Get Adobe Flash player

ขอบอกว่าเถ้าทั่ม!! โดย..เชิงภู

Font Size:

 

                แดดอ่อนๆแยงลอดผ่านใบไม้ชายตีนเขา เสียงนกเช้าหลายชนิดร้องขับกล่อมให้พื้นที่บริเวณนั้นน่าอยู่เสียจริง แม้จะเข้าฤดูฝนแล้วแต่ยังไม่มีเม็ดฝนหล่นลงมาให้เห็น แต่ละวันแดดจ้านำพาแต่ความร้อนมาให้  มีเฉพาะที่ตรงนี้..ตรงตีนเขาลูกน้อยที่ตอนเช้าน่าอยู่นัก แม้กลางวันจะร้อนจัดแต่ต้นไม้ยังมีให้หลบร่ม

                คนที่ปีนป่ายอยู่บนต้นส้มโอ โยนตัวจากกิ่งโน่นไปกิ่งนี้ ดูคล่องแคล่วและแข็งแรง ใช้มือบิดขั้วผลส้มโอโยนทิ้งลงข้างล่างเสียงดังตึก จากนั้นปีนต่อไปกิ่งโน่นกิ่งนี้ตามที่คนข้างล่างคอยบอก

                “ อัยยา!! เหนื่อยแล้วนิ เช้าๆให้ขึ้นต้นส้มโอ เซ็งแรง (เบื่อจัง) ” ขามบ่นปอดแปด

                “ อย่าบ่น!! เนี่ยได้หลายหน่วย (ลูก) แล้ว” ลูกปลาตะโกนจากข้างล่าง “ แลหน่วยนั้นตะ(ดูลูกนั้นซิ!!) อยู่ข้างขวา เติบม่าย (ใหญ่มั้ย) ?” ลูกปลายังคงตะโกนบอกต่อ

                “ กะเถ้าอยู่ (ก็ใหญ่อยู่) ” ขามส่งเสียงบอก

                “ นั่นแหล่ะ!! เอาลูกนั้นลูกเดียวก็พอแล้ว ” ลูกปลาบอกยิ้มๆ

                ส้มโอหลายลูกอยู่ในกระสอบปุ๋ย ขามลากมาวางไว้บนตะแคร่ข้างต้นสวา (ต้นสะหวา ต้นละมุดของคนปักษ์ใต้) ก่อนจะนั่งลงปัดเนื้อตัวและเกาแข้งขาเพราะพิษจากมดแดงบนต้นส้มโอ

                สวนเล็กๆติดเชิงเขานี้เป็นที่ดินของครอบครัวลูกปลา พื้นที่เต็มไปด้วยต้นไม้ที่ปลูกทิ้งไว้แต่ได้ผลไว้กินไว้ขายได้ มีทั้งละมุด มะละกอ กล้วย ส้มโอ กอไผ่หลายกอ และน้อยโหน่ง ถัดจากที่ตรงนี้ไปไม่ไกลนักคือที่นาของครอบครัวที่พ่อกับแม่ไม่เคยทิ้งร้างพยายามปลูกข้าว เพิ่งจะมาปีนี้ที่ไม่ได้ทำนาเลยเพราะเจอแล้งหนักฝนไม่ตกเลย

                ไม่ไกลจากที่ขามนั่งอยู่ ใต้ต้นละมุดสัตว์ตัวน้อยสี่เท้าสีเทาดำหางเป็นพวงวิ่งผ่านไปผ่านมาอย่างคุ้นเคย ขามนั่งมองนิ่งไม่นานนักก็เดินอ้อมไปด้านหลังตะแคร่ ก่อนจะเดินไปถึงที่หมายใครบางคนก็ดึงอาวุธที่เหน็บไว้ที่บั้นเอวออกไปเสียก่อน

                “ อัยยา!! เอาปางนูกลับมาถิ (เอาหนังสะติ๊กคืนมา) ” ขามหันมาขออาวุธคืนจากลูกปลา

                “ โร้นะว่าอิไปยิงเหลีย (รู้นะว่าจะไปยิงกระแต)” ลูกปลาพูดอย่างรู้ทัน “ อิไปยิงหมันไซร (จะไปยิงมันทำไม)? ให้มันวิ่งไปวิ่งมาพันนี้ (แบบนี้) แหล่ะ ดีแล้ว” ลูกปลาพูดต่อ

                “ ไม่ยิงกะได้ (ไม่ยิงก็ได้) ” ขามพูดเสียงอ่อยๆ และรับหนังสะติ๊กที่ลูกปลายื่นคืนให้

                ลูกปลาเดินหายไปหลังบ่อน้ำ ตรงนั้นมีต้นกล้วยค้อมจะหักแหล่ไม่หักแหล่เพราะเครือกล้วยที่สุกนั้นใหญ่ไม่น้อย เธอหักบิดกล้วยสุกมาสี่ห้าลูกและเดินกลับไปวางไว้ใต้ต้นละมุด ก่อนจะบอกให้ขามเอามีดพร้าที่พกมาด้วยนั้นไปตัดเครือกล้วย

                “ ใช้กูแหล่ะหล่าว (ใช้กูอีกแล้ว) ” ขามบ่นแต่ก็ยอมไปทำโดยดี กล้วยเครือสุกกับกระสอบส้มโอพร้อมมีดพร้าวางเคียงกันบนตะแคร่

                กระแตสี่ห้าตัววิ่งสวนกันไปมาใต้ต้นละมุด บางตัวทำจมูกฟุดฟิดส่วนขานั้นทำหน้าที่เขี่ยกล้วยน้ำว้าสุกที่ลูกปลาวางไว้ให้ ลมพัดวูบใบไม้แกว่งเจ้าห้าตัวยืนนิ่งหูชันแต่ไม่นานนักก็ก้มลงสนใจผลไม้เปลือกสีเหลืองต่อ

                “ อยากยิงมากใช่มั้ย? อยากทดสอบฝีมือ อยากใช้ปางนู ว่างั้น?” ลูกปลาถามขามที่นั่งอยู่ด้วยกันบนตะแคร่ ขามนิ่งมองกระแตก่อนหันมาพยักหน้าให้ผู้เป็นน้า

                “ ถ้าพันนั้น (ถ้าอย่างนั้น) ตามมา!!” ลูกปลาบอก

                ลูกปลาเดินนำหน้าขามตรงไปยังทุ่งร้างข้างหน้า ผ่านกอไผ่ข้างทาง แต่ละกอเต็มไปด้วยใบไผ่ทับถมกันเมื่อย่างเหยียบ ใบใต้เท้าก็ทรุดตัวลงซบดิน เมื่อโผล่ถึงทุ่งนา เธอเดินนำขามไปยังต้นไม้ใหญ่บนคันนาซึ่งคันนานั้นกินพื้นที่นาไปพอสมควรเพราะตัวต้นไม้ใหญ่มาก เมื่อหยุดยืนใต้โคนต้นเห็นมะม่วงลูกเล็กมากมายเรียงรายประดับต้น

                “ อัยยา!! ลูกม่วงคัน (มะม่วงป่า ลูกเล็ก ผิวเปลือกสาก ผลมีรสเปรี้ยว ปอกเปลือกแล้วไม่ล้างก่อนกิน จะคันคอ ) เต็มต้นเลย” ขามพูดและเงยหน้ามองสายตาเป็นประกาย

                “ เต็มที่เลยไอ้หลานบ่าว ดีหวายิงเหลียม่ายล่ะ (เต็มที่เลยไอ้หลานชาย ดีกว่ายิงกระแตมั้ย)?” ลูกปลาพูด

                ขามไม่ตอบเงยหน้ามองเป้าหมาย ก่อนง้างหนังสติ๊กสุดแรงเสียงดังวืด  พร้อมๆกับพวงลูกมะม่วงคันตกลงบนพื้นดินนา บางลูกปริแตกนอนแน่นิ่ง ขามยิ้มชอบใจในความแม่นยำของตัวเอง

                “ ได้แรงอกพี่น้องเหอ (สะใจจริงพี่น้องครับ) ” ขามพูดก่อนเดินไปก้มหยิบพวงมะม่วงนั้น เมื่อดึงลูกที่แตกออกจากขั้วยางสีขาวขุ่นไหลหยด ขามค่อยๆลอกเปลือกออกส่งเข้าปากกัด

                “ กินพันนี้คันปากคันคอ ค่อยท่าแล (กินแบบนี้คันปากคันคอ ค่อยดูซิ) ” ลูกปลาว่าหลาน

                ขามโยนมะม่วงในมือทิ้ง เอามือเช็ดกับกางเกงพอลวกๆ ก่อนถอยหลังเงยหน้าตั้งท่าง้างหนังสะติ๊กแล้วยิงออกไปดังขวับ ลูกมะม่วงร่วงลงดินพร้อมเสียงหวื่อๆ บนต้นมะม่วง

                “ เสียงไหรวะ (เสียงอะไรวะ)? ” ขามทำหน้าแปลกใจ ก่อนอ้อมเดินไปอีกด้านของต้นมะม่วง

                “ ชิบฉายแล้ว รังผึ้ง!!” เสียงพูดตกใจ “ วิ่ง น้าปลาวิ่ง เร็วๆ” ขามตะโกนบอก

                “ รังเติบม่าย (รังใหญ่มั้ย) ? ” ผู้เป็นน้าวิ่งตามหลาน ปากก็ส่งเสียงถาม

                “ ขอบอกว่าเถ้าทั่ม !! ”