Get Adobe Flash player

กระจกเงาของพ่อหลวง โดย..เชิงภู

Font Size:

“..ล้นเกล้าเผ่าไทย ศูนย์รวมใจคนไทยทั้งชาติ ขออภิวาทเบื้องบาทองค์ภูมิพล ยามใดไพร่ฟ้า ชาวประชายากจน ทรงห่วงกังวล ดั่งหยาดฝนชโลมพื้นหล้า....” เสียงเพลงเล็ดลอดดังมาจากบ้านหลังหนึ่งใกล้หอพักหญิงที่ลูกปลาและแก้มพักอยู่  ตั้งแต่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงเสด็จสวรรคต บรรยากาศเงียบเหงา และความเศร้าสร้อยปกคลุมทั่วไทย

            ลูกปลา แก้มและเจ้าของหอพักหญิง..ป้ายุ้ยกำลังง่วนอยู่กับกิจกรรมตรงหน้า ริบบิ้นสีดำขดใหญ่ ด้ายสีดำ เข็มกลัดและกรรไกร ทั้งสามล้อมวงทำกันตั้งแต่เช้า ประดิดประดอยจนได้โบว์ริบบิ้นดำเต็มสองกล่องกระดาษแล้ว แต่ทั้งสามก็ยังไม่หยุดทำ หูก็ฟังเสียงจากรายการทีวีที่เปิดทิ้งไว้ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นข่าวพระราชกรณียกิจของในหลวงท่านเมื่อสมัยยังทรงพระชนม์ชีพ ซึ่งมีมากมายที่ทางรายการทีวีถ่ายทอดให้ดูในแต่ละวัน

            “ แก้มเอ้ย..หนูยกสองกล่องที่เสร็จแล้วไปวางที่ร้านอาหารตามสั่งเจ๊ไก่หน้าปากทางก่อนไป ใครไปใครมาจะได้หยิบไปติดเสื้อได้ ” ป้ายุ้ยบอกแก้ม

            หลายวันมานี้ป้ายุ้ยง่วนอยู่กับการทำริบบิ้นสีดำแจกจ่ายไปทั่วแต่ทำเท่าไหร่ก็หมดทุกวัน แสดงให้เห็นว่าทุกคนต้องการแสดงความรักความอาลัยต่อในหลวงท่าน ยิ่งทำให้ป้ายุ้ยฮึดสู้ยอมนั่งทำทุกวันเช้าจรดเย็น

            “ โห สองกล่องที่เอาไปวางเมื่อเช้าก็หมดแล้วเหรอ?” ลูกปลาเอ่ยถามเมื่อเห็นแก้มหอบลังกระดาษเปล่ากลับมา

            “ อือ..เจ๊ไก่บอกว่า คนจากโรงงานใหญ่ขอไปแจกให้พนักงานในโรงงานน่ะ”  แก้มบอกเพื่อน

            “ หมดแล้วเราก็ต้องรีบทำ มาเร็วมาช่วยกันเดี๋ยวพรุ่งนี้ป้าก็จะเดินทางเข้ากรุงเทพฯ วันนี้เร่งมือกันหน่อยนะ ” ป้ายุ้ยกระตุ้นสองสาว

            “ ป้าจะไปสนามหลวงพรุ่งนี้เหรอคะ?” แก้มถาม

            “ ใช่แล้วค่ะ ป้าจะไปสักการะลงนามถวายอาลัย ป้าตั้งใจแล้วจะต้องไปให้ได้ ” ป้ายุ้ยพูดด้วยน้ำเสียงมุ่งมั่น

            “ แล้วป้าจะไปพักที่ไหน กินอยู่ยังไงล่ะคะ?” ลูกปลาถาม

            “ ไม่ต้องห่วงเรื่องนั้น ดูในทีวีซิ น้ำใจคนไทยมากมาย” ป้ายุ้ยพยักพเยิดให้ดูในทีวี

            ข่าวในทีวีกำลังบอกเล่าถึงบรรยากาศที่ท้องสนามหลวง ประชาชนคนไทยทั่วทิศเดินทางกันไปไม่ขาดสายเพื่อถวายสักการะไว้อาลัย และน้ำใจเต็มเปี่ยมจากทั่วสารทิศที่มาอำนวยความสะดวกกัน ทั้งด้านอาหาร การให้บริการห้องน้ำ จัดเตรียมบอกกล่าวที่พักค้างคืน รถบรรทุกผลไม้อาหารส่งตรงเพื่อแจกจ่ายให้พี่น้องคนไทย รวมทั้งที่มาปักหลักทำกันสดๆ แจกจ่ายทั่วกัน มีทั้งข้าวไข่เจียวแม้กระทั่งซูชิก็มีแจก หลากหลายอาหาร หลากหลายกับข้าว หลากหลายการบริการให้การช่วยเหลือ

            “ อยากให้คนไทยรักกัน สามัคคีกันแบบนี้ตลอดไปนะป้านะ” ลูกปลาเปรยออกมา

            “ ไม่มีใครไม่รักในหลวงหรอกลูกเอ้ย..คนที่คิดที่พูดให้ร้ายคือคนไม่มีความคิด ไม่มีความกตัญญู  ในหลวงท่านทำแต่ความดี มีแต่ให้กับให้ มีแต่สิ่งดีๆ ให้กับคนไทย  ความจริงแล้วคนไทยรักกัน มีน้ำใจต่อกันมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว และมีพระองค์ท่านเป็นศูนย์กลาง มีพระองค์ท่านเป็นแบบอย่าง ในการใช้ชีวิต มีกษัตริย์ไหนบ้างลูกเอ้ย ที่อยู่กลางดินกินกลางทรายช่วยเหลือแต่ผู้คนเหมือนท่านบ้าง ” ป้ายุ้ยบอกสองสาว

          “ สุดท้ายเมื่อท่านสวรรคตคนไทยเราก็เสียใจเกินจะบอกได้ เชื่อว่าทุกคนได้แต่บอกตัวเองว่าสามารถทำอะไรให้ในหลวงได้ก็จะทำ ป้าเชื่อแบบนั้น ป้าก็เหมือนกัน ” ป้ายุ้ยยังคงพูดต่อ

          “ ป้าพูดถูกค่ะ คนไทยมีน้ำใจต่อกันจริงๆ หนูดูข่าวในเฟสบุ๊ค คุณตาแก่แล้วไม่มีเงินซื้อเสื้อดำใส่ถวายในหลวง ร้านให้ตาแกฟรีๆ เลย แต่ตาก็ไม่เอานะ มีเงินเท่าไหร่ก็ให้เท่านั้น คุณตาบอกว่าขายให้ตาเหอะ ตาตั้งใจซื้อใส่ถวายในหลวง ” แก้มเล่า

            “ อ้อ..แล้วข่าวอื่นๆก็เยอะนะ หลายหน่วยงานรับย้อมผ้าสีดำให้คนที่ไม่มีเสื้อดำใส่ คนไหนมีเสื้อผ้าก็เอามาให้ย้อม แล้วเอามาแจกกันก็มี บางคนมาตัวคนเดียวเลยนะ เอาลูกอมมาเดินแจกก็มี บางคนแจกทิชชู่  เดินทางเหนื่อยรอนานก็มีบริการนวดให้ฟรีหายเมื่อยล้า เด็กนักเรียนก็ไปเดินเก็บขยะกัน ทุกอย่างดูเรียบร้อย พร้อมใจกัน และลงตัวดีจัง” ลูกปลาพูดเสริม

            “ นั่นแหล่ะ..เพราะบารมีและน้ำใจที่พระองค์ท่านมีให้ประชาชนของพระองค์ เห็นได้จากสิ่งเหล่านี้ว่าคนไทยรักพระองค์ท่านสุดจะบรรยาย” ป้ายุ้ยพูดพลางเก็บโบว์ริบบิ้นดำลงกล่องกระดาษ

            “ ป้าไม่ต้องห่วงเรื่องการเดินทางเลย จะไปรถไฟ เครื่องบินรึรถโดยสาร มีบริการพร้อมค่ะ ไม่ลำบากแน่นอน ” แก้มบอกป้ายุ้ย

            “ นั่นแหล่ะ ป้าถึงได้กล้าไปคนเดียว เพราะป้าเชื่อว่าไม่ลำบากแน่นอน ทั้งเรื่องอาหารการกินแล้วก็ที่พัก เหนื่อยสักหน่อยแต่เล็กน้อยมากเมื่อเทียบกับที่ในหลวงท่านทรงเหนื่อยมาตลอดชีวิต” ป้ายุ้ยพูด

            “ จริงๆคนไทยน่ารักนะป้านะ มีน้ำใจ ไม่รู้จักกันก็ไปรวมตัวช่วยเหลือกัน ”

          “ คนไทยเหล่านี้ก็คือกระจกเงาของพ่อหลวงท่าน…”