Get Adobe Flash player

แม่จ๋า...ฉันทำได้แล้ว ! (เสรีชัย 5 เมษายน 2013) โดย ป. ปัญญาชน

Font Size:

เสียงตะโกนเอะอะโวยวายของพ่อดังมาแต่ไกล ใช่แล้ว..พ่อเมามาอีกตามเคย ถึงแม้ฉันอายุเพียงสี่ห้าขวบ แต่เหตุการณ์เหล่านี้ ยังจำติดหูติดตาได้ดี ฉันต้องรีบตื่นขึ้นมากลางดึกด้วยอาการสั่นเทา วันไหนที่พ่อเมากลับมา พ่อมักจะอาละวาดหาเรื่องทะเลาะกับแม่ บางครั้งถึงกับลงมือลงไม้ตบตีจนเลือดตกยางออก...

             

                "ไม่เปิดโว้ย...! รำคาญ..."

                เสียงแม่ตะโกนตอบมาจากห้องนอน

                "เอ็งไม่เปิด เดี๋ยวข้าพังประตูเข้าไป คอยดู !"

                "เปิดเองซิว๊ะ ! เมามันได้ทุกวัน เบื่อ...นอนมันหน้าประตูนั่นแหละ"

 

                จากนั้นเสียงทุบประตูก็ดังขึ้นสนั่นหวั่นไหว พร้อมด้วยเสียงตะโกนของพ่อ มันทำให้ฉันตัวสั่นด้วยความกลัวถึงกับร้องไห้เสียงดัง จากนั้นไม่นานพ่อก็พังประตูเข้ามา ด้วยอาการโมโหตรงรี่เข้าไปตบแม่จนเซถลาไปติดข้างฝา..ตามด้วยเสียงทะเลาะปนเสียงร้องไห้ของแม่ก็เริ่มดังขึ้น จนชาวบ้านตะโกนด่ามาดังๆ

                "รำคาญโว้ย ! ..รู้จักเกรงใจชาวบ้านซะบ้าง คนเขาจะหลับจะนอน"

 

                เหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นเสมอๆจนชาชิน ทำให้ฉันกลายเป็นเด็กค่อนข้างขี้กลัวและมักจะตกใจผวาเวลานอนเสมอๆ ฉันไม่เข้าใจว่า ทำไมพ่อถึงต้องกินเหล้าเมาเกือบทุกวัน และทะเลาะวิวาทกันเสียงดังแบบนี้เป็นประจำ

 

                ไม่ใช่เพียงฉันคนเดียวที่ต้องทนทุกข์ทรมานกับเหตุการณ์ดังกล่าวคนเดียว แต่ยังมีพี่สาวอีกสองคนที่ต้องอยู่ในอาการเดียวกัน ทำให้เราสามคนพี่น้องต้องหลบและหนีเข้าห้องนอนทุกครั้งที่พ่อเมากลับมา...หลายครั้งที่แอบมองดูทางรูประตูแต่ก็ไม่สามารถช่วยอะไรแม่ได้เลย

 

                หลายครั้งที่เราเข้าไปกอดแม่หรือไม่ก็กอดขาพ่อไว้แน่น เพื่อไม่ให้พ่อทำร้ายแม่ พวกเราโดนพ่อตีด้วย บางครั้งก็โดนถีบหงายท้องไปก็มี ... !

 

                ด้วยความเป็นเด็ก ฉันก็ไม่รู้จะทำอย่างไรเพราะไม่เข้าใจนั่นเอง บางทีฉันก็เข้าไปยืนดูแม่ใกล้ๆเวลาแม่นั่งร้องไห้อยู่คนเดียว โดยไม่ได้ถามไถ่เรื่องราวอะไรจากแม่

 

                "แม่..หนูขอตังค์ไปซื้อขนมหน่อย"

                "เออ..กินเข้าไปเหอะ ข้าไม่มีแล้ว มีเท่าไหร่มันก็รีดเอาไปกินเหล้าหมด"

                แม่พูดเสียงค่อนข้างดังปนเสียงสะอึกสะอื้น

                "หนูขอแค่ห้าบาทเองน่ะ"

                "มึงช่างไม่รู้เรื่องอะไรเลย ปวดหัว ! ไป..อยากไปไหนก็ไป"

 

                ถึงแม้แม่จะดุฉัน แต่ก็เอามือล้วงเข้าไปในเสื้อชั้นในคอกระเช้าหยิบมาให้ฉันห้าบาท

 

                ด้วยความดีใจฉันมักจะรีบวิ่งไปที่ร้านขายของชำ บางทีวิ่งข้ามถนนคนเดียว เกือบโดนรถชนตายหลายครั้งหลายหน แต่ก็ยังดีมีชาวบ้านแถวนั้นมาช่วยไว้และพากลับบ้านทุกครั้ง จากความดื้อและซนของฉันเอง ทำให้โดนแม่ตีเสมอๆ ซึ่งไม่เหมือนพี่สาวของฉันเลย เพราะเขาไม่ดื้อและไม่ซนเหมือนฉันสักคน

 

                อีกอย่างฉันเรียนหนังสือไม่เก่งเหมือนพี่สาว เคยเรียนซ้ำชั้นตอนอยู่ประถมหนึ่งซึ่งแม่มักจะบ่นว่าเสมอๆจึงทำให้ฉันไม่ได้รับของขวัญหรือรางวัลอะไรจากแม่สักเท่าไหร่ ฉันคิดตามภาษาเด็กในตอนนั้นว่า สักวันหนึ่งฉันจะต้องทำให้ได้

                ต้องเรียนเก่งสักวัน เพื่อมอบให้กับแม่ !

 

                เช้าวันนี้เป็นวันที่แปลกมาก แม่มากระซิบพวกเราว่า

                "วันนี้พวกเอ็งไม่ต้องไปโรงเรียน"

                "ทำไมล่ะ แม่..! วันนี้ไม่ใช่วันหยุดสักหน่อย"

                แม่เอานิ้วมาแตะที่ปาก

                "จุ๊ๆๆ ค่อยๆ อย่าให้พ่อมึงได้ยิน"

                "แม่ทำท่าดุ พร้อมกับชี้มือไปทางพ่อซึ่งกำลังอาบน้ำอยู่ในห้องน้ำ"

               

                เราสามคนพี่น้องได้แต่มองหน้ากัน แล้วรีบกลับเข้าห้องนอนไปตามที่แม่บอก ตอนบ่ายๆของวันเดียวกัน แม่ก็พาเราหนีออกจากบ้านที่ราชบุรีไปกรุงเทพฯ ไปอาศัยอยู่กับป้าซึ่งเป็นพี่สาวของแม่ ป้ามีร้านขายหมู

                ดังนั้นพวกเราจึงต้องช่วยทำงานให้ป้าด้วย โดยเฉพาะแม่นั้นต้องทำงานหนักมากกว่าทุกคนก็ว่าได้ อาจจะเพราะความเกรงใจและต้องอาศัยบ้านเขาอยู่...

 

                ถึงแม้ว่าแม่ต้องทำงานยากลำบากเพียงใด แต่ไม่เคยปริปากบ่นสักคำ แม่อบรมเลี้ยงดูพวกเราอย่างดีโดยไม่มีพ่อคอยส่งเสียและฉันก็ไม่เคยคิดถึงพ่อเลย ...

 

                ...แต่ชีวิตของคนเรานั้นไม่มีอะไรแน่นอนจริงๆ เมื่อฉันเรียนมัธยมสองและแม่ต้องเข้าๆออกๆโรงพยาบาลหลายครั้ง ในที่สุดฉันได้ยินจากปากของแม่เอง พวกเราจึงรู้ว่าแม่เป็นโรคมะเร็งที่ทรวงอกด้านซ้าย แม่เคยผ่าตัดมาครั้งหนึ่งแล้ว และวันนี้แม่ต้องเข้าโรงพยาบาลเพื่อผ่าตัดครั้งที่สองอีก

                แม่บอกฉันด้วยอาการเศร้าหมองว่า

                "ครั้งนี้หมอบอกว่าไม่สามารถรักษาได้แล้ว ไม่ว่าจะเป็นโรงพยาบาลหรือยาหม้อ..."

                แม่จ้องหน้าฉันนิ่งและนาน...

 

                "แม่อยากกลับบ้าน แม่คิดถึงบ้าน ขอให้แม่ได้ตายที่บ้านเกิด ราชบุรี เถิด..."

 

                ฉันได้แต่ร้องไห้..สงสารแม่เหลือเกิน แต่..ไม่รู้จะช่วยแม่ได้อย่างไร ถามในใจว่า "ทำไม และก็ทำไมแม่ต้องไม่สบายขนาดนี้ด้วย เจ้าโรคร้ายนี่ทำไมรักษาไม่ได้ อาจเป็นเพราะเราไม่ค่อยมีเงินหรืออะไรกันแน่"  ฉันก็ไม่ทราบได้ชัดเจน...สุดท้ายเราสามคนต้องตามแม่ไปอยู่ที่ราชบุรี เพื่อให้แม่ได้พักฟื้นตามที่แม่ต้องการ...

 

                ...เมื่อคิดย้อนกลับไป ฉันยังจำได้ดี ตอนที่แม่พาพวกเราหนีมาใหม่ๆนั้น พ่อมักจะแอบพาพวกเรากลับไปอยู่กับพ่อหลายครั้ง และทุกครั้งจะต้องมีเรื่องมีราวกับแม่ อย่างเอาเป็นเอาตายกันเลยทีเดียว

 

                แม่ไม่ยอมที่จะให้ลูกๆไปอยู่กับพ่ออย่างเด็ดขาดไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ครั้งสุดท้ายที่ฉันจำติดตาติดใจที่สุดจนถึงทุกวันนี้ ตอนที่เห็นเลือดสดๆของแม่ไหลอาบแก้มและเลือดกลบปากแม่ เพราะแม่โดนพ่อทำร้ายอย่างโหดเหี้ยมทารุณ แม่ทนมือทนเท้ามุดหัวเข้าหาพ่อ ฉุดกระชากลากพวกเราออกมาจากพ่อ...

 

                แม่เหมือนแม่เสือที่คอยปกป้องลูกของมัน แม่ไม่เคยยอม ถึงแม้จะต้องเจ็บตัวอย่างสาหัสทุกครั้งก็ตาม !

 

                ในที่สุดเราก็ได้มาอยู่กับแม่อย่างทุกวันนี้ อย่างน้อยเราก็รู้ว่า แม่สามารถส่งเสียให้เราได้เรียนหนังสือ และปลอดภัยจากอันตรายใดๆ

 

                ...วันนี้ เป็นวันที่ฉันตื่นเต้นและดีใจมากที่สุดในชีวิต หลังจากโรงเรียนเลิกแล้ว ฉันรีบวิ่งกลับบ้านโดยไม่คิดถึงชีวิต วิ่งตัดหน้ารถยนต์หลายคัน จนถูกชนกลิ้งไปหลายตลบ แต่..ฉันไม่รู้สึกเจ็บอะไรเลย กลับลุกขึ้นวิ่งต่อไป เพื่อจะที่อวดแม่...และบอกแม่ดังๆ  ฉันเป็นเด็กดีแล้ว

 

                "ฉันทำได้ๆ และทำสำเร็จแล้วแม่จ๋า..! ! "

 

                เมื่อฉันวิ่งกลับมาถึงบ้านด้วยความตื่นเต้นดีใจสุดขีด เพื่อแม่จะได้เห็นได้ภูมิใจที่ฉันทำสำเร็จแล้ว ฉันสอบได้ที่สองของห้องครั้งแรกในชีวิต.. แต่สิ่งที่เห็นอยู่ตรงหน้า มีคนมากหน้าหลายตา กำลังยืนอยู่ตรงที่แม่กำลังนอนอยู่..

.

                ฉันเข้าไปเขย่าตัวแม่อย่างแรง..เอาสมุดพกกางหลาอยู่หน้าแม่...ฉันทำได้ ทำดี เพื่อแม่ได้สำเร็จแล้ว..

 

                แม่ไม่ลืมตา..ได้แต่แน่นิ่ง..ตัวเย็นเฉียบ ! !