Get Adobe Flash player

หอยขมผมชุ๊บ!! โดย..เชิงภู

Font Size:

กลางทุ่งนาป่าข้าวเขียวชี้โด่ชี้เด่ ฟ้าเพิ่งเปิดแสงแดดยามเช้าเพิ่งแย้มออกมา แดดอุ่นแต่ลมแรง หนุ่มน้อยที่นั่งอยู่บนคันนาไหล่ห่องุ้มหน้าตาเบื่อหน่ายเท้าสองข้างที่แช่อยู่ในน้ำขี้โคลนนิ้วหัวแม่น้ำจิ้มบดบี้ขี้โคลนเล่นข้างตัวนั้นมีถังดำเล็กๆวางอยู่ มีเม็ดกลมๆสีดำสุมอยู่ก้นถัง

          เสียงตะโกนโหวกเหวกมาตามลมของคนที่อยู่อีกแปลงนาหนึ่ง ทำให้หนุ่มน้อยที่นั่งเล่นอยู่นั้นลุกขึ้นทันทีเหมือนมีอะไรมากัดก้น พร้อมหิ้วถังเดินลงทุ่งก้มๆเงยๆเก็บเจ้าก้อนกลมเล็กๆ ลงถัง ก้มเก็บไปปากก็บ่นพึมพำไปด้วย

            เก็บหอยขมได้เต็มถังเล็กขามเดินขึ้นคันนาเอาถังที่เต็มไปด้วยหอยขมเทลงในกระสอบ แล้วหันหลังลงทุ่งเก็บต่อ ขามบ่นพึมพำแต่ก็สนุกกับการเก็บหอยเหมือนกัน หอยขมพวกนี้กำลังได้ราคาดี แม่ของขามจึงออกกลางทุ่งเก็บหอยขมไว้ขายเป็นอาชีพเสริมทุกเช้า วันนี้ก็มาเก็บหอยขมในทุ่งนาหน้าบ้านลูกปลา ขามที่หลบหน้าแม่อยู่ที่บ้านน้าสาวจำใจต้องช่วยเก็บตามคำสั่งของแม่

            กระสอบปุ๋ยที่อัดแน่นไปด้วยหอยขมถูกขามลากมาตามคันนา ก่อนจะยกขึ้นแบกบนบ่าเมื่อต้องข้ามคูน้ำแล้วเดินเข้าบ้านของลูกปลา

            “ อุตส่าห์หนีมาอยู่นี่ ยังตามมาใช้นะแม่เรานิ!!” ขามบ่นก่อนวางกระสอบปุ๋ยข้างตะแคร่

            “ อ้าว มาแล้วเหอ (มาแล้วเหรอ) กำลังจะออกไปช่วยเก็บอยู่เลย ” ลูกปลาเดินออกประตูบ้านมาเห็นขามนั่งอยู่ที่ตะแคร่ก็ทักทาย

            “ หอยลุยเสียแหม็ด (เยอะแยะ) วันนี้แม่บอกว่าเก็บเท่านี้ก่อน” ขามบอกน้าสาว ก่อนหันไปมองหน้าประตูเข้าบ้านที่ผู้เป็นแม่เดินเข้ามา เท้าสองข้างดำด่างจากขี้โคลนในทุ่ง มือสองข้างหิ้วถังเล็กที่หอยเต็มถังเอาไปวางข้างๆกระสอบปุ๋ย

            “ อัยยา!! หอยขมจังเสีย (เยอะแยะ) ต่อเช้า (พรุ่งนี้) ค่อยมาเก็บอีก” แม่ของขามพูดหน้าตายิ้มแย้มก่อนหันไปยิ้มให้ลูกปลา

            “ หอยที่เก็บไว้ให้แรกวา (เมื่อวาน) เอาทำไหรแล้วม่าย (เอาทำอะไรรึยัง)?” แม่ของขามถามลูกปลา

            “ ยังเลย แกงม่าย(มั้ย)? เดี๋ยวนุ้ย(หนู)ทำให้กิน ข้าวหุงเสร็จแล้วเหลือแต่แกง” ลูกปลาบอก

            เสียงตำเครื่องแกงในครัวดังสนั่น  ส่วนขามที่อยู่ข้างบ้านเทหอยขมที่จับขังไว้ตั้งแต่เมื่อวานเย็นลงบนกระสอบปุ๋ยตัวหอยสะอาดใสไม่มีตะไคร้เกาะแล้วเพราะจับขังไว้หนึ่งคืนหอยจะคายสิ่งสกปรกหรือขี้โคลนออกมา ขามเอาสก็อตไปร์ทขัดตัวหอยก่อนวางเขียงและเอามีดสับท้ายหอยจนหมดและแช่น้ำไว้อีกครั้ง ส่วนแม่นั้นปอกมะพร้าวอยู่หลังบ้านเสียงตีลูกมะพร้าวดังปุ๊บ ไม่นานนักมะพร้าวสีขาวก็เต็มกะละมัง

          แกงกะทิหอยขมส่งกลิ่นหอมอบอวล ลูกปลาล้างใบชะพลูที่ขามเก็บมาวางไว้หั่นเสร็จแล้วโรยลงหม้อ จวักคนจนใบชะพลูซุกซบกับหอยขม ครกกะละมังถูกล้างวางคว่ำเรียบร้อยพร้อมๆกับแกงหอยบนเตาไฟได้ที่พอดี

            “ เรียบร้อยแล้วจ้า มากินข้าวกันเร็ว ” ลูกปลาตะโกนบอกสองแม่ลูกหน้าบ้าน ก่อนปูเสื่อและจัดวางกับข้าวทั้งปลาเค็มทอดและผัดมะละกอใส่ไข่ที่เหลืออยู่และถูกอุ่นจนร้อน ทุกอย่างวางเรียงเรียบร้อยพร้อมข้าวสามจานล้อมรอบ

            “ น้าปลาตักแกงหอยถ้วยเติบๆ (ใหญ่ๆ) เลยนะ” ขามตะโกนสั่งจากหน้าบ้าน

          สามคนนั่งล้อมวง ลูกปลาเดินไปหยิบไม้จิ้มฟันมา เธอส่งให้ขามแต่ขามไม่รับทำหน้าทะเล้นใส่

          “ ใครเค้าใช้ไม้จิ้มเขี่ยหอยขมออกมาล่ะ แสดงว่าไม่แน่จริง!! ระดับผมชุ๊บ (การเอาปากดูดหอยขมออกมา) ทีเดียว สบายยยย” ขามคุยโว

            “ แกงเผ็ดได้แรงอก (สะใจ) ลูกปลาเห้อ (ลูกปลาเอ๋ย) ” แม่ของขามพูดพลางสูดปาก ก่อนจะใช้มือเปิบข้าวเข้าปาก

            กะละมังเก่าเต็มไปด้วยซากหอยที่ทั้งสามคนกิน แต่ดูเหมือนยังไม่มีใครทำท่าจะหยุดได้แม้จะอิ่มข้าวแล้วแต่ยังกินแกงหอยกันต่อ  ขามนั้นเหงื่อซึมเต็มหน้าริมฝีปากแดงเจ่อเพราะพิษความเผ็ดของน้ำแกงที่ติดอยู่กับตัวหอยยามประจบจุ๊บเนื้อหอยออกมา  นานเข้าขามเริ่มเหล่มองกระปุกใส่ไม้จิ้มฟัน แต่ลูกปลาทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้

            “ ขอสักอันตะ (ซิ) น้าปลา ไม้จิ้มควัน (ไม้จิ้มฟัน) ไม่ไหวแล้วเด้ แสบปากหมดแล้ว” ขามเอ่ยขอเสียงอ่อยๆ

            “ แขบๆ (รีบๆ) กินเข้าตะไอ้ขาม เสร็จแล้วเอาหอยในสอบ (กระสอบ) ไปล้างแล้วแช่น้ำให้เรียบร้อย” คนนั่งตรงกันข้ามสั่งหลังเอาน้ำล้างมือเสร็จเรียบร้อย

            “ นั่งกินเงียบ พอเอม (อิ่ม) สั่งทันทีเลยนะ!!” ขามแซวแม่

            “ อย่าๆ แม่หยุดเลย หอยหนวยเติบ (ลูกใหญ่) นั้นผมชุ๊บ” ขามเบรกแม่ “ ล้างมือเสร็จเรียบร้อยแล้วกะพอตะ (ก็พอเถอะ)” ขามพูดต่อส่วนแม่นั้นอมยิ้ม

            “ ปากแดงจ๊าด (หมด) แล้ว ยังอิชุ๊บ (ยังจะชุ๊บ) อีก” แม่พูดยิ้มๆ

            “ หมายถึงชุ๊บ..ชุ๊บจองไว้ !!”