Get Adobe Flash player

กาลเวลา และศิลปะ (สารคดีชุดอาร์ตอินอเมริกา และยุโรป) โดย อ.วิบูลย์ วันประสาท

Font Size:

ไม่มีไตเติ้ล

                วันนี้จู่ ๆ ผมได้รับอีเมล์มาจากอาร์ตแกลเลอรี่ที่กรุงเบอร์ลิน ที่เคยติดต่อขอไปแสดงภาพจิตรกรรมสมัยใหม่ของผมเมื่อปลายปีที่ผ่านไป อีเมล์ในนามของผู้อำนวยการผู้กล่าวเชิญผมในฐานะศิลปินที่ทางอาร์ตแกลเลอรี่สนใจอนุมัติให้ไปเปิดนิทรรศการงานจิตรกรรมได้ และจะไปเมื่อไรขอให้แจ้งบอกล่วงหน้าไป ทำนองเปิดไฟเขียวให้แล้ว นับเป็นข่าวดีส่วนตัว แต่คิดไปคิดมาผมยังมีงานจิตรกรรมชิ้นใหญ่อยู่หลายโปรเจค ถ้าจะลำบากถ้าจะไปในเร็ว ๆ นี้

                ผมสร้างงานศิลปะด้านจิตรกรรมอะไรอยู่ในปัจจุบันที่กำลังทำอยู่ (Painting in Progress) มีอยู่ชิ้นหนึ่งเป็นงาน Abstract ไตเติ้ล “Paris at Night” งานชิ้นนี้เป็นงานที่ผมรวบรวมเอาวิญญาณของกรุงปารีสมาผสมผสานรวมกันโดยใช้จินตนาการเขียน ไม่มีข้อมูลอื่นใด เป็นงานสมัยใหม่ที่นักวิจิตรศิลป์สมัยนี้ชอบเอ่ยถึง และวิจารณ์ว่าเป็นงานแนวภาพเหมือนธรรมชาติ Realistic ในปัจจุบันของศตวรรษนี้ คือ ศิลปินสมัยนี้ไม่รู้จักเขียนภาพเหมือนศิลปินยุคเก่าอีกต่อไปแล้ว เพราะฉะนั้นงานศิลปะนามธรรม (Abstract) ก็คืองานศิลปะแบบภาพเหมือนในปัจจุบัน ที่นี่อเมริกาว่าแต่ศิลปะแอปแสตรคทั่วเมือง ผมเคยถามเพื่อนสนิทชาวอเมริกันคนหนึ่ง เธอตอบว่า งานศิลปะสมัยใหม่เธอถือว่าเป็น การแสดงออกของศิลปินที่ไม่มีการลอกเลียนแบบธรรมชาติอีกต่อไป นั่นคือ ศิลปะสมัยใหม่ในสายตาศิลปินชาวอเมริกัน และยอมรับว่านี่คือภาพเหมือนยุคนี้ ไม่ใช่เหมือนยุคเก่าแลดูน่าเบื่อหน่าย ผมสอนลูกศิษย์ชาวอเมริกันเป็นศิลปินสมัยใหม่ที่ค่อนข้างจะเด่นดังได้แก่ Sally Simmons และ Brian Reeds คนแรกทำงานศิลปะอยู่ที่เท็กซัส อีกคนอยู่แอลเอนี่เอง ส่วนที่ชิคาโกยังมีอีกหลายคนกำลังจะดังขึ้นมา

                ทำไมผมจึงยกตัวอย่างลูกศิษย์ของผมขึ้นมา เพราะว่ามันเป็นเรื่องแปลกในสายตาอเมริกัน ผมไม่ใช่คนอเมริกันแต่กลับไปสนชาวอเมริกันในวิชาศิลปะ ซึ่งในสายตาชาวตะวันตกทั่วไปทั้งอเมริกา และยุโรป ยกย่องศิลปินไว้เหนือในสังคม การยอมรับตัวผมแบบนี้ผมถือว่าผมเป็นผู้สร้างภาพพจน์ใหม่ให้แก่บ้านเกิดเมืองนอนได้สำเร็จแล้วในปัจจุบัน ภายในจิตใจผมดีใจที่ทำได้ แต่ชีวิตจริงของผมเป็นคนถ่อมตัวเอง Humble จนฝรั่งทั่ว ๆ ไปหาว่าผมเป็น Humble Artist ไม่ถามไม่เคยบอกใคร ฝรั่งหลายคนบอกผมว่าถ้าเขาเป็นแบบผมเขาจะคุยฟุ้งสร้างข่าวให้เด่นดังไปทั่วโลกเลย ผมฟังแล้วได้แต่ยิ้มอย่างเดียวเป็นคำตอบสิ่งที่ผมได้รับในปัจจุบัน และดีใจคือ การยอมรับความรู้ความสามารถของผมต่างหาก ผมมีความเชื่อในหลักธรรมะที่บอกเราว่า ชื่อเสียงเกิดแล้วย่อมเสื่อมดับไปได้ แต่ความรู้ความสามารถ และความดี จะมีคนกล่าวขวัญตลอดไป ไม่ว่าจะอยู่แห่งหนใจ ภายไปแล้วคนก็ยังกล่าวถึงได้

                เมื่อวานตอนเย็นผมคุยกับ “ซูซี่” สาวอเมริกันผู้อยากจะเรียนศิลปะกับผม เราคุยกันอย่างเปิดใจ ผมถามเธอว่า เอ้าแล้วจะมาเรียนกับผมทำไม เธอตอบแบบไม่ทันผมพูดจบว่า I knew you are only one can teach me. ผมพูดตอบไปว่าขอบใจที่ยกย่อง และจะฝากฝังตัวเองเป็นลูกศิษย์ เธอยิ้มหวาน และดูเธอมีความสุขที่ผมตอบว่ายินดีจะสอนให้ทั้ง ๆ ที่ผมไม่ใช่ผิวสีเดียวกับเธอ

                สัปดาห์นี้ชาวอเมริกันเฉลิมฉลองวันชาติกันทั่วเมืองอเมริกาเป็นประเทศมีอิสระ มีคนหลั่งไหลมาอาศัยที่นี่ทั่วสารทิศ แม้ในขณะที่กำลังฉลองวันชาติกันอยู่ก็ยังมีคนมายืนเรียงรายหาโอกาสเข้ามาอยู่ที่นี่อเมริกากันอยู่ไม่เคยมีการหยุดนิ่ง ขอให้โชคดีโดยทั่วกันครับ