Get Adobe Flash player

คืนถิ่นศิลปะของโลก โดย อ.วิบูลย์ วันประสาท

Font Size:

การไปดูศิลปวัฒนธรรมของกรุงปารีสนั้นมีหลายวิธี และยังขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ของแต่ละคนอีกด้วย ในฐานะผมมีอาชีพศิลปินหรือพวกศิลปะ การไปดูศิลปะจึงต้องเสาะแสวงหาดูศิลปวัฒนธรรมที่ยังไม่เคยเห็นมาก่อน ต่อจากนั้นจึงไปดูศิลปะที่เคยดูซ้ำอีกเพื่อให้รู้อย่างละเอียดยิ่งขึ้น บางแห่งการดูศิลปะที่กรุงปารีสต้องเสียเงินเข้าไปดูก็จำเป็นต้องจ่ายเหมือนเป็นค่าเล่าเรียนศิลปะ ผมคิดได้อย่างนี้ ผมสบายใจที่จะจ่ายเงินเรียนศิลปะ แพงเท่าไรก็ไม่ว่าอะไร ขอให้มีโอกาสได้เรียนนี่แหละเป็นสิ่งสำคัญสูงสุดของผม

 

               ชีวิตของผมเกิดมาเพื่อศิลปะเมื่อมาเขียนเรื่องศิลปะบางครั้งอดเขียนเรื่องศิลปะเกี่ยวข้องกับตัวของผมเอง ก็ไม่ใช่จะอยากโปรโมทตัวเองให้เด่นดังแต่อย่างใด แต่อยากเขียนความจริงที่เป็นจริงให้วงการศิลปะทั่ว ๆ ไปได้รับรู้ ถ้าไม่เขียนเองจะไม่มีใครมาเขียนถึงแน่เลย มันเป็นเรื่องจริงมานานแล้วนะครับ สมัยผมอยู่เมืองไทยมีหนังสือพิมพ์มาสัมภาษณ์บ่อย ๆ มีโทรทัศน์ช่องต่าง ๆ มาทำข่าวการแสดงนิทรรศการภาพเขียนของผม เพราะมีบุคคลสำคัญของชาติมาทำพิธีเปิดงาน นั่นคือวงการศิลปะที่เมืองไทยยุค ค.ศ. 1970 ที่นิยมทำกัน

เมื่อผมโยกย้ายถิ่นมาอยู่อเมริกา ผมต้องดิ้นรนหาหนทางเข้าสู่วงการศิลปะในอเมริกาให้ได้ โดยไม่ได้คิดย้อนหลังกลับไปสู่วงการศิลปะของไทยอีกเลย ผลเสียก็คือทุกคนลืมผมหมด ผลดีก็คือทำให้ผมเป็นศิลปินอยู่ร่วมกับบรรดาศิลปินอเมริกาได้ และมีประสบการณ์ทางศิลปะระดับโลกเขาทำกันอย่งไร จึงจะได้เข้าสู่ระดับนั้นได้ ซึ่งหนทางศิลปะทุกคนจะรู้จักดีอยู่ทางหนึ่งคือ ฝีมือ, ความสามารถ และพรสวรรค์ ข้อสุดท้ายนี้มันยากหน่อย เพราะว่าต้องเป็นบุคคลที่เกิดมามีพรสวรรค์ ซึ่งสวรรค์ท่านไม่ยอมให้ทุกคน มันเป็นเรื่องหนักใจแทนผู้ที่ไม่มีพรสวรรค์ แต่ว่าสิ่งต่าง ๆ ในโลกนี้ไม่มีอะไรแน่นอน (หรอกนาย) คนที่ไม่มีพรสวรรค์อะไร แต่อาศัยความพยายามก็จะได้ประสบความสำเร็จเหมือนกับผู้มีพรสวรรค์ (ผู้ประมาท)

ในฐานะผมเป็นผู้สอนศิลปะ และได้รับรางวัลจากหอการค้าอเมริกันแห่งนิวยอร์คชมเชยผมว่าเป็นผู้สอนศิลปะมีคุณภาพดีคนหนึ่งที่เมืองเวนิช และเมืองมาริน่า เดลเร แห่งแคลิฟอร์เนีย ซึ่งผมชอบสั่งสอนลูกศิษย์ศิลปะของผมให้มีความพยายามสักวันหนึ่งเธอจะมีฝีมือดีกว่าครูได้นะ ผมย้ำอยู่เสมอในห้องเรียนศิลปะทุกแห่งที่ผมไปสอน ส่วนมากร้อยละ 99 เปอร์เซนต์ลูกศิษย์ของผมจะเป็นชาวอเมริกัน และชาวยุโรปเป็นคนว่านอนสอนง่าย เพราะเขาเหล่านั้นอยากจะเป็นศิลปินตามบรรพบุรุษของเขานั่นเอง

มีหลายคนย้อนถามผมว่า ...ทำไมผมสอนศิลปะได้ดี... ผมตอบย้อนกลับไปว่า ...เอ้า..ก็ต้องสอนศิลปะให้ดีที่สุด ก็จะได้ฉายาว่าเป็นผู้สอนศิลปะได้ดีนั่นเอง ไม่เห็นน่าจะประหลาดใจอะไร แต่ว่าผมเป็นศิลปินไทยแต่ไปสอนศิลปะแก่ชาวอเมริกัน และชาวยุโรปผู้เกิดอยู่ในบ่อเกิดศิลปะตะวันตก ใครเขาจะยอมรับผู้สอนศิลปะชาวต่างชาติที่ไม่ใช่ชาวตะวันตก ใครเขาจะเชื่อผม แต่สำหรับผมสมัยอยู่เมืองไทยเคยสอนศิลปะแก่โรงเรียนนานาชาติมาแล้ว รวมทั้งรับสอนชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่เมืองไทยมาก่อนเป็นทุนเดิม เมื่อมาตั้งตัวเป็นผู้สอนศิลปะตะวันตก Western Art ที่อเมริกาก็เลยสบายใจเพราะคุ้นเคยกับชาวอเมริกัน และชาวยุโรปมาก่อน พอมาอยู่อเมริกาก็เท่ากับการปล่อยปลาลงน้ำ มันหมายถึงอะไรใคร ๆ ก็รู้ เป็นคำตอบคำถามข้างต้นได้เป็นอย่างดี อีกคำถามหนึ่งมีใครสอนศิลปะแก่ชาวอเมริกันทั้งส่วนตัว และที่สถาบันศิลป์อเมริกันนานเหมือนผมไหม ?  คำตอบผมว่าคงมีแหละครับ เพราะว่าประเทศอเมริกานี้กว้างใหญ่ไพศาล คงจะมีหลายคนที่มีอาชีพคล้ายผมอยู่บ้าง แต่ที่นี่ลอสแองเจลิส ผมยังไม่ได้ยินว่ามีคนสอนศิลปะแบบผม ถ้ามีก็ขอโทษด้วยนะครับ

ศิลปะอเมริกันเริ่มขึ้นเมื่อไร ? คำตอบทั่ว ๆ ไปคือ เริ่มขึ้นในสมัยเมืองขึ้นของอังกฤษ Colonial Period เมื่ออังกฤษยึดตั้งเมืองที่ Virginia (Jamestown, 1607) Plymouth, 1620 เมื่อประมาณสี่ศตวรรษมาแล้วนั่นแหละครับ John Single Copley เป็นศิลปินยุคอาณานิคมที่เด่นขึ้นมาคนหนึ่ง และได้วาดภาพครอบครัวของเขาไว้ “The Copley Family” เป็นภาพเขียนที่ถือว่าเป็นศิลปะยุคแรกของอเมริกันที่ได้รับอิทธิพลของอังกฤษหมาด ๆ อยู่ในยุคนั้น ศิลปินCopley เป็นศิลปินบุกเบิกลัทธิศิลปะ Realism ยุคแรกของศิลปินอเมริกันที่ยังสืบทอดมรดกสไตล์ทางศิลปะมาตราบเท่าทุกวันนี้ จากหนังสือศิลปะ A Pictorial History of Western Art โดย Erwin O. Christensen ได้กล่าวไว้ ส่วนศิลปินอเมริกันอื่น ๆ ได้แก่ศิลปินหญิง Georgia O’ Keefe มีผลงานภาพเขียนแนวสมัยใหม่ใช้ธรรมชาติแห่งเมืองนิวเม็กซิโก ได้แก่ภาพเขียนดอกไม้ต่าง ๆ และชีวิตความเป็นอยู่ของชาวอเมริกันอินเดียน เป็นต้น ที่เอ่ยไว้เพราะว่าเธอเป็นศิลปินหญิงอเมริกันมีชื่อโด่งดังทั่วโลก ทางองค์การศิลปะแห่งเมืองซานตาเฟ่ รัฐนิวเม็กซิโก ได้ก่อตั้งอาร์ตมิวเซี่ยมให้เธอเป็นอนุสรณ์โดยเฉพาะเธอเสียชีวิตเมื่ออายุครบร้อยปี นับเป็นศิลปินตัวอย่างที่สมควรยกย่องในการอุทิศตนเองเพื่อศิลปะโดยละทิ้งความศิวิไลซ์แห่งเมืองนิวยอร์คไปอยู่ท่ามกลางถิ่นทุรกันดานร่วมกับชาวอเมริกันอินเดียน ส่วนศิลปินที่เกิดที่ประเทศฮอลแลนด์แล้วมาทำงานศิลปะแนววิญญาณศิลป์ Abstract Painting หรือ Spiritual Art คือศิลปิน De Kooning ผู้เป็นบิดาแห่งศิลปะลัทธิ Expressionism สองศิลปินที่ผมยกย่องเพราะว่าเธอเป็นผู้หญิงผู้อุทิศตนให้ศิลปะทั้งชีวิต ส่วนศิลปินผู้เกิดจากประเทศอื่นแล้วมาสร้างงานศิลปะให้อเมริกาให้โด่งดังไปทั่วโลก ผมนับถือในความตั้งใจของศิลปินทั้งสองคนผู้สร้างศิลปะอเมริกาให้แข็งแกร่งไม่แพ้ศิลปินยุโรปแต่อย่างใด

การเป็นศิลปินอยู่ในอเมริกาแล้วไม่สร้างศิลปะให้อเมริกามันยังไง ๆ อยู่นะครับ ผมจึงตั้งใจสนองบุญคุณโดยสร้างผลงานภาพเขียนของผมให้โด่งดังเพื่อแผ่นดินที่สองที่ผมอาศัยอยู่มาด้วยความร่มเย็นเป็นสุขมาตลอด