Get Adobe Flash player

เปรตรำพึง !! โดย..เชิงภู

Font Size:

ค่ำคืนเดือนดับฟ้าสีหม่นปนเมฆสีคล้ำลอยอ้อยอิ่งยิ่งทำให้บรรยากาศอึมครึมเข้าไปอีก จันทร์เจ้าลืมสิ้นหน้าที่เพราะเป็นวันข้างแรมแสงจันทร์จ้าเลยเหือดหาย ทุ่งกว้างเบื้องล่างมืดเงียบ สิ่งมีชีวิตทุกอย่างหลบหายซ่อนตัวยกคืนเดือนมืดให้..บางอย่าง!!

            ตาลโตนดต้นสูงยืนเรียงรายนิ่งสงบกลางทุ่งมืด ยามลมพัดผ่านก็แกว่งไกวใบพอเป็นพิธี ยิ่งดึกอากาศยิ่งเย็นแสงไฟในบ้านเรือนหายไป ทุกคนคงนิทราในราตรีนี้อย่างเป็นสุข

            ดึกสงัดลมพัดแรงจนใบตาลเหี่ยวแห้งที่เกาะต้นอย่างหวงแหนเกินทนทานแรงลม ทิ้งตัวลงเบื้องล่างอย่างจำยอม..หมาเห่าหอนตอบรับกันเป็นทอดๆ ผสมเสียงหวีดหวิวโหยหวนสะอื้นไห้ บางอย่างข้างต้นตาลกำลังเศร้า!!

ร่างผอมสูงชะลูดเสมอต้นตาล หัวเล็กผมยาวหลอมแหลม แขนยาวเล็กแต่มือใหญ่เท่าใบตาล ปากเล็กและท้องโต อาภรณ์ผืนเดียวใต้เอวขาดรุ่งริ่ง ลำคอยาวประคองหัวเล็กๆ หน้าหันมองไปทางวัดประจำหมู่บ้าน  มันคือ..เปรตโหน่ง!!

เดือนสิบหลายคราที่ได้มาเยือน (วันสารทเดือนสิบประเพณีของคนปักษ์ใต้  ประเพณีทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปให้ญาติๆที่ล่วงลับไปแล้ว ซึ่งเชื่อว่าวิญญาณจะได้รับการปลดปล่อยจากที่ถูกจองจำไว้มาโลกมนุษย์เพื่อมาขอส่วนบุญจากลูกหลานญาติพี่น้องที่ได้เตรียมของอุทิศไว้ให้ วิญญาณจะถูกปล่อยตรงกับวันแรม 1 ค่ำเดือน 10 และกลับไปในวันแรม 15 ค่ำเดือน 10) แต่เปรตโหน่งไม่เคยได้รับผลบุญที่อุทิศจากญาติพี่น้องเลย เพื่อนเปรตทั้งหลายแหล่ต่างอิ่มหนำแต่มันเองยังโหยหิว..เช่นเดิม!!

ร่างผอมสูงสะท้านคอยาวตกมองต่ำ น้ำตาเปรตไหลริน ความเศร้าจุกอกแปรเปลี่ยนเป็นเสียงสะอื้นไห้ออกจากปากเล็กนั่นกลายเป็นเสียงหวีดหวิวและโหยหวนผสมผสานเสียงหมาเห่าหอนเป็นคืนเศร้าที่ผู้นอนหลับแต่ละหลังคาเรือน ไม่ได้รับรู้!!

ร่างนั้นค่อยๆเดินหายไปพร้อมเสียงหมาหอนตอบรับเป็นช่วงๆ ใกล้ถึงวัดประจำหมู่บ้าน มันยืนมองเหม่อ ก่อนจะเดินเบี่ยงซ้ายออกไปยังที่คุ้นเคยของมัน

บ้านร้างหลังใหญ่อยู่ท่ามกลางป่ารกทึบ บ้านหลังนี้เคยเป็นเศรษฐีประจำหมู่บ้าน มีสมาชิกแค่พ่อแม่ลูก เพราะพ่อแม่มีลูกชายคนเดียวทั้งรักและทะนุถนอมดั่งดวงใจ มีแค่ดาวกับเดือนที่ให้ลูกไม่ได้ เพราะมีฐานะผู้เป็นพ่อแม่ไม่เคยแยแสญาติพี่น้อง ในโลกนี้เหมือนมีกันแค่สามคน เงินทองเสกสรรความต้องการให้ทุกอย่าง

“ แม่อย่ายุ่งกับผมได้มั้ย? เบื่อๆ ไม่อยากเรียน เข้าใจป่าว เอาเงินมาผมนัดเพื่อนไว้จะไปแข่งรถคืนนี้ ” เสียงโหน่งตะคอกแม่  ผลักไสแม่ ไม่เชื่อฟังคำสอนคำบอกเตือนสักอย่างเดียว ผู้เป็นพ่อยืนนิ่ง ไร้คำทัดทาน .....น้ำตาเปรตยิ่งเอ่อไหล เมื่อมองผ่านอดีต..

เสียงโครมใหญ่พร้อมไฟลุกท่วมรถแข่งคันนั้น โหน่งจากไปไม่มีวันกลับ ทิ้งความเศร้าความเจ็บปวด ความสูญเสียให้สองคนข้างหลังอย่างสุดๆ พ่อแม่ช็อคกลายเป็นคนไม่รับรู้ชีวิต นอนรอวันเวลาสุดท้าย ณ โรงพยาบาล ซึ่งเวลานั้นก็สุดแสนจะยาวนาน เพราะไม่เคยมาถึงสองตายายสักที!!

เสียงกรีดร้องโหยหวนหนักหน่วง ก่อนจะเดินจากไปอย่างไร้จุดหมาย....

ร่างสูงใหญ่ปรากฏกายข้างโรงพยาบาลประจำจังหวัด เสียงหมาหอนต้อนรับการมาเยือน สองตายายหัวขาวโพลนลืมตาตื่นเหมือนรับรู้ได้ ดวงตาส่ายล๊อกแล๊กแต่ร่างกายแน่นิ่งไม่ไหวติง ยายผมขาวหน้าผอมตอบน้ำซึมหางตา

กลางทุ่งกว้างมากมายร่างสูงเท่าต้นตาล ต่างส่งเสียงหวีดหวิวย่างเดินเพ่นพ่าน แต่ทุกตัวดูสุขสม แตกต่างจากตัวสุดท้ายที่ย่างเดินตามหลังเพื่อนที่ดูทุกข์เศร้าและอ่อนโหย ทุกตัวมุ่งสู่ลานหน้าวัดประจำหมู่บ้านที่มีห้างร้านสูงใหญ่ข้างบนเต็มไปด้วยสิ่งของที่ชาวบ้านญาติๆได้นำมาทำบุญที่วัดอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้ญาติๆของตัวเองที่ล่วงลับไปแล้ว ร่างสูงชะรูดรุดหน้าสู่ห้างร้านใหญ่นั้น

เปรตโหน่งยืนนิ่งคอตกเพราะไร้ซึ่งผลบุญสิ่งของที่ญาติๆนำมาอุทิศให้ เพราะตัวมันเองตอนมีชีวิตอยู่ก็ไม่เคยรู้จักญาติๆเลย และไม่คิดจะทำความรู้จักด้วย สุดท้ายเมื่อชีวิตแตกดับลาลับหาย ญาติที่ไหนจะรู้จักและอุทิศส่วนบุญให้

“ หาม่ายไหรกินหล่าวเหอเดือนสิบนี้ (ไม่มีอะไรกินอีกแล้วเหรอเดือนสิบนี้)?” เสียงทักทายจากเปรตตัวหนึ่งที่อิ่มเอมแล้ว เปรตโหน่งคอตกไร้เสียงใดๆ มีแต่เสียงหวีดหวิวเบาๆลอดออกจากปากเล็กๆนั้น บ่งบอกให้รู้ถึงความทุกข์ใจ

เหล่าบรรดาร่างสูงชะลูดหลังจากอิ่มเอมแล้วทยอยกันย่างเดินกลับ ทุกตัวดูอิ่มหนำสำราญ

“ ทุกอย่างเกิดจากเหตุและผล สิ่งที่ทำไว้ เมื่อเป็นมนุษย์ต้องทำดี โดยเฉพาะทำดีกับพ่อแม่ ทำความดีกับญาติพี่น้อง แม้จะดีไม่เต็มร้อย ก็ยังได้ผลตอบแทน”  เสียงหวีดหวิวเห็นใจและเดินจากไป

แรม 15 ค่ำเดือนสิบ ค่ำสุดท้ายของผู้มาเยือน เสียงหมาเห่าหอนเหมือนส่งแขกคืนกลับ

ผู้สูงโหย่งลับหายไปทีละร่าง..รั้งท้ายสุด ตัวนั้นที่กลับไปอย่างหิวโซ!!