Get Adobe Flash player

ภาพชีวิต.. ! โดย ป. ปัญญาชน

Font Size:

…ใครว่าภาวะอากาศร้อนหรือที่ใครๆเคยเรียกกันคุ้นหูคุ้นตา “โลกร้อน” จนมีเซียนนักดูดวงดาวชีวิตและแม้แต่เหล่านักวิทยาศาสตร์หลายๆท่านก็แอบตะโกนกระซิบดังๆว่า “โลกกำลังจะแตกสลาย” หรือนักการศาสนาบางท่านก็บอกว่า “พระเจ้ากำลังจะเสด็จมาในโลกอีกครั้ง”

“เฮ้ย...เพื่อน เห็นบุหรี่และเหล้าจะขึ้นราคาจริงไหม” ท่านแซมหันหน้ามาถาม ผมก็ไม่รู้ว่าถามจริงหรือถามเล่น” จึงบอกส่งๆไปว่า “ใช่ครับ”

เออ...เป็นงง.. จั่วหัวเรื่องเกี่ยวกับภาวะโลกร้อน ไหงดันกลับมาเป็นเรื่องเหล้าบุหรี่ไปได้ ออกทะเลไปเลย … ครับ ชีวิตคนเราบางครั้งมันก็เป็นแบบนี้แหละครับ กำลังคิดอย่างหนึ่ง ทำอย่างหนึ่งแต่กลับผ่าไปเป็นอีกอย่างจนได้ พูดๆไปตัวเองก็งงเหมือนกัน....

“ตกลงแล้วจะพูดคุยเรื่องอะไรดี” แซมถามย้ำพร้อมกับหัวเราะชอบใจ พร้อมกับหันไปหยิบ หนังสือพิมพ์มาเปิดให้ดูว่า บุหรี่ที่เมืองไทยจะขึ้นราคาอีกในวันที่ 16 กันยายน 2017 นี้

“แบบนี้คนกินเหล้า สูบบุหรี่คงตายแน่ ยิ่งได้ข่าวว่าภาวะเศรษฐกิจมันย่ำแย่โดยเฉพาะคนหาเช้ากินค่ำ” ผมขยับเก้าอี้เข้าไปใกล้แซมซึ่งมีเพื่อนอีกหลายคนจับกลุ่มคุยกันอยู่อย่างสนุกสนาน และผ่าแทรกเข้าไปด้วยความคิดแว๊บหนึ่งผ่านเข้ามาในใจ ภาพเหตุการณ์ต่างๆเหล่านั้นยังแจ่มชัดอยู่ในความทรงจำของผม ก่อนที่ผมจะเล่าเหตุการณ์สะเทือนใจจนทำให้ผมถึงกับน้ำตาซึมประกาศ เลิกเหล้าเลิกบุหรี่ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา

เออ...เดี๋ยวครับ ก่อนจะเล่าผมขอบอกสาเหตุที่ต้องมาเป็นมวยสำรองในวันนี้ เพราะคุณ เชิงภู เธอติดธุระไม่สามารถส่งต้นฉบับมาให้ทัน ผมเขียนเรื่องนี้โดยไม่มีพล๊อตเรื่อง ดังนั้น ก็โปรดอย่าได้ซีเรียสอะไรเลย...ต่อไปคงไม่กล้าเขียนแข่งกับเดทไลน์แบบนี้อีก...ขอบคุณครับ

พูดถึงเรื่องเหล้าบุหรี่ ใครลองไปติด ยากเหลือเกินที่จะเลิกมันได้ คนที่ไม่เข้าใจก็มักจะพูด เสมอๆว่า “ก็อย่าไปกินมัน อย่าไปสูบมันก็หมดเรื่อง...ทิ่มมันทิ้ง..ง่ายนิดเดียว” ผมฟังแล้วแสดงว่าไอ้หมอนี่ ไม่รู้จริง การเลิกบุหรี่ หรือ เหล้า สำหรับคนติดแล้ว บอกตรงๆ..เลิกยาก ให้เลิกเมีย ยังง่ายเสียกว่า อิอิ

“ถ้ามันเลิกง่าย ป่านนี้โรงงานผลิตบุหรี่หรือเหล้าคงเลิกไปแล้ว แต่นี่ยิ่งขึ้นราคาก็ยิ่งเจ็บปวด สำหรับคนหาเช้ากินค่ำ เพราะถึงแพงก็ต้องแบกหน้าไปซื้อมากินมาดื่มมาสูบจนได้ ไม่งั้นเขาจะเรียกเป็นของเสพติดหรือ ? ตามประสบการณ์ของตนเองแล้ว การขึ้นราคาไม่ได้ช่วยให้คนกินเหล้าสูบบุหรี่น้อยลง แต่กลับเพิ่มภาระและความยากลำบากแก่คนจนๆมากขึ้น เพราะมันอดไม่ได้ อย่างมากก็สูบน้อยลงหรือเปลี่ยนยี่ห้อจากอย่างดี มาเป็นใบจากเอายาเส้นมามวนแทน แบบนี้เคยเห็นเคยเป็น เฮ้อ..เหนื่อยใจจริง

ตอนเป็นวัยรุ่นผมดื่มเหล้าและสูบบุหรี่จัดมาก ประการสำคัญเป็นนักเที่ยวกลางคืนตัวยง เวลาทำงานหรือเขียนหนังสือ ต้องอัดบุหรี่อย่างน้อยซองสองซอง เวลากินเหล้า ตอนหลังลดลงมาเป็นเบียร์ก็อยู่ในระดับหกเจ็ดขวดใหญ่ที่เพื่อนรู้จักสักคนสองคนร่วมโต๊ะ

เวลาคิดถึงความหลังก็มักจะไม่ลืมคนเสิร์ฟน่ารักมาก คอยเติมอยู่ตลอดเวลา เรียกได้ว่าถ้วยเบียร์ไม่เคยพร่องเลย แถมเติมน้ำแข็งได้พอดีที่เราชอบ เพราะบ้านเรามันร้อนมาก

คิดดีๆสมัยก่อน ผมสูบทุกที่ ไม่ว่าจะเป็นห้องแอร์ที่ทำงาน ห้องนอน ในรถ เวลาเดิน หรือแม้แต่เวลาจะนอนก็ยังสูบควันโขมง ไม่เห็นมีใครบ่นหรือรำคาญสักคน แปลกดีเหมือนกัน เด็กๆก็วิ่งเล่นกันอยู่แถวๆนั้นก็ไม่เห็นมีใครเตือนหรือเข้มงวดเหมือนสมัยนี้

มีอยู่คืนหนึ่งผมไปทานข้าวกับเพื่อนๆในร้านอาหารนอกเมือง มีเพลงนักร้องสด และใครอยากจะร้องเองก็มีคาราโอเกะให้ร้องได้ มีน้องๆคอยบริการ ช่วยทานอาหารและเติมเบียร์เหล้าอีกต่างหาก ยิ่งมาบ่อยๆเป็นแขกประจำแล้ว โฮ...วีไอพีต้องเรียกพี่เลย !

คืนนั้น ผมสนุกมากเหมือนขึ้นสวรรค์ทั้งเป็น กินไปคุยไปกับเพื่อนและนักร้องสาวตลอดจนพนักงานเสิร์ฟ ผมให้สั่งไม่อั้น อยากกินอะไร ดื่มอะไรก็สั่งเอาเลย ไม่ต้องเกรงใจ วันนี้เสี่ยมาเอง ฮา....(อย่าแอบอิจฉาผมก็แล้วกัน...)

เราคุยเล่นกันอย่างสนุกสนานและต่างๆแย่งกันขึ้นไปร้องเพลงกันอย่างครึกครื้น เพราะแต่ละคนก็ร้องได้ดีเหมือนนักร้องเลย ไม่ผิดคีย์หรือทำนอง ตกลงเราก็กลายแขกและนักร้องประจำร้านอาหารไปโดยปริยายในคืนนั้น

ด้วยเหตุนี้ เหมือนสุภาษิตจีนที่ว่า มีเพื่อนรู้ใจ กินเหล้ากี่ไหก็ไม่เมา !

เมื่อกินดื่มสนุกสนานกันได้ที่จนดึกดื่น คิดว่าคงเกินตีหนึ่งหรือตีสองเข้าไปแล้ว ต่างก็รู้สึกมึนบางคนก็เมาไปเลยก็มี เมื่อพูดกันอ้อเอ้..ลิ้นชักสั้น..เลยแยกย้ายกันกลับบ้าน ตัวใครตัวมัน...

ผมรู้สึกเริ่มเมา..เจ้าของร้านต้องให้เด็กมาประคองเข้าไปพักที่ห้องเล็กๆสี่เหลี่ยมด้านซ้ายของโต๊ะคิดเงิน...ผมหลับสนิทเหมือนตาย พอตื่นขึ้นตอนเช้าตกใจมาก เพราะนี่เป็นห้องนักร้องเจ้าของร้านนั่นเอง คิดว่าผมคงไม่ได้ทำอะไรผิดนะ ผมมองไปรอบๆห้องอาหาร สิ่งที่ติดตาและตกใจมากก็คือ ทุกคนรวมทั้งนักร้องสาวเจ้าร้านต่างปูเสื่อนอนกับพื้นห้องอาหาร ยังไม่ตื่นสักคน ผมไม่เคยเห็น ผมขยับเสื้อนอกพร้อมปัดฝุ่นให้มันดูดีหน่อย

...เพราะผมบินสูงมากสมัยนั้น ภาพนั้นจึงทำให้ผมรู้จักคำว่าเด็กคนบ้านๆเป็นอย่างไร ทำไมผมต้องเศร้าและทุกข์ทรมานใจมากจนน้ำตาซึม เพราะไม่เคยเห็นภาพผู้คนนอนบนพื้นร้านอาหารจำนวนสิบๆคนแบบนี้มาก่อน...     

ต่อไปผมจะเลิกเหล้าบุหรี่ตั้งแต่วันนี้ เป็นต้นไป !