Get Adobe Flash player

กาลเวลา และศิลปะ (สารคดีชุดอาร์ตอินอเมริกา และยุโรป) โดย อ.วิบูลย์ วันประสาท

Font Size:

เรื่องกาลเวลา และศิลปะที่ผมเขียนต่อเมื่องมาหลายสัปดาห์นั้นผมอยากจะเน้นว่า “กาลเวลา” สามารถบอกข้อเท็จจริงได้ทุกอย่าง ผมมีความเชื่ออย่างนั้นมานานแล้วเพราะฉนั้นถ้าใคร “ทำดี” เอาไว้อย่าไปกลัวว่าใครจะไม่รู้ ขอให้ทำต่อไปอย่าท้อถอยแล้วความดีที่ท่านทำไว้มันจะมีคนรู้จนได้ สิ่งที่น่ากลัวอย่างหนึ่งคือการทำดีย้อนหลังไม่ได้นะครับ ถ้าใครทำอะไรไว้ไม่ดีล่ะก้อมันจะเล่นงานผู้นั้นไม่ช้าก็เร็ว ลองโปรดดูในสังคมทั่วๆไปจะมองเห็นอย่างชัดเจนว่าใครเป็นใคร ผมทำงานศิลปะอย่างดี มีความประพฤติดีในปัจจุบันผมเห็นผลดีตามมาหาผมยิ่งเชื่อกาลเวลา และการสะสมความดีทุกๆอย่างเอาไว้จะได้ดีชั่วนิรันดร์ครับ

ในสังคมอเมริกันนิยมวัตถุนิยม (materialism) อยากจะประสบความสำเร็จในชีวิตอย่างรวดเร็วที่จะทำได้ ไม่ค่อยเชื่อถือการทำดี หารู้ไม่ว่าการประสบความสำเร็จอย่างนั้นอาจมีเบื้องหลังขาดความดีอยู่ก็ได้ มันอาจจะเกิดเรื่องวุ่นวายแก่บุคคลนั้นได้ ส่วนผู้ที่ประสบความสำเร็จอย่างวัตถุนิยมแล้วยังมีความสุขสบายดีก็อย่าได้ประมาท บางคนตายไปแล้วเรื่องจึงปรากฎขึ้นมาก็มี อย่างนี้เป็นต้น ที่ผมเขียนเรื่องความดีผมอยากจะเขียนเน้นเรื่องการทำงานศิลปะให้ดี เท่านั้นเองนะครับแต่ผมเกิดเขียนเลยเถิดไปทางหลักธรรมะที่ผมชอบแต่ผมเขียนไม่เป็นแบบพระท่านสอนถ้าไม่ถูกใจก็ขออภัยไว้ที่นี้เสียเลย ตั้งแต่ผมเรียนศิลปะเมื่อมีอายุ 16 ปี ผมมีความตั้งใจสูงเอาไว้ว่าจะต้องเรียนและทำงานศิลปะให้ดีที่สุดอยู่ในทัศนคติประจำใจมาตลอดจนกระทั่งในปัจจุบัน กาลเวลามันผ่านไปไม่ใช่น้อยทีเดียว (ใครที่นิยมวัตถุคงจะรอไม่ได้เท่าผมหรอกครับ) บัดนี้ผลดีต่างๆทางศิลปะที่ผมสร้างสะสมเอาไว้มันเกิดออกดอกมีผลในทางที่ดีอย่างไม่น่าเชื่อว่าจะเกิดขึ้นโดยมีนักสะสมศิลปะทั่วๆไปหลายประเทศก็แล้วกัน จะบอกว่าทั่วโลกประเดี๋ยวคนจะหาว่าผมเชียร์ตัวเองได้ เอาเป็นว่าเกิดขึ้นหลายประเทศที่ส่งคำชมเชยผมมาทางอีเมล์ ทางจดหมายส่วนตัวก็มี ผมเกิดมีอาการงงๆอยู่บ้างว่าเอ๊ะเขาเหล่านั้นรู้จักผมได้ยังไง ตอนพวกเขาเหล่านั้นซื้อภาพเขียนของผมไปแล้วผ่านอาร์ตแกลเลอรี่บ้าง ผ่านทางการซื้อต่อๆกันไป บางคนภาพนั้นที่เขาซื้อไปแล้วไปตกเป็นมรดกตกทอดก็มี ฯลฯ เอาล่ะครับประเดี๋ยวจะว่าเขียนฝอยมากเกินไป โดยหาว่าผมยกเฆฆพวกนักสะสมศิลปะ  (Art Collector) ทั้งหลายสืบหาทาง Google ยังไงล่ะครับและโดยบังเอิญผมเซ็นต์ชื่อเป็นภาษาอังกฤษไว้ในผลงานของผมทุกชิ้น สามารถอ่านออกได้ชัดเจนอีกประการหนึ่งก็เป็นได้ นี่ก็คือผลดีอีกอย่างหนึ่งที่ทำให้ผมรู้ว่าใครชอบงานศิลปะของผมอย่างแท้จริง ครั้งหนึ่งในอดีตผมเคยได้รับรางวัลจาก แคนาเดียนแอร์ไลน์ ให้ตั๋วชั้นหนึ่งไป-กลับ กรุงเทพฯ-ลอสแองเจลิส สองที่นั่งที่ได้ก็เพราะงานศิลปะ ภาพเขียนของผมอีก ไม่ยังงั้นผมคงไม่ได้กลับไปเยี่ยมบ้านเกิดได้หรอกครับ เป็นเรื่องจริง และภาพเขียนภาพนั้นยังแขวนอยู่ที่บริษัทการบินที่ประเทศแคนาดา ทำไมบริษัทแคนาดารู้จักผมเพราะว่า marketing ของบริษัทเกิดชอบภาพเขียนของผมที่นักสะสมซื้อภาพเขียนของผมไปจากอาร์ตสตูดิโอเมืองมารีน่า เดลเร นั่นเอง ตอนที่ผมได้รับโทรศัพท์จากบริษัทการบินผมยังไม่เชื่อเลยว่าจะเป็นเรื่องจริง! ที่เกิดขึ้นอย่างเหลือเชื่อใครว่า “ความรักมีอำนาจมาก แต่มันไม่แน่นักเพราะว่า “ศิลปะ” มันมีอำนาจมากไม่ยังงั้นเราจะไม่เห็นอาร์ตมิวเซี่ยมในอเมริกามีอาร์ตเกิดขึ้นมากมาย เศรษฐีอเมริกันมีเงินมากๆจะบริจาคให้วงการศิลปะอเมริกาในอเมริกาอย่าง Getty Center  เป็นต้น ฯลฯ

ตราบใดที่กาลเวลายังมีอยู่ การทำงานศิลปะที่ดีก็ดีหรือการสร้างสมความดีต่อเป็นส่วนบุคคลก็ดีจะได้รับผลตอบแทนภายหลังอย่างมีความสุขใจ ถ้าไม่เริ่มวันนี้แล้วจะเริ่มวันไหน กาลเวลามันไม่เคยรอใครเลยจริงๆนะครับ