Get Adobe Flash player

คลดคง !! โดย เชิงภู

Font Size:

ก้อนหินขนาดใหญ่ตั้งทะมึนอยู่ไม่ไกลจากตีนเขามากนัก ผ่านแดดผ่านลมกัดกร่อนจนเว้าแหว่ง ไม่รู้ทำไมก้อนหินใหญ่ก้อนนี้จึงปลีกวิเวกมานอนซบนิ่งอยู่ด้านล่าง ลูกปลาจำความได้ก็เห็นก้อนหินใหญ่นี้แล้ว มันคงกลิ้งร่วงไหลลงมาจากภูเขาอย่างแน่นอน ใครที่พบเห็นก็จะสรุปแบบนี้
ณ สวนใกล้ตีนเขาตรงนี้เป็นที่ดินของป้าเยื้อนผู้เป็นป้าของลูกปลา สวนตรงนี้ล้อมรอบไปด้วยดงไผ่ ถัดจากดงไผ่ที่เป็นทิวแนวสวยนั้นคือป่ากล้วย และตรงกลางสวนจะเป็นที่ปลูกผักทั่วไปตามแต่ฤดูกาลหรือตามแต่ใจเจ้าของพื้นที่จะใช้สอย สวนตรงนี้เปรียบเหมือนสนามเด็กเล่นของลูกหลานป้าเยื้อนก็ว่าได้ เพราะลูกปลาเองก็ได้ปีนป่ายก้อนหินใหญ่นี้ตั้งแต่เล็กๆ จนตอนนี้เรียนมหาวิทยาลัยแล้ว ก้อนหินก็ยังรออยู่ที่เดิม
ใบไผ่ส่งเสียงเบาๆเบียดป่ายเสียดสีกันยามลมโกรก ฟังดูเหมือนเสียงดนตรีที่ไพเราะแต่เบาไปหน่อยเท่านั้นเอง ส่วนใบกล้วยไหวยวบยาบโยกโย้ตอบโต้เบาๆ ยามลมพัดผ่าน สามคนยืนอยู่ใกล้ก้อนหินมองบรรยากาศรอบข้างอย่างสุขใจ
“อัยยา!! บายแรงพอถิ (สบายเหลือเกิน)” ขามพูดออกมา
“บรรยากาศบ้านของลูกปลาเนี่ยน่าอยู่เน๊อะ เราชอบจริงๆเลย” แก้มเพื่อนสนิทของลูกปลาจากมหา วิทยาลัยเดียวกันเอ่ยชม
วันหยุดนี้แก้มขอลูกปลามาเที่ยวด้วย ส่วนขามนั้นพอรู้ว่าผู้เป็นน้ากลับบ้านและพกเพื่อนมาด้วยก็ไม่รีรอมาเสนอหน้าทันที ลูกปลาก็ไม่เกี่ยงเพราะต้องการแรงงานช่วยเก็บข้าวโพดในสวนป้าเยื้อนอยู่แล้ว
“คงออกฝักลุยเสียแหม็ด (ข้าวโพดออกฝักเยอะเลย)” ขามพูดเสียงตื่นเต้น เพราะจำได้ว่าเพิ่งจะช่วยกันหยอดเมล็ดข้าวโพดลงดินเมื่อไม่นานมานี้เอง ตอนนี้ข้าวโพดโตพร้อมเก็บเกี่ยว ข้ามอมยิ้มเพราะคิดเมนูได้แล้วว่าจะทำอะไรกินเย็นนี้...ด้วยข้าวโพดสดๆจากสวนนี้
“เราเพิ่งปลูกไม่ใช่เหรอน้าปลา เป็นฝักเร็วจัง” ขามพูดพร้อมกับหยิบกระสอบปุ๋ยเปิดปากออกกว้างเตรียมเก็บฝักข้าวโพดใส่
“จะสองเดือนแล้วนะ พอดีเวลาเก็บได้แล้ว” ลูกปลาตอบ
“ไปน้าแก้ม เก็บฝักคงกัน หวันเย็น (ตอนเย็น) เอาไปย่าง รับรอง หอมอร่อย” ขามเอ่ยชวนเพื่อนของน้า
“อะไร..คง? คงคือ?” แก้มถามด้วยสีหน้าสงสัย
“คง ก็คือข้าวโพด ข้าวโพดนั้น บ้านผมเรียก “ คง ” โอเค๊!!” ขามตอบและทำหน้าทะเล้นใส่
สามคนช่วยกันหักฝักข้าวโพดใส่ลงกระสอบปุ๋ย ไม่นานกระสอบแรกก็เต็ม ขามลากกระสอบนั้นไปวางไว้บนรถรุน (รถเข็น) ใต้ต้นน้อยโหน่งก่อนจะหยิบกระสอบเปล่าเดินกลับไปที่แปลงข้าวโพดอีกครั้ง
“อ้าว!! ทำไมฝักนี้เนื้อข้าวโพดหายไปครึ่งฝักเลย เปลือกขาดวิ่นเลย สงสัยหนูแทะแน่เลย ” แก้มสาวเมืองเพชรบุรีสันนิษฐาน
“ใช่ๆ หนูคลดแน่นอนเลย” ขามออกความเห็นด้วย
รถเข็นวางแอบอยู่ใต้ถุนบ้านป้าเยื้อน ข้าวโพดที่เต็มกระสอบยังคงวางอยู่บนรถเข็น ส่วนอีกกระสอบที่ได้แค่ครึ่งเดียวขามลากลงมาวางข้างก้อนเส้าตรงข้างบ้านใต้ต้นสหวา(สะหวา/ต้นละมุด) ไม่นานนักถ่านไฟแดงคุ พร้อมกับตะแกรงเหล็กวางบนก้อนเส้า
“น้าปลาขอไม้คีบถ่าน” ขามตะโกนบอกลูก ปลาที่นั่งพักอยู่บนตะแคร่ใต้ถุนบ้านกับแก้ม “แขบๆตะ (รีบๆซิ) เดี๋ยวย่างคงให้กิน รับรองหวานหอมอร่อย คงสดๆย่างไฟถ่าน” ขามพูดต่อ
ขามดึงฝักข้าวโพดออกจากกระสอบหลายฝักก่อนจะปอกเปลือกทิ้งไปบ้างพอให้ฝักข้าวโพดบางลง และเอาไปวางเรียงบนตะแกรงเหล็กย่าง เปลือกข้าวโพดสีเขียวอ่อนโดนไฟลนเริ่มเหี่ยวแห้งและเกรียมเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล ขามจับพลิกไปพลิกมาจนส่งกลิ่นหอม สองสาวเริ่มหันมามองก่อนลุกจากตะแคร่เดินไปสมทบกับหนุ่มน้อยข้างบ้าน
“หอมคงย่างใช่ม่ายล่ะสาวๆ (หอมข้าวโพดย่างใช่ไหมล่ะสาวๆ?)” ขามพูดพลางยักคิ้วหลิ่วตาจนสองสาวอดขำไม่ได้ “ใจเย็นๆ อีกแป๊บเดียวก็ได้กินแว้ววว ” หนุ่มน้อยยังคงทะเล้นต่อ
สองสาวเลยกลับมานั่งรออยู่บนตะแคร่ใต้ถุนบ้านอีกครั้ง ส่วนขามนั้นยังคงนั่งย่างข้าวโพดต่ออย่างใจเย็น ผ่านไปสักพักหยิบฝักข้าวโพดขึ้นมาลอกเปลือกเกรียมทิ้งแล้วส่งเข้าปากกัดแต่ต้องวางลงแทบไม่ทันพร้อมกับบ่นหน้ายู่ยี่
ฝักข้าวโพดย่างสุกเต็มตะแกรงเหล็กย่าง ขามเอาไม้คีบถ่านหยิบฝักข้าวโพดสุกเรียงใส่ลงในกะละมังเก่าข้างตัว
“มาแล้วคับผม ข้าวโพดย่างหอมๆ ร้อนๆ” ขามส่งเสียงบอกสองสาวใต้ถุนบ้าน
“ โห..หอมน่ากินจริงๆ น้าขอสองฝัก” แก้มเอ่ยปากสีหน้าตื่นเต้น
“เอาเลย กี่ฝักก็ได้ ไม่อิ่มเดี๋ยวย่างให้ใหม่” ขามตอบเอาใจ
“อ้าว..แล้วปากเป็นไหรแลพองๆ (ปากเป็นอะไรดูเหมือนพองๆ)?” ลูกปลาถามหลาน
“คลดคงร้อนๆ!!”