Get Adobe Flash player

“ที่นี่แอลเอ” ศิลปะในอเมริกา

Font Size:

เมื่อสัปดาห์ที่แล้วผมได้เขียนเรื่องศิลปินต่างชาติที่มาอาศัยอยู่ที่นี่แอลเอและยึดอาชีพเป็นศิลปินจะต้องทำอย่างไรถึงจะอยู่ที่นี่ได้เหมือนศิลปินเจ้าของประเทศ ในฐานะผมมีประสบการณ์จริงมาแล้วเลยเล่าความหลังให้ท่านผู้อ่านฟังเรื่องการยึกอาชีพศิลปินมันไม่ใช่ของง่ายๆ ถ้าผู้นั้นไม่ได้รับการยอมนรับให้เข้าสู่วงการศิลปะจะไม่มีโอกาสเท่าศิลปินที่เกิดที่แอลเอ เรื่องของเรื่องจะต้องแสดงความสามารถให้เห็นเด่นชัดเจนว่ามีฝีมือทางศิลปะดีจริง อย่างหนึ่งที่สามารถจะให้คนรู้คือการแข่งขันทางศิลปะและต้องเอาชนะให้ได้รางวัลสำคัญๆเสียก่อนจะเป็นบันไดขั้นแรกให้ก้าวหน้าไปสู่ความสำเร็จได้ ที่นี่แอลเอจะอ้างปริญญาทางศิลปะอย่างเดียวไม่ได้นะครับต้องมีฝีมือดีอีกด้วยจึงจะประสบความสำเร็จได้อย่างแน่นอน

 

                                ที่นี่แอลเอ มีการแข่งขันทางศิลปะสูงมากถ้าใครไม่อดทนไม่มีความพยายามอาจต้องเลิกประกอบอาชีพกลางคันหรือโยกย้ายถิ่นฐานก็ได้ยินข่าวบ่อย ในอดีตสมัยผมมาอยู่ที่นี่แอลเอใหม่ๆ พรรคพวกเพื่อนฝูงแนะนำให้ผมไปแบกจ๊อบทั้งๆที่ผมมีความรู้ความสามารถทางศิลปะมาก่อนแล้ว ผมได้แต่ฟังเฉยๆไม่ได้ว่าอะไรใครแต่ภายในจิตใจมีความมานะเมื่อมีโอกาสเมื่อไรผมจะโชว์ผลงานภาพเขียนของผมให้รู้ว่าผมมีอาชีพเป็นศิลปินมาก่อนอยู่เสมดจะกระทั่งมี Mrs. Sigwel มาเห็นผลงานของผมและซื้อผลงานไปเก็บไว้ในอาร์ตคอลเลคชั่นของเธอ นั่นคือจุดเริ่มต้นที่แท้จริงซึ่งมันไม่ได้เกี่ยวกับตัวผม ขอแต่ว่ามันอยู่ที่ผลงานทางศิลปะ อเมริกาเป็นประเทศใหญ่โตมากไม่มีวัฒนธรรมเรื่องเส้นสายใดๆทุกสิ่งขึ้นอยู่กับความสามารถเท่านั้น มีชาวฝรั่งเศสกล่าวไว้อย่างน่าสนใจว่า...ศิลปะต้องมีอิสระไม่มีอิทธิพลทางสังคมเข้ามาเกี่ยว...FREE OF SOCIETY’S INFLUENCE ให้เป็นเรื่องของความเคลื่อนไหวทางวิจิตรศิลปหรือสุนทรียศาสตร์ AE STHETIC MOVEMENT อย่างเดียว เพราะฉนั้นศิลปินในอเมริกาจึงมีอุดมคติและพื้นฐานทางจิตใจในประเด็นที่ผมสรุปไว้ว่าศิลปะในอเมริกามีจุดยืนอยู่ตรงไหนในระหว่างที่สร้างงานศิลปะและเมื่อผมมาอาศัยอยู่ที่นี่แอลเอ ความจริงแล้วไม่ใช่ผมอยู่ที่เมืองเวนิชและมาริน่าเดลเร แต่ว่ารวมๆแล้วผมยังชอบตอบคนที่ถามผมว่าอยู่ที่ไหน แอลเอคือคำตอบที่โปรดปรานมาที่สุด เมื่อผมไปอยู่ที่ยุโรปนานๆผมจะคิดถึงแอลเอของผมอยู่เสมอ เวลากลับบ้านรู้สึกดีใจที่ได้กลับบ้านทั้งๆที่ผมไม่เคยอยู่แอลเอก็ยังดีใจเหมือนเป็นคนแอลเอ ศิลปะในแอลเอยุค 1980 มีความรุ่งเรืองาก มีศิลปินหน้าใหม่ๆเกิดขึ้นเยอะรวมทั้งมีนักสะสมศิลปะรุ่นใหม่ก็เกิดขึ้นเป็นเงาตามตัว สำหรับผลงานภาพเขียนของผมในยุคนั้น วงการศิลปะของแอลเอยอมรับผมแล้ว ผมเริ่มเข้าสู่วงการศิลปะที่นี่อย่างสบายๆไม่หนักใจอะไรทั้งสิ้น เพราะว่ามีทุนศิลปะเดิมจากเมืองไทยและยุโรปมาแล้ว ผมเพียงแต่โชว์ผลงานเขียนของผมเท่านั้นเอง เมื่อมีนักศิลปะมาดูส่วนมากยินดีสนับสนุนผลงานภาพเขียนของผม กาลเวลาผ่านไปจนกระทั่งเมื่อเร็วๆนี้ทางศูนย์ส่งเสริมชาวไทยและองค์การไม่ประสงค์กำไรด้านอาคารสงเคราะห์ MERCADO LA PALOMA ได้สนับสนุนผมนำภาพเขียนแนววิญญานศิลป์ที่ผมทำงานศิลปะอย่างอิสระปราศจากอิทธิพลทางสังคมใดๆนำไปโชว์ให้ชาวบ้านธรรมดาได้ชมที่ศูนย์ MERCADO LA PALOMA หรือแปลเป็นภาษาไทยน่าจะออกมาเป็น ศูนย์กลางแห่งสันติภาพ LA PALOMA เป็นภาษาสเปนนิช หมายถึง นกพิลาปขาว ทั่วโลกหมายถึงสันติภาพนั่นเอง ที่ศูนย์กลางนี้มีร้านอาหารหลากหลายรวมทั้งร้านอาหารไทยก็มี ในวันที่ 22 มีนาคมจะมีพิธีเปิดงานเน้นศิลปะ ศิลปินไทยๆเป็นไฮไล้ท์ ภาพเขียนแนวสมัยใหม่ของผมจะแขวนอยู่ตามฝาผนังให้คนได้ชมเป็นภาพเขียน ABSTRACT ART, SEMI-ABSTRACT และภาพเขียนแนว SPIRITUAL PAINTINGS ที่ผมถนัดมาก ประเด็นและจุดมุ่งหมายของ ART SHOWCASE ครั้งนี้คือ “ศิลปะเพื่อชุมชน” ไม่ใช่ผมจะนำภาพเขียนของผมเองไปว์แต่ที่ลูฟว์ LOUVSRE ART MUSEUMระดับโลกอย่างเดียวเท่านั้น ผมมีทัศนคติส่วนตัวผมจะโชว์ภาพเขียนของผมที่ไหนก็ได้ไม่มีความสำคัญใดๆ ขอให้มีคนได้ดูเป็นอันว่าใช้ได้ ด้วยเหตุนี้เองภาพเขียนของผมจึงแผ่ขยายกว้างออกไปถึงระดับนานาชาติได้ ถึงแม้ว่าคนดูศิลปะจำดูศิลปะของผมไม่ออก เข้าไม่ถึงลัทธิศิลปะใหม่ๆที่ผมคลี่คลายออกมาเป็นของตัวเองอยู่ในภาพเขียนของผม ผมกลับมีความสุขใจเป็นล้นพ้นที่ได้ใช้และโชว์ความเคลื่อนไหวของวิจิตรศิลป์ของผมออกไปอย่างนักวิจารย์ศิลปของฝรั่งเศสกล่าวไว้ว่ามันคือความเคลื่อนทางสุนทรียศาสตร์เกิดขึ้นแล้วจะกลัวอะไรอีกในเมื่อศิลหินแท้ๆทุกคนจะทำเหมือนกันโดยไม่ได้มุ่งหวังอะไรนอกจากต้องการเห็น AESTHETIC MOVEMENT ของตนเองก็เท่านั้นเองจริงๆครับ

                เรื่องของศิลปะเป็นเรื่องเข้าใจยากส์มากๆนะครับ การดูศิลปะสมัยใหม่ที่ท่านไม่ชอบอย่าเพิ่งไปติศิลปินเขาโปรดศึกษาหาความรู้ทางศิลปะให้ดีเสียก่อนที่จะไปติเตียนศิลปินโดยไม่เข้าใจเรื่องศิลปะ เดือนนี้เป็นเดือนวันเกิดผมไม่รู้เป็นอะไรมีคนมาเชิญให้ไปโชว์ผลงานภาพเขียนและเลคเชอร์ทางศิลปะมากมายหลายแห่งในเดือนเดียวกัน ผมจึงมีความสุขใจให้ตัวเองในวันเกิดปีนี้ (ยิ้ม)