Get Adobe Flash player

กาลเวลา และศิลปะ (สารคดีชุดอาร์ตอินอเมริกา และยุโรป) โดย อ.วิบูลย์ วันประสาท

Font Size:

ก้อนหินศิลปะ

               การกระทำความดีเอาไว้มาก ๆ เท่าไรยิ่งดีแก่ผู้นั้น และอย่าลืม “การให้” หรือแบ่งปันกันบ้าน คนที่เอาแต่ได้อย่างเดียวจะไม่มีใครเห็นใจเมื่อเกิดทุกข์ คนที่ให้จะได้กุศลผลของการให้ เมื่อถึงเวลาจะมีคนให้ตอบแทนมากมายเกิดขึ้นได้อย่างแน่นอน เมื่อวานนี้ผมได้รับโทรศัพท์จากชาวอเมริกันนักสะสมศิลปะคนหนึ่ง บอกผมว่าจะไปรับผมไปดูอาร์ตที่ “แลคมา” LACMA หรืออาร์ตมิวเซี่ยมของแอลเอเค้าน์ตี้ ผมยังงง ๆ อยู่ เพราะว่าเธอซื้อภาพเขียนของผมไปแล้วหนึ่งภาพ ยังจะมาขอบริการผมให้ไปดูอาร์ต “Van Gogh to Kandinsky” อีกหรือนี่ น่าจะเกิดจากการให้ของผมอีกแล้วล่ะมั้ง ผมเดา ๆ เอา แต่ว่ามันเป็นเรื่องจริงนะครับ

               ในที่สุดผมได้ไปดูศิลปะฟรีทุกอย่างทุกสิ่งที่เสียเงิน เพราะว่าชาวอเมริกันผู้หวังดีและสนับสนุนศิลปินเป็นผู้ออกให้ผมหมดทุกอย่าง รวมทั้งมารับมาส่งถึงอาร์ตสติวดิโอ นี่แหละครับ ถ้าใครเกิดได้อะไรลอย ๆ ขึ้นมาเองโดยไม่คาดฝันมาก่อน ถึงแม้จะเป็นเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็ตาม มันจะมาจากการให้ผู้อื่นก่อนของผู้นั้น ผมได้รับมาจริง และเกิดขึ้นจริงหลายเรื่องล้วนไม่น่าเชื่อว่าจะเกิดขึ้น

               เขียนมาถึงตรงนี้ หลายคนคงดูถูกคนให้อะไรเล็ก ๆ น้อย ๆ หรือได้รับอะไรเล็ก ๆ น้อยๆ ทำเป็นเฉยเมยไม่รู้สึกอะไร การกระทำแบบนี้อาจส่งผลทางลบกลับมาหาท่านได้เหมือนกัน ให้สังเกตดูจะมองเห็น ท่านที่ให้ต้องให้อย่างไม่หวังผลตอบแทน ส่วนผู้รับต้องเคารพ และศรัทธาในบุคคลผู้ให้ท่าน แล้วทุกสิ่งทุกอย่างจะเกิดผลดีทุกฝ่ายครับ

               เอาล่ะมั้ง ลองมาฟังผมไปดูศิลปะมาแล้วมีอะไรบ้าง

               เริ่มแรก ผมต้องไปดูซ้ำในงานของ “Van Gogh” ที่เคยดูมาแล้วที่ยุโรป แต่ก็ต้องตื่นเต้นเหมือนเดิมที่ได้ดูศิลปะระดับทั่วโลกเขายอมรับอีกครั้ง ส่วนงานของ Kandinsky เจ้าของฉายาผู้บุกเบิกศิลปะแอปแสตรคของโลก ดูครั้งไรนิยมในสีฉูดฉาดแฝงด้วยวิญญาณศิลปะลึกลับ Spiritual Art ใครที่ยังมองไม่เห็นต้องไปเรียนศิลปะสมัยใหม่อาจจะมองเห็นวิญญาณศิลป์อยู่ในงานภาพเขียนของเขาบ้าง ถ้าจะให้เปรียบเทียบกับคนเข้าทรง Medium เขายังพูดกับวิญญาณคนตายได้ ฉันใดฉันนั้น ถ้าใครมีจิตอ่อนไหวเข้าใจวิชาปรัชญาศิลป์อย่างลึกซึ้ง จะมองเห็นวิญญาณศิลป์อยู่ในผลงานภาพเขียนของศิลปินคานดินสกี้อย่างชัดเจน

               ผมเคยสอนลูกศิษย์ที่เคยเรียนศิลปะกับผม ในลูกศิษย์หลายชาติปรากฎว่าลูกศิษย์ชาวยุโรปเข้าใจง่ายมาก ถ้าพูดถึง Spiritual Art แต่ชาวอเมริกันกลับหน้าเบ้ไม่อยากฟังคำสั่งสอนเท่าไรนัก เพราะอะไรรึครับก็เพราะว่าวัฒนธรรมของแต่ละชาติมันไม่เหมือนกับนั่นเอง อย่างเช่นศิลปะก้อนหินที่ผมไปดู ศิลปินตั้งชื่อไว้ว่า ก้อนหินลอย Levitated Mass มีนักวิจารณ์ศิลป์หลายคนวิพากย์วิจารณ์กันต่าง ๆ นานา ผมเองกลับไม่ชอบเอาเสียเลย ทั้งที่เป็นคนยอมรับอะไรง่าย ๆ ไม่เคยว่าใคร แต่ผมกลับคิดลึกไปถึงการนำเอาธรรมชาติทั้งดุ้น มาติดตั้งเฉยแล้วบอกว่า นี่คือศิลปะ ผมเข้าใจจิตใจศิลปิน Micheal Heizer ดีว่า เขามีความตั้งใจอย่างไรที่นำก้อนหินเฉย ๆ มาตั้งไว้ให้คนดู ที่ผมชอบอยู่บ้างก็คือ ไตเติ้ลตั้งไว้ว่าเป็น หินลอย มันให้ความรู้สึกแก่ผมในทางบวกอยู่มากทีเดียว แต่ในทางกลับกัน ถ้าผมนำลูกโป่งมาฝังไว้ใต้น้ำบ้างล่ะ มันคงทำนองเดียวกันคือ ลูกโป่งไม่จมน้ำ ก้อนหินลอยไม่ได้ มันเป็นปรัชญาทางศิลปะครับ ต้องเรียน Art Appreciation ขั้นสูง ๆ จะเกิดความเข้าใจ และจะมองอะไรก็เป็นศิลปะไปหมด ที่ผมไม่ชอบที่เอ่ยไว้ข้างต้น ก็เพราะว่ามันง่ายเกินไป และใช้เงินมหาศาลในการขนย้ายก้อนหินมาจากภูเขา นัยว่าหมดไปหลายล้านเหรียญทีเดียว แต่ยังไง ๆ นี่ก็คืออาร์ตอินอเมริกาล่ะครับ ดูไปนาน ๆ ก็เกิดชอบเอง ผมเองยังนึกชอบอยู่ในใจที่ไปยืนดูใต้ก้อนดินได้บังแดดร่มเย็นสบายใจ รวมทั้งเด็ก ๆ ที่นั่งหลบแดดมานั่งเล่นกันคึกคัก ผมพลอยได้รับความสุขใจจากงานศิลปะติดตั้งชิ้นนี้อย่างดี ที่เดนมาร์คผมเคยไปดูศิลปะเอาปลาเน่า ๆ มาตั้งแสดงไว้ที่อาร์ตมิวเซี่ยม คนเห็นจะว่ายังไงบ้างผมอยากรู้จัง แต่ผมทนเหม็นไม่ได้เลยรีบเดินออกนอกห้องไปหาอากาศบริสุทธิ์หายใจ ป่านนี้ยังไม่เคยลืมเลยครับ

               ใครที่จะไปดูศิลปะที่แลคมา อย่าลืมไปดูศิลปะสามแห่งให้ได้ แห่งที่หนึ่งอยู่ที่ห้องด้านหน้าของ Broad Contemporary Art Museum เป็นศิลปะติดตั้งชื่อ Metropolis No.11 โดยศิลปิน Chris Burden ส่วนด้านหน้าจะต้องดู Urban Light By Chris Burden อีกชิ้นหนึ่ง ส่วนศิลปะก้อนหินก็แล้วแต่คุณจะตัดสินใจเอาเอง ขอให้โชคดีทางศิลปะ