Get Adobe Flash player

ลา พอง ของดี!! โดย..เชิงภู

Font Size:

ใต้ต้นขนุนต้นเก่าและตะแคร่ตัวเดิมสองพี่น้องวัยใกล้เคียงกันง่วนอยู่กับกิจกรรมตรงหน้า บนตะแคร่เต็มไปด้วยอุปกรณ์ทำขนม ข้างตะแคร่นั้นไฟในเตาถ่านเริ่มแดงคุ ขนมพองดิบ (ขนมพองที่ยังไม่ได้ทอด) เต็มกะละมัง ป้าแย้มที่นั่งขัดสมาธิอยู่บนตะแคร่หยิบโน่นหยิบนี้อยู่พักใหญ่ค่อยๆลุกขึ้นอย่างระมัดระวังเพราะแข้งขาไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่

            “ อัยยา!! เเข็ดแรง (ปวดเมื่อยมาก)” ป้าแย้มบ่นเมื่อตั้งหลักยืนอยู่ข้างๆตะแคร่ ก่อนจะค่อยๆก้าวเดินช้าๆไปเอากระทะที่แขวนอยู่หลังบ้านกลับมาวางบนเตาถ่านและใส่น้ำมันพืชลงเลยครึ่งกระทะ

            “ ทำไหร (ทำอะไร) กันล่ะพี่น้อง? น้าปลาล่ะ? ” เสียงพูดดังจากคนคร่อมมอเตอร์ไซด์ที่เลี้ยวเข้าบ้านมา ขามนั่นเอง

            “ ไอ้ขามมาพอดีเลย มาช่วยเขี่ยพอง (ทอดขนมพอง) เลย” ป้าแย้มพูดกับหลานชาย

            “ น้าปลายังไม่หลบเหอ (ยังไม่กลับเหรอ) ?” ขามถามถึงน้าสาวที่เอาขนมบ้า (สะบ้า) ขนมเบซำ (ดีซำ/เจาะหู) ไปให้ญาติๆ ที่อีกหมู่บ้านหนึ่ง

            “ สักพักโน่นแหล่ะ ” ป้าแย้มตอบ “ อย่าแหลงมาก (อย่าพูดมาก) เอาพองดิบใส่ลงทะ(กระทะ) น้ำมันร้อนได้ที่แล้ว สุกแล้วเขี่ยขึ้นใส่เจ้ย (กระด้งขนาดเล็กทำด้วยไม้ไผ่สานเป็นตาห่างๆ) ไว้ ป้าสองคนอิ (จะ) เตรียมแป้งทำหนมลา” ป้าแย้มพูด

            ไม้ไผ่ยาวในมือดำคล้ำแต่แข็งแรงคอยพลิกขนมพองในกระทะที่ลอยอยู่เหนือน้ำมัน เมื่อสุกดีก็ประคองขึ้นใส่เจ้ย ก่อนจะหยิบขนมพองดิบใส่กระทะลงทอดต่อ ยามขนมพองดิบโดนน้ำมันร้อนๆ มันลอยพร้อมส่งเสียงดังฟู่ๆฟี่ๆ และเสียงค่อยๆหายไปเมื่อเปลี่ยนเป็นสีเข้มเพราะเริ่มสุก

            “ ป้าทำพรือ (ทำอย่างไร?) ไซร (ทำไม) หนมพองมันแข็งติดกันเป็นก้อนกลมพันนี้ล่ะ(แบบนี้ล่ะ)? ” ขามที่เขี่ยขนมในกระทะถามอย่างสงสัย

          “ แล้วมันยากอะไร ข้าวเหนียวนึ่งสุกแล้ว จาย (กระจาย) ให้หายร้อน เอาใส่พิมพ์กลม พิมพ์ก็ทำจากไม้ไผ่กว้างๆ เหลาให้แบนพับงอเข้าหากันมัดกับเชือกได้เป็นพิมพ์กลมแล้ว เอาพิมพ์ตั้งบนใบกล้วยเอาข้าวเหนียวนึ่งยัดใส่ลงไป ยัดแน่นเอาออกจากพิมพ์ไปตากแดดสองวันแห้ง แล้วเอามาทอดนี่แหล่ะ” ป้าเยื้อนมื้อวุ่นผสมแป้งส่วนปากก็เล่าให้หลานชายฟัง

          “ ไซร (ทำไม) ไม่ทำหนมเทียนกัน (ด้วย) ล่ะป้า” ขามถาม

            “ หนมเทียนยายมีให้มาลุย (มาเยอะ) แล้ว ” ป้าเยื้อนบอก

            ขนมพองสุกสีขาวนอนนิ่งเต็มกะละมัง ขามจัดการเทน้ำมันใส่หม้อสแตนเลสและนำกระทะไปล้างแขวนไว้ตามคำสั่งของป้าแย้ม  ส่วนสองสาวสูงวัยหลังผสมแป้งข้าวเจ้าข้าวเหนียวตามสัดส่วนแล้ว ตักน้ำตาลทรายแดงที่เคี่ยวทิ้งไว้จนเย็นใส่ลงในแป้ง ค่อยๆ ผสมกันไปเรื่อย จนแป้งได้ที่ ป้าเยื้อนทดสอบยกมือขึ้นจากหม้อผสมแป้ง น้ำแป้งไหลเป็นสายก็ยิ้มออก ก่อนจะเอาหม้อมารองใช้กระชอนอันใหญ่วางข้างบนเทน้ำแป้งลงกรอง  ป้าแย้มนั้นเอาน้ำมันใส่ลงในหม้อทรงสูงก่อนจะวางไม้ไผ่ยาวที่ปลายพันด้วยผ้าสะอาดไว้ข้างๆ เพื่อใช้สำหรับเช็ดกระทะ

          หลังกรองแป้งขนมลาเสร็จ ป้าแย้มเตรียมภาชนะสำหรับตักน้ำแป้งเป็นกะลาลูกใหญ่ที่ผ่าครึ่งซีกผูกติดกับมือจับที่เป็นไม้ไผ่ยาว ส่วนก้นกะลานั้นเจาะเป็นรูถี่ๆ

            กระทะวางบนเตาถ่านอีกครั้ง ถ่านในเตาถูกเขี่ยให้เรียงกันเพื่อให้ความร้อนสม่ำเสมอยามทอดขนม กระทะร้อนดี ป้าเยื้อนใช้ไม้ไผ่ยาวที่ปลายมัดผ้าไว้จุ่มลงในหม้อน้ำมันก่อนจะนำไปละเลงบนกระทะ ก่อนใช้จวักคนๆน้ำแป้งและจ้วงตักด้วยกะละที่เป็นรูนำไปส่ายบนกระทะ ส่ายสลับสานไปมาสักพักก็เอากะลาเก็บไว้ในหม้อแป้งเหมือนเดิม เมื่อขนมสุกดีป้าแย้มที่นั่งอยู่คนละฝั่งเอาไม้ไผ่ยาวที่ถือไว้มือละอัน ปลายไม้แหลมเล็กเขี่ยขนมลาในกระทะพับทบเข้าหากันก่อนนำออกจากกระทะ  กระทะว่างเปล่า ป้าเยื้อนก็จุ่มไม้เช็ดน้ำมันในกระทะ จวักคนน้ำแป้งในหม้อ ก่อนตักแป้งลงส่ายในกระทะเหมือนเดิม  ขามนั่งมองสองป้าทำขนมอย่างตั้งใจ

            “ อัยยา!! น่าว่าหรอย (น่าจะอร่อย) ” ขามพูดขึ้น

            “ คล่าวเดียวจัย (รอสักเดี๋ยว ) เดี๋ยวได้กิน ” ป้าแย้มพูดยิ้มๆ

            “ หนมสี่ห้าหนมที่เค้าเรียกว่าหนมตายาย พวกหนมพอง หนมลา หนมบ้า เบซัม มันหมายความว่าพรือ (ว่าอย่างไร)? ” ขามถามเสร็จนั่งเท้าคางรอคำตอบ

            “ หนมพอง หมายถึงเรือ ให้ตายายของเรามีเรือนั่งเวลาพบเล (ทะเล)  ส่วนหนมลาเป็นเสื้อผ้า ” ป้าเยื้อนส่ายแป้งบนกระทะและเล่าไปด้วย

            “ ส่วนหนมบ้า ไว้เป็นของเล่น แล้วหนมเบซำหรือหนมเจาะหูเป็นเบี้ย (เงิน) ไว้ใช้จ่าย” เสียงป้าเยื้อนเล่าต่อ

            “ บ๊ะ!! เก่งแรงเติ้ล (เก่งจังคุณ)” ขามชมทะเล้นๆ

            “ แสดงว่าหนมเทียน เอาไว้อุดเรือแน่นอนเลย!! ” ขามพูด

          “ ไอ้บ้า!!...หนมเทียมไว้เป็นหมอนหนุน..”