Get Adobe Flash player

กาลเวลา และศิลปะ (สารคดีชุดอาร์ตอินอเมริกาและยุโรป)

Font Size:

ศิลปินแห่งยุโรป

ในอดีตศิลปินแห่งยุโรปเกือบทุกคนเชียวแหละครับกลายเป็นศิลปินคนสำคัญๆ ของโลกศิลปิน และศิลปะ ใครที่เคยเรียนศิลปะไม่ว่าจะเรียนอยู่แห่งหนใดจะต้องเคยเรียนประวัติของศิลปินเอกๆ เหล่านั้นประสบความสำเร็จได้อย่างไร แน่นอนละครับแต่ละคนต้องประสบกับการดิ้นรนที่ลำบากยากเข็ญในอาชีพศิลปินมาก่อนทั้งนั้น ผมศึกษามาแล้วไม่เคยเห็นศิลปินคนไหนประสบความสำเร็จอย่างง่ายดายสักคนเดียว เป็นเรื่องจริงที่น่าสนใจแก่ศิลปินยุคปัจจุบันที่สมควรตระหนักว่าการเป็นศิลปิน (Visual Artist) นั้นมันไม่ใช่ของง่ายๆ และเป็นได้ทุกคน

      ผมเองไม่อยากจะเขียนเรื่องศิลปะถึงเรื่องจริงของตนเองเท่าไรนักหรอกครับประเดี๋ยวท่านผู้อ่านอาจคิดว่าผมเขียนเรื่องเพื่อโอ้อวดตัวเอง ผมกลัวจริงๆ นะครับแต่ว่า ถ้าผมเองเป็นนักศิลปะเพราะฉนั้นเรื่องราวในชีวิตจริงๆ ของผมจึงเข้าข่ายเป็นเรื่องศิลปะที่สมควรนำมาเขียนได้อย่างไม่ผิดกติกาใดๆ ส่วนผมจะไปเขียนเรื่องศิลปินคนอื่นๆ ที่ผมเคยรู้จักผมบอกตรงๆ ผมไม่กล้าเขียนเพราะว่าถ้าเขียนแบบเชียร์อะไรก็ดีไปเสียหมด ก็จะไม่มีใครมาว่าผมหรอกเพราะเป็นเรื่องที่ดีๆ ทั้งนั้น เช่นถ้าผมเกิดเขียนเรื่องตรงไปตรงมาผมจะไม่ขอเขียนดีกว่าครับในอดีต (กาลเวลา) ผมได้รับการสนับสนุนจากองค์การศิลปะแห่งประเทศเยอรมันให้ไปเรียนศิลปะที่นั่น ผมเรียนศิลปะตะวันตกที่บ่อเกิดศิลปะแห่งตะวันตกที่ทวีปยุโรป ผมผ่านมาหลายประเทศด้วยเหตุนี้อีกแหละครับ ผมจึงมีความรู้ทางศิลปะ (Visual Art) เป็นอย่างดีมาก่อนเท่าๆ กับนักเรียนศิลปะชาวยุโรป เมื่อผมมาอาศัยอยู่ในอเมริกาจนถึงปัจจุบัน ผมมีอาชีพอีกอย่างหนึ่งนอกเหนือจากการสร้างงานศิลปะ (เพ้นติ้ง) คือการสอนศิลปะตะวันตกแก่ชาวอเมริกันที่นี่อเมริกา การสอนศิลปะของผมได้ผลดีถึงขั้นได้รับรางวัลจากสมาคมธุรกิจแห่งนิวยอร์ค ผมไม่อยากเขียนโอ้อวดแต่อยากเน้นถึงการเหยียดผิวผสมอยู่ในอาชีพทางศิลปะอย่างลึกๆแอบแฝงอยู่ในสังคมที่นี่ การที่ใครจะได้รับรางวัลสำคัญๆ จะต้องผจญกับสีผิวเสียก่อน สิ่งที่เอาชนะได้คือความสามารถ ที่มีเท่ากันหรือเหนือกว่านั่นแหละครับคือคำตอบเรื่องที่ผมเขียน บางคนอาจจะไม่เชื่อ ผมจะต้องเขียนว่าใครไม่ประสบด้วยตนเองเสียก่อนจะไม่เชื่อมันก็เท่านั้นเอง เขียนไปพูดไปสองไพเบี้ย นิ่งเสียจะดีที่สุด แต่ว่าถ้าไม่เขียน ไม่พูด แล้วใครจะรู้คิดกันเอาเองเถอะครับ ในปัจจุบันเรื่องของกาลเวลาที่ผ่านไปนานเข้าผมมีความสามารถสอนนักเรียนศิลปะอเมริกันให้เป็นศิลปินได้ นอกจากนี้ในบางครั้งผมแนะนำสิ่งที่ดีให้พวกเขาและสามารถดุลูกศิษย์ที่ไม่เอาถ่านหลายคนให้กลับใจหันมาเป็นศิลปินเหมือนอย่างผมได้ก็เพราะว่าผมมีประสบการณ์มากกว่าและพิสูจน์ได้ว่าจริงหรือไม่จริง สิ่งเหล่านี้เองที่ทำให้ผมผู้สอนศิลปะมีสีผิว ที่สั่งสอนนักเรียนศิลปะอเมริกันผู้ถือตัวว่ามีสีผิวดีกว่ายอมรับได้ ผมเองไม่เคยดีใจหรือเสียใจอะไรเลย แต่อยากจะเน้นว่า กาลเวลาสามารถพิสูจน์อะไรๆ ได้ทุกอย่างทั้งทางที่ดีและเลวได้ แต่ว่าแล้วใครจะรอกาลเวลาอันยาวนานได้คือข้อพิสูจน์ครับ เมื่อเจ็ดปีที่ผ่านไปผมมุ่งกลับไปยุโรปอีก ผมใช้เวลาอันยาวนานสะสมประสบการณ์ทางศิลปะร่วมกับองค์การศิลปะระดับสำคัญๆ และใช้ชีวิตร่วมกับศิลปินชาวยุโรป แบบทำงานร่วมกันอย่างสันติสุขอย่างชีวิตของศิลปินสมควรจะเป็น พูดง่ายๆ คือมีอาชีพเดียวกันใครมีความสามารถก็ได้ดีไปเอง ทุกคนยินดีในความสำเร็จ นี่คือที่นั่น ปีนี้ผมได้ตำแหน่งศิลปินแห่งยุโรปแล้วแต่ผมใช้เวลากว่าเจ็ดปีนะครับถึงจะได้ แล้วแต่ใครจะเชื่อนะครับในเรื่องของกาลเวลาที่ยาวนาน

       ศิลปินแห่งยุโรปคนสำคัญๆ ได้แก่ Claude Monet ฝรั่งเศส, Edvard Munch นอร์เวย์, Piet Mondrian เนเธอร์แลนด์ แค่นี้ก็เหลือกินแล้วล่ะครับว่าศิลปินเหล่านั้นมีผลงานศิลปะเด่นดังขนาดไหน โปรดดูภาพประกอบและลองศึกษาชีวะประวัติของศิลปินก็ยังได้อีกว่าเป็นอย่างไรกัน