Get Adobe Flash player

กาลเวลา และศิลปะ (สารคดีชุดอาร์ตอินอเมริกา และยุโรป) โดย อ.วิบูลย์ วันประสาท

Font Size:

กาลเวลา

                กาลเวลามันไม่รอใคร และมันยังผ่านไปรวดเร็วเกินกว่าเราจะคิด ในปัจจุบันผมมานั่งคิดถึงอดีตที่เมืองไทยเวลาเปิดนิทรรศการภาพเขียน จะมีนักหนังสือพิมพ์หลายฉบับมาทำข่าวสัมภาษณ์ศิลปิน บางครั้งมีผู้หลักผู้ใหญ่มาเปิดงาน มีทีวีช่องสำคัญมาถ่ายทำออกข่าวภายในประเทศ เป็นศิลปินสมัยผมมันคึกคักมีชีวิตชีวาอยู่ในวงการศิลปะเพิ่งเริ่มต้น ศิลปินเกือบทุกคนจะรู้จักกันดี เป็นมิตรที่ดีต่อกัน เมื่อมีโอกาสจะมานั่งคุยกินเหล้าเมายาตามประสาศิลปิน คิดขึ้นมาครั้งไรเกิดความสุขใจอย่างยิ่ง และกาลเวลามันยังจะบันทึกเรื่องราวต่าง ๆ ไว้ใครจะเถียงมันไม่ได้ด้วยสิ

                สำหรับผมยังมีทัศนคติที่ดีตามนิสัยศิลปินที่เกิดมามันก็เป็นคนยังงี้เอง คือเป็นคนใจดี มีมิตรภาพที่ยั่งยืนถาวร ไม่ดูถูกคน นับถือทุกคนในฐานะเป็นเพื่อนร่วมโลกเดียวกัน มี เกิด แก่ เจ็บ ตาย ทุกคน หลีกเลี่ยงไม่ได้สักคน จะดีจะชั่วเราก็เป็นมนุษย์ด้วยกัน นอกจากนั้นผมยังมีอุดมคติการให้ Giving ก่อนโดยไม่ต้องนึกถึงผลประโยชน์ แต่การให้ของผมเป็นไปตามกำลังที่ทำได้ พูดง่าย ๆ ก็คือ การอาสาสมัครช่วยเหลือสิ่งที่ผมถนัด ได้แก่ อาสาสมัครรับช่วยส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมไทย และการสอนศิลปะประจำชาติสาขาจิตรกรรมภาพไทย เป็นต้น สิ่งต่าง ๆ ที่ผมเอ่ยผมทำไปด้วย ใจรัก ได้ผลประโยชน์คือ ได้รับความชื่นใจจากการให้ และเสียสละที่ทำลงไป คนไทยชอบพูดในภาษาชาวบ้านว่า ทำไปได้แต่กล่อง ไม่ได้เงิน ผมมีความเชื่อถืออย่างมากอยู่ในสิ่งที่ผมเอ่ยข้างต้น เพราะอะไรรึครับ ก็เพราะว่าผมได้รับสิ่งตอบแทนโดยไม่คิดฝันมาก่อนมากมายเหลือคณานับ  ในอาชีพส่วนตัวของผม กาลเวลามันบอกผมอย่างมีประจักษ์พยานเป็นของจริงของแท้ ใครไม่ทำจะมี่เคยเห็นอย่างผมครับ

                เมื่อไปอยู่ที่กรุงปารีสผมได้ที่อยู่อาศัยดี ไม่ต่ำต้อย อยู่ในแดนชาวปารีสที่ดี ปลอดภัยทุกอย่าง ทุกคนที่รู้จักยินดีช่วยเหลือแนะนำให้ ผมเปรียบเสมือนเป็นญาติสนิทกันมาก่อน ทุกคนมีความบริสุทธิ์ใจที่เห็นว่าบริสุทธิ์ใจเพราะว่าเป็นเรื่องจริงเกิดขึ้นจริง ๆ จากผู้แนะนำเหล่านั้น ชีวิตส่วนหนึ่งของผมอีกซีกหนึ่ง ผมชอบอยู่กับความเป็นจริง หลายคนที่เป็นเพื่อนใหม่ที่เป็นชาวยุโรปมักจะมองผมเป็นชาวฝรั่งเศส เพราะว่าผมสวมหมวกแบเล่ย์เหมือนชาวฝรั่งเศส ผมตอบไปว่าไม่ใช่ ผมเป็นคนไทย พอคบกันไปนาน ๆ หลายปียังหาว่าผมเป็นฝรั่งเศสอยู่อีก ระยะหลังผมเลยไม่ว่าใคร ใครจะมองผมเป็นคนชาติไหนก็ได้ ผมไม่ว่าอะไรใครเลย

                ในปัจจุบันนี้ผมชอบทำตัวผมให้เป็นศิลปินสากล หรือ International Visual Artist คนที่ตั้งตำแหน่งให้ผมในตำแหน่งนี้เป็นชาวอังกฤษที่มาดูงานศิลปะส่วนตัวที่อาดร์ตสติวดิโอที่นี่อเมริกา ก่อนเขาจะลากลับเขาบอกผมว่าผมเป็นศิลปินสากล นับจากนั้นมา ปัจจุบันยังมีคนเรียกผมในตำแหน่งนั้นอยู่ก็มี

เมื่อเย็นวานผมนั่งคุยกับเพื่อนศิลปินอเมริกันคนหนึ่ง เธอถามผมว่าไปอยู่ปารีสบ่อย ๆ ไม่คิดถึงปารีสบ้างรึไง หลังจากเธอได้ดูภาพถ่ายของผมที่ถ่ายที่อาร์ตสติวดิโอที่นั่น เธอหาว่าผมคงมีความสุขมาก แต่ที่แท้จริงแล้วผมอยู่ที่ไหน ๆ ผมก็มีความสุขใจทั้งนั้น เมื่อสมัยอยู่เมืองไทยผมมีความสุขทุกอย่างครบถ้วนจริง ๆ ไม่อยากจะไปอยู่ที่ไหน ๆ ด้วยซ้ำไป แต่พรหมลิขิตของศิลปินมันพาไปจนได้ จนขณะนี้ได้มาอยู่ทั้งอเมริกา และยุโรป ก่อนออกจากเมืองไทยมีคนมาชวนผมให้ไปอยู่ที่ปารีส และบอกผมว่าอย่าไปอยู่อเมริกาเลย ถ้าผมตอบตกลงในคราวนั้น ป่านนี้ผมคงเป็นส่วนหนึ่งศิลปินฝรั่งเศส แต่ว่าถึงแม้จะมาอยู่ที่นี่ แต่ปัจจุบันผมได้ไปอยู่ที่ปารีส มีอาร์ตสติวดิโอที่นั่นได้อีก เรื่องทั้งหมดเป็นเรื่องของกาลเวลา และวิถีชีวิตของศิลปินทั่ว ๆ ไปธรรมดา ๆ ที่ผมเขียนได้สนิทใจเพราะว่ามันเป็นเรื่องจริง

วันนี้ไม่รู้เป็นวันอะไร อาจจะฤดูร้อนก็เป็นได้ คิดถึง Giveny ส่วนศิลปะของศิลปินเอก Claude Monet ที่นั่นมีอากาศเย็นสบายที่สุด แวดล้อมไปด้วยแมกไม้ และสระบัวที่สวยงาม รวมทั้งมีอาร์ตมิวเซี่ยมของศิลปินอเมริกัน Musee D’Art American Giverny (สุขใจในสวนศิลปะท่ามกลางธรรมชาติหาไม่ได้แล้วในโลกนี้)