Get Adobe Flash player

เหมือนหนามฮับ โดย..เชิงภู

Font Size:

 

                ยังไม่ทันจะสาย แสงแดดก็แผดแรง นกดุเหว่าส่งเสียงร้องดังทั่วทุ่งกว้างที่ดูเวิ้งว้างไร้ต้นข้าว มีแต่ดินแห้งแตกระแหงกับหญ้าตายซากคาท้องนา ปีนี้ความร้อนระบาดไปทั่วร้อนอย่างรุนแรง บางวันฟ้าก็หลอกลวงครึ้มเอาใจ แต่ไม่นานนักก็จางหายไป แดดจ้ามาแทนที่เหมือนเดิม

                จักรยานสองคันเก่าที่คนปั่นปั่นเรื่อยๆ ไม่รีบร้อน สาววัยรุ่นกับเด็กหนุ่มนมเพิ่งแตกพาน คือน้าหลานคู่ซี้ที่ทุกคนในหมู่บ้านรู้จักกันดี ลูกปลาและขาม วันนี้ผู้เป็นน้าชวนหลานชายปั่นจักรยานสู่บ้านตาขาว

                ต้นนมแมวข้างทางที่ฝุ่นเขรอะ แต่ผลสุกสีส้มลูกเล็กๆเป็นช่องามนั้นไม่อาจรอดพ้นสายตาของขามไปได้ เขาหยุดปั่นจักรยานเอาขาค้ำไว้มือดึงพวงลูกนมแมวออกมาเช็ดกับกางเกงก่อนค่อยๆปอกเปลือกเห็นเนื้อขาวใสเป็นวุ้นกลิ่นหอมอ่อนๆโชยออกมา ขามไม่รอช้าส่งเข้าปากไม่นานนักก็ถ่มเม็ดเล็กๆสีดำทิ้ง

                “ กินลูกนมแมวม่าย (มั้ย) ?” ขามชวนลูกปลา

                “ ไม่กิน ถุนทั้งเพกินไปได้พรือ (ฝุ่นทั้งนั้นกินได้ยังไง) ” ลูกปลาพูดพร้อมส่ายหัว

                “ ปอกเปลือกทุ่ม (ทิ้ง) กะหมดเรื่อง” ขามพูดเบาๆ

                สองน้าหลานปั่นจักรยานผ่านทุ่งร้าง ทั่วทุ่งไม่มีต้นไม้เล็กใหญ่สีเขียวให้เห็นเลย มีแต่ต้นหญ้าอะไรบางอย่างบนคันนา ใบกร้านแห้งสีแดงอมเขียว ขามนิ่วหน้ามองสงสัยเพราะตลอดคันนานั้นเต็มไปด้วยต้นหญ้านี้

                “ ต้นไอ้ไหร (อะไร) เต็มหัวนา (คันนา) ” ขามพูดพลางชะเง้อมอง

                “ ต้นหนามฮับ (ไมยราบ มีหนามตามลำต้นที่เลื้อยไปตามพื้นดิน ใบคล้ายผักกระเฉดเมื่อถูกกระเทือนใบจะหุบราบทันที) ไม่รู้จักเหรอ? ” ลูกปลาหันไปเห็นก็ตอบหลาน

                “ ไอ้ไหรวะ (อะไรวะ) ? ทั้งท่องยังแต่หนามฮับ (ทั้งทุ่งมีแต่ไมยราบ) ” ขามพูดเบาๆ

                จักรยานสองคันเลี้ยวเข้าอาณาเขตบ้านตาขาว ทั้งสองสัมผัสได้ถึงความร่มรื่นเพราะบริเวณนั้นเรียงรายไปด้วยต้นหว้าใหญ่ ไม่ไกลจากต้นหว้าใหญ่คือบ้านไม้ทรงไทยสมัยเก่า 

                หมาเจ้าบ้านส่งเสียงเห่าจนสองน้าหลานต้องหยุดปั่นจักรยาน เปลี่ยนจากปั่นเป็นจูงเดินไปพร้อมกัน เจ้าของบ้านผมขาวชะเง้อมองแขกมาเยือนอยู่บนชานบ้าน

                “ ใครวะ?” ตาขาวตะโกนถาม

                “ นุ้ยนิตา (หนูเองตา) ลูกปลาลูกพ่อล่ายค่ะ” ลูกปลาบอกเมื่อเดินไปถึงบันไดขึ้นบ้าน น้องหมาสีดำหยุดเห่ายืนส่ายหางต้อนรับผู้มาใหม่ มันคงจำได้เพราะลูกปลามาบ้านนี้บ่อยๆ

                “ อ้อ แล้วมาธุระไหรล่ะ (แล้วมาธุระอะไรล่ะ) ? ขึ้นมาบนเริน (บ้าน) ก่อน..มา” ตาขาวยิ้มให้ผู้มาเยือนและชักชวนขึ้นบ้าน

                ทีวีขาวดำตัวเครื่องเป็นไม้แบบสมัยเก่าขนาดใหญ่วางอยู่กลางบ้าน กำลังส่งเสียงดังไปทั่ว ตาขาวนั่งลงจ้องมองภาพเคลื่อนไหวสีดำขาวในทีวีอย่างสนใจ เป็นภาพการต่อสู้ของสองหนุ่มใส่เสื้อเชิ้ตลายดอกแขนยาวและกางเกงปลายกว้างเป็นขาม้า

                “ ตาแลไอ้ไหร (ตาดูอะไรอยู่)? ” ขามถามพลางกระถดเข้าไปใกล้ๆ

                “ แลหนัง (ดูภาพยนตร์) หนุกแรง (สนุกมาก) บู๊ได้แรงอก (บู๊สะใจ) ” ตาขาวตอบขามตาไม่ได้ละจากทีวี  “ เรื่องทอง สมัยแรกๆ (ภาคแรกๆ) ตอนกรุง ศรีวิไลยังหนุ่มๆ” ตาขาวพูดต่อ  ขามไม่รอช้านั่งเคียงข้างดูทีวีอย่างสนใจ ในทีวีสองหนุ่มยังคงไล่สู้กัน  อีกหนึ่งหนุ่มจู่โจมแบบเจ้าเล่ห์และคอยหลบหลีกบ่งบอกว่าสู้ไม่ได้

                “ อัยยา...ตัวโกงทำเก่ง แต่สู้พระเอกไม่ใช่ได้ (สู้พระเอกไม่ได้) ” ขามวิจารณ์การต่อสู้ในทีวี  แต่ไม่นานก็จบตอนและมีรายการอื่นมาแทนที่

                “ เอ๊า!! จบแล้วเหอ (อ้าวจบแล้วเหรอ)? หนังยังไม่จบเลยรายการอื่นมาแล้ว” ขามบ่น

                “ ส่งนานแล้ว มันส่งสองวัน ต่อเช้าอีกวัน (พรุ่งนี้อีกวัน) ” ตาขาวบอกและลุกขึ้นไปปิดทีวี

                “ แล้วตกลงมาทำไหรนิ (มาทำอะไร)? ” ตาขาวหันมาถามลูกปลา

                “ พ่อให้มาบอกว่า พรุ่งนี้จะไปล้มวัวที่บ้านตาหวิน ถ้าตาจะไปก็ให้ตามไปหัวเช้าๆ(ตอนเช้า)” ลูกปลาบอก

                “ อ้อได้  อิหลบแล้วม่าย (จะกลับหรือยัง) ? เอาลูกม่วงเบา(มะม่วงเบา มะม่วงบ้านพันธุ์ลูกเล็กมีทั่วไปในภาคใต้) ไปทำน้ำชุบ (น้ำพริก) ไปเก็บกันที่ชายท่อง (ชายทุ่ง) ไป” ตาขาวชวน

หลังบ้านข้างคันนา มะม่วงเบาลูกกลมเขียวเต็มโคนต้น ทั้งสามคนช่วยกันเก็บใส่ถุง

“ หนังหนุกแรง (สนุกมาก) คนร้ายสู้พระเอกไม่ได้เลย” ขามพูดพลางเก็บมะม่วงไปด้วย

“ คนร้ายกะเหมือนหนามฮับ” ตาขาวพูด ทำขามงง “หนามฮับ?พันพรือล่ะตา?” ขามถาม

“ มึงลองเหยียบหนามฮับแลตะ(ดูซิ)” ตาขาวบอก ขามทำหน้าแหยงๆกลัวหนามแหลม แต่ก็ยอมเหยียบ หนามฮับใต้ฝ่าเท้าหุบลู่ราบกับพื้นดิน

“ เห็นม่าย มีหนามเสียเปล่า เหยียบปุ๊บ หุบปั๊บ ไม่ได้ความ!! ”