๆ และที่อยู่ในแพ็คเป็นโหลๆไว้ด้านหน้าให้คนเดินผ่านไปมาได้มองเห็น ถัดไปเป็นขวดน้ำอัดลมทั้งน้ำโค้ก น้าส้ม น้ำแดง น้ำเขียว วางเรียงราย พร้อมแก้วและหลอดดูด

            ถาดสแตนเลสปูทับด้วยใบตองเขียวสด ข้างๆกันกะละมังใบใหม่พร้อมใส่ผักแนม ถุงสำหรับบรรจุ และกระป๋องใส่เงิน

            ขามปูเสื่อเรียบร้อยจัดที่ทางวางเตาปิ้ง จัดการก่อไฟควันฟุ้งเตรียมย่าง ดึงแหนมออกมาเสียบไม้ทีละอันพักไว้ในถาด ไฟหมดควันไม่รอช้าแหนมเรียงรายอยู่บนตะแกรง ส่วนลูกปลาหิ้วถังใบเล็กเดินไปเปิดน้ำจากก๊อกน้ำหน้ากุฏิพระ กลับมาไม่รอช้าล้างพริกขี้หนู กะหล่ำปลี และแตงกวา ผ่าออกเรียงในกะละมังในถาดบนโต๊ะ

แหนมย่างส่งกลิ่นหอมฟุ้ง ขามคอยพลิกไปมาจนเนื้อสุกแดงสวยทยอยนำไปวางในถาดสแตนเลส 

น้ำแข็งก้อนเล็กถูกเทลงเต็มลังโฟม ขามควักเงินจ่ายให้คนมาส่งห้าสิบบาท ทุกอย่างพร้อมสำหรับการขายในวันนี้ พร้อมกับที่โต๊ะยาวใต้หลังคาเต็นท์ที่ตอนนี้เต็มไปด้วยข้าวหม้อแกงหม้อจากชาวบ้านที่เริ่มวางเรียงราย และแม่ค้าเจ้าอื่นๆที่เพิ่งถึงกันมาจับจองที่ทำมาหากิน มีทั้งแม่ค้ามะม่วงน้ำปลาหวาน ไอติมกะทิสด ลูกชิ้นทอด ไก่ทอด สารพัดยำ

ด้านหลังทิวแถวแม่ค้าปักหลักขายของ วงกร๊อกแกร๊กก็เริ่มบรรเลง เสียงเฮดังลั่นเป็นระยะๆ

ขามตักน้ำแข็งใส่แก้วพลาสติก เทน้ำอัดลมใส่พอปริ่มๆ เสียบหลอดส่งให้ลูกค้า รับเงินมาหย่อนลงกระป๋องใส่เงิน และรีบไปพลิกแหนมที่น้ำมันหมูย้อยหยดลงถ่านเสียงดังฟู่ ควันลอยฟุ้ง แหนมสุกดีรวบไม้นำไปวางบนถาด  ลูกปลานั้นวุ่นวายกับการขายแหนม มากมายคนอุดหนุน เหยียบจับแหนมใส่ถุงเสร็จ ตามด้วยพริก กะหล่ำปลี แตงกวาพอแนมได้ ส่งให้ลูกค้า รับเงินมาวางใส่ในกระป๋อง

“ อัยยา !! ขายดีแรงวันว่างนี้ (ขายดีจังวันสงกรานต์นี้) เนือยแล้วเด (หิวแล้วซิ) ไม่รู้ในเต็นท์ยังไหรมั่ง (มีอะไรบ้าง)” ขามพูดไปพลิกแหนมไป ตาเหล่มองชาวบ้านที่เดินมาจากเต็นท์พร้อมอาหารในมือหลายคนปักหลักนั่งกินอยู่หลังร้านแหนมย่าง กินหมดก็ลุกขึ้นไปตักอาหารมาเพิ่มอีก กับข้าวหวานคาว พร้อมสรรพ

ขามสะบัดหัวไล่ความหิว เพราะกำลังขายดีลูกค้าเข้าร้านไม่ขาด แหนมพักอยู่ในถาดไม่นานก็หายไป เลยจำใจเสียบแล้วย่างๆ แต่ไม่วายเงยหน้ามองไปทางเต็นท์ฝั่งโน้น ลูกปลามองแล้วขำส่ายหัว “เนือยกะไปกินก่อนตะ (หิวก็ไปกินก่อนซิ)” ลูกปลาบอกหลานชาย แต่ขามยังคงนิ่ง

ถ้วยกับข้าวทั้งหมูต้ม แกงกะทิหยวกหมูสามชั้น แกงไตปลา แกงเหลือง และถ้วยใส่ขนมหวาน ทั้งลอดช่องเขียว ลอดช่องแก้ว(ลอดช่องสีขาว)วางอยู่ข้างหลังขาม เจ้าของยกซดเสียงดัง

“ บานเลยๆ ไม่ไหวแล้วเว้อ (ไม่ไหวแล้วโว้ย) ” ขามร้องดัง

“ ไอ้ไหรล่ะ (อะไรล่ะ)? ” ลูกปลาหันมาถาม

“ กับข้าวแหล่ะ ลุยเสียแหม็ด ไปก่อนนะ !!”