Get Adobe Flash player

พาแม่ไปให้ใกล้ที่สุด !! โดย..เชิงภู

Font Size:

ตอนบ่ายที่แดดร้อนจัดท่ามกลางเปลวแดดรถไฟขบวนยาวเคลื่อนตัวเข้าสู่สถานีประจำจังหวัดของภาคตะวันออกอย่างช้าๆ เมื่อจอดสนิทผู้โดยสารมากมายทยอยลงจากรถ  สวนทางกับผู้โดยสารที่แย่งขึ้นรถเพื่อจับจองหาที่นั่งเพราะรถไฟขบวนนี้ปลายทางที่อรัญประเทศ

รถไฟเคลื่อนตัวออกไปแล้วคนโดยสารแยกย้ายไปสู่จุดหมายของตัวเอง สองอาวุโสชายหญิงและหนึ่งหญิงวัยกลางคนก็ยืนโดดเด่นอยู่ตรงนั้น ข้างชานชาลาหมายเลขหนึ่ง

“เดินทางเหนื่อยม่ายพ่อ (เหนื่อยมั้ยพ่อ) ?”  “เหนื่อยไซรไม่ช่ายเดินมาติ (จะเหนื่อยทำไมไม่ได้เดินมาสักหน่อย)” ฉันขำก๊ากกับคำตอบของพ่อ นักเลงวัยเก๋าจากปักษ์ใต้

พ่อแม่และพี่สาวเดินทางจากปักษ์ใต้ด้วยรถไฟเมื่อถึงหัวลำโพงต่อรถไฟสายชานเมืองไปเมืองแปดริ้วจังหวัดที่ลูกสาวคนเล็กคือฉันเองมาลงหลักฐานปักฐานอยู่เกือบยี่สิบปีแล้ว เพราะคิดถึงลูกหลานแม้สังขารจะไม่ค่อยไหวแล้วด้วยวัยเจ็ดสิบห้ากันทั้งสองคนแต่ยังคงดั้นด้นมาจนได้ โชคดีหน่อยที่มีพี่สาวมาด้วยได้ช่วยดูแลระหว่างการเดินทาง

“มาแหลงกับแม่สักเดียวจัย (มาพูดกับแม่สักแป๊บ)” แม่เรียกฉันหลังจากนั่งพักบนบ้านได้แค่ครู่เดียว

“ว่าพรือล่ะแม่ (ว่ายังไงล่ะแม่)?” ฉันถามยิ้มๆ

“วันที่ 26 ตุลา พาแม่ไปท้องสนามหลวงที แม่ตั้งใจไปถวายดอกไม้จันทน์ที่นั่น” แม่บอกส่วนฉันได้แต่ถอนหายใจ

“อย่าไปเลยแม่ วันนั้นมันสุดๆเลยนะ คนมากมาย ถวายดอกไม้จันทน์ที่นี้แหล่ะวัดหลวงพ่อโสธรมีพระเมรุมาศจำลอง ขนาดที่นี้ก็ไม่รู้จะได้ถวายดอกไม้จันทน์ตอนไหน” ฉันบอก แม่หน้าเศร้าไปสีหน้าผิดหวังมากมาย ก่อนจะบอกย้ำว่า “แม่อยากไป ไปถวายตรงไหนก็ได้ให้แค่ (ใกล้) ในหลวงร.9ให้มากที่สุด”

คืนนั้นฉันนอนคิดถึงเรื่องนี้จนหลับไป เช้าตื่นขึ้นมาก็บอกแม่ว่าเตรียมตัวให้พร้อมนะจะพาไปถวายดอกไม้จันทน์ตามที่ต้องการ แม่ดีใจงัดเสื้อและผ้าถุงสีดำออกจากกระเป๋าเดินทาง “แม่ใส่เกือก (รองเท้า) หุ้มส้นไม่ได้นะใส่ไม่เป็นเดินไม่ได้” ก่อนจะบรรจงวางรองเท้าคู่ใจที่เคยใส่ตอนฉันรับปริญญามาวางตรงหน้าซึ่งนานมากเหลือเกินแล้ว รองเท้ามีรอยขาดและรอยชุนด้วยด้ายสีดำฉันอมยิ้มกับการเตรียมพร้อมของแม่กับสีหน้าของแม่ที่ดูแช่มชื่นขึ้น

“ต่อเช้า (พรุ่งนี้) ไปกันแต่เช้าเลยนะ รถไฟออกจากสถานีตีห้าสี่สิบ” ฉันบอกแม่และพี่สาวหลังกลับจากทำงาน วันนั้นทั้งวันฉันหาข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตว่าจะพาแม่ไปทางไหนไปถวายดอกไม้จันทน์ตรงจุดไหนที่พอจะใกล้กับท้องสนามหลวงมากที่สุด

เราสามคนถึงสถานีรถไฟแปดริ้วตีห้ายี่สิบนาที หน้าสถานีรถไฟคึกคักไปด้วยจิตอาสาและทหารที่คอยมาบริการประชาชนที่เดินทางเข้ากรุงเทพฯ รับน้ำข้าวกล่องและรับตั๋วรถไฟแล้วเราขึ้นนั่งบนขบวนรถไม่นานรถก็เคลื่อนตัวเก็บผู้โดยสารทุกสถานีตลอดจนถึงหัวลำโพง ต่อจากหัวลำโพงเราขึ้นรถเมล์ฟรีที่รอรับคนอยู่ด้านหน้า คนขับรถเมล์บอกให้ทุกคนลงจากรถเมื่อสุดสายของเส้นทางไปต่อไม่ได้เพราะถนนถูกปิด ผู้โดยสารทุกคนลงจากรถและเดินต่อไปตามเส้นทางที่จิตอาสาคอยบอก ฉันถามจิตอาสาว่าควรจะไปถวายดอกไม้จันทน์จุดไหนดีที่ไม่ไกลท้องสนามหลวงมากนักเค้าแนะนำให้ไปที่พระเมรุมาศจำลองลานคนเมือง (เสาชิงช้า) สามคนแม่ลูกเดินต่อไปท่ามกลางฝูงชนแต่งชุดดำ แล้วเข้าต่อคิวเพื่อเข้าจุดคัดกรองที่โรงเรียนเบญจมราชาลัยตรงข้ามกับวัดสุทัศน์เทพวรารามราชวรมหาวิหาร แปดโมงเช้านิดหน่อยที่เราสามแม่ลูกเข้าต่อแถวที่หน้าโรงเรียนเพื่อรับบัตรคิวมองดูผู้คนที่หลั่งไหลกันเข้าไปต่อแถวจนมองไม่เห็นปลายแถวเลยว่าไปสิ้นสุดตรงไหน

กว่าจะได้เข้าไปนั่งพักและรับบัตรคิวปาเข้าไปเที่ยงครึ่ง ทุกคนรออย่างใจจดจ่อเหงื่อไหลแต่ไม่มีใครยอมถอดใจเลย จิตอาสาหมุนเวียนเปลี่ยนกันมาดูแลถามไถ่แจกข้าวน้ำขนมผลไม้ ยาอมยาดมยาหม่องและทุกอย่างที่แจกได้ไม่ขาดตกบกพร่อง บ่ายสามโมงเราสามคนได้บัตรคิวนั่งรออยู่บนเก้าอี้พร้อมลุกเดิน อยู่ๆฝนก็กระหน่ำตกอยู่เป็นชั่วโมงเมื่อซาลงก็สี่โมงเย็นกว่าๆแล้ว การถวายดอกไม้จันทน์ต้องหยุดก่อนเพื่อร่วมพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช (เผาหลอก) เกือบหนึ่งทุ่มที่เราได้เดินเข้าไปรอที่หน้าลานคนเมือง พี่สาวและฉันช่วยกันจูงแม่ที่ดูเพลียและเหน็ดเหนื่อยแต่แววตามุ่งมั่นให้เดินตามแถวเข้าไป หน้าลานคนเมืองคนมากมายแบ่งเป็นกลุ่มๆเพื่อรอเข้าถวายดอกไม้จันทน์โดยมีจิตอาสาคอยดูแล สองทุ่มสิบห้านาทีเราสามแม่ลูกได้หยิบดอกไม้จันทน์และเดินเข้าไปถวายวางลงในพานหน้าพระ

เมรุมาศจำลอง ฉันรู้สึกตื้นตันใจจนน้ำตาคลอ ส่วนแม่นั้นน้ำตาไหล เมื่อเสร็จแล้วเราสามคนก็เดินทางกลับ มอเตอร์ไซด์จิตอาสาพาเราไปส่งที่รถเมล์ฟรีเพื่อนั่งไปลงที่หัวลำโพง รับตั๋วรถไฟแล้วก็ขึ้นนั่งบนรถ รถไฟออกจากหัวลำโพงสามทุ่มห้าสิบห้านาที ฉันมองแม่ที่ดูเหนื่อยล้าแต่สายตาฉายแววสมหวัง

“ขอบใจโหลกเหอ (ขอบใจนะลูก) ที่พาแม่มา แม่ตั้งใจมา แล้วได้มา ไปไม่ถึงสนามหลวงก็ไม่พรือ (ไม่เป็นไร) ได้ส่งพ่อหลวงได้ถวายดอกไม้จันทน์ที่ลานคนเมืองแม่ก็ถือว่าเป็นบุญแล้ว”

ฉันได้แต่ยิ้มกับคำพูดแม่ ภูมิใจที่ได้พาแม่มา ภูมิใจที่ได้ทำหน้าที่ลูก..ลูกของแม่ และของพ่อหลวงร.9