Get Adobe Flash player

เมืองหลวงศิลปะ Paris โดย อ.วิบูลย์ วันประสาท

Font Size:

 

               ถ้าจะเอ่ยถึงเมืองหลวงศิลปะแห่งโลก คงจะได้แก่ เมืองปารีสแน่ เพราะว่าเคยเป็นเมืองศูนย์กลางศิลปะมาก่อน ศิลปินระดับโลกเกิดขึ้นที่นั่นทั้งนั้น ทั้ง ๆ ที่เป็นศิลปินจากรัสเซีย เยอรมัน และอิตาลี ทุกคนต่างมุ่งหน้าสู่กรุงปารีสกันเป็นแถว มาใหม่ ๆ ไปรวมตัวกันที่ “มองมาท” Montmartre ดินแดนศิลปินในยุคอดีต มองมาทเป็นเมืองอยู่บนเนินเขาขึ้นไปถึงชั้นสูงจะมองเห็นทิวทัศน์กรุงปารีสได้ไกลลิบ ๆ ตื่นเต้นตระการตาดีทีเดียว เมื่อผมไปอาศัยอยู่ที่ปารีสผมกลับมีอาร์ตสติวดิโออยู่ที่เมือง “ลามอทพิเก้” ถิ่นคนร่ำรวย ผมสบายใจดีทุกประการ ไปไหนมาไหนสะดวกทุกประการ สร้างงานศิลปะของตัวเองไว้มากมาย ทั้งขายไป และสะสมไว้ก็มี ต่อไปอาจมีความสำคัญอยู่ในวงการศิลปะบ้าง แต่คนนิยมศิลปินมีชื่อเสียงคงไม่คิดแน่หรอกครับ

               ปารีสมีมนต์ขลังทางศิลปะมาก แต่ละคนต่างมีประสบการณ์ไม่เหมือนกัน ผมเองมีเพื่อนชาวฝรั่งเศสแนะนำที่อยู่อาศัยไว้หลายแห่ง แต่ผมเลือกที่อยู่ที่ผมชอบเอาไว้เองอย่างไม่มีสาเหตุอะไร ภายหลังมารู้ว่าเป็นถิ่นที่ดีแห่งหนึ่งของกรุงปารีส ที่สติวดิโอและที่นี่มีบาร์อยู่แห่งหนึ่ง เธอมีอาชีพขายเหล้านานาชนิด มีโรงเรียนศิลปะถัดออกไป มีโรงเรียนสอนเปียโนอยู่ใกล้ ๆ มีตลาดนัดทุกวันอาทิตย์ มีร้านขายสีทุกชนิดอยู่ที่ถนนไวโอเล็ต รวม ๆ แล้วมีความสะดวกทุกอย่าง นับเป็นบุญของผมที่ได้ที่อยู่อาศัยที่ดีอยู่ที่กรุงปารีส

               ที่นี่อเมริกาผมก็มีที่อยู่ดีที่มาริน่า เดลเร ใกล้กับเวนิช เป็นถิ่นของชาวอเมริกันที่มีสตางค์ มีจิตใจรักศิลปะกว่าถิ่นอื่น ๆ หน้าบ้านพักของผมเป็นชายหาดที่มีอากาศบริสุทธิ์ทุกวี่ทุกวัน ชาวบ้านแถวนั้นเป็นชาวอเมริกันถึงร้อยเปอร์เซนต์ ผมไปอาศัยอยู่ที่นั้นเลยกลายเป็นชาวบ้านอเมริกันไปในตัวโดยปริยาย ไม่มีใครมาถามผมว่าเป็นใครมาจากไหนเพราะอยู่ที่นั่นมานานับได้หลายสิบปี ชาวอเมริกันที่มีอายุน้อยกว่าผมเยอะแยะจะมากล่าวถามผมได้อย่างไรกัน ชาวบ้านแถวนั้นเคารพนับถือผม และครอบครัวมาก เพราะว่าเขารู้ว่าผมทั้งสองเป็นศิลปินที่ได้ไปแสดงภาพเขียนที่อาร์ตมิวเซี่ยมสำคัญ ๆ ของโลกได้โดยมีข่าวออกไปจากอินเตอร์เน็ตต่าง ๆ

               ผมเขียนออกมาเพื่อเปรียบเทียบการเป็นอยู่ในต่างแดนนั้นมีดี และไม่ดี และผมอยากจะบอกว่า ชุมชนอเมริกันนั้น เขาจะเคารพชาวบ้านใกล้เรือนเคียง Neighborhood ของเขาไว้อย่างสูง ถ้ารู้ว่าบุคคลนั้นเป็นคนดีมีศีลธรรม มีความสามารถสูง อาศัยรวมอยู่กับพวกเขา

               ที่กรุงปารีสผมและแพ็ทเริ่มพูดภาษาฝรั่งเศสได้ เราเริ่มมีเพื่อนฝูงเพิ่มขึ้น อาศัยคุยกันสองภาษา คือ ภาษาอังกฤษผสมภาษาฝรั่งเศส เวลาพูดคุยกันออกรสสนุกสนานครื้นเครง เพราะพูดผิด ๆ ถูก ๆ ก็ไม่เป็นไร เราเข้าใจกันดีก็แล้วกัน ชาวปารีสเป็นคนใจดีไม่เย่อหยิ่งดังที่ชาวอเมริกันมีประสบการณ์หาว่าชาวปารีสไม่ดี ผมก็ไม่รู้เป็นเพราะอะไร เพื่อนชาวอเมริกันที่รู้ว่าผมจะไปปารีสจะพูดกับผมว่า ชาวปารีสจะชอบผม แต่เขาเองไม่มีใครชอบเขาหรอก แต่เวลาเขาไปอยู่ที่นั่นทำใจได้

               ที่ปารีสทุกคนจะพูดภาษาท้องถิ่น (ภาษาฝรั่งเศส) ทุกคน ไม่มีใครพูดภาษาอื่น แต่จริง ๆ แล้วชาวปารีสสามารถพูดได้ถึงสามภาษาเป็นอย่างน้อย คือ ฝรั่งเศส เยอรมัน และภาษาอังกฤษ ผมมีเพื่อนรุ่นน้อง เธอเป็นชาวโครเอเชีย หรือสโลวาเกีย เธอสามารถพูด และเขียนได้ถึง 5 ภาษา พิสูจน์ได้โดยผมให้เธอแปลและเขียนภาษาฝรั่งเศสให้ผม เธอทำได้ดีถูกต้องหมดทุกถ้อยทุกคำ ตอนผมเรียนเอยูเอที่เมืองไทย ครูสอนภาษาอเมริกันกาหมึกแดงเต็มหน้ากระดาษ หาว่าผมเขียนผิดหมด ผมอยากจะบอกอาจารย์ของผมว่า ก็ผมมาเป็นอาร์ตีส จะให้เก่งเท่าอักษรศาสตร์ได้อย่างไร ผมได้แต่คิดไม่เคยพูดแต่พออาจารย์เข้าเวลาผมสอบภาษาอังกฤษชิงทุนรัฐบาลอเมริกัน กลับสอบผ่านได้สบาย ไม่มีผิดตัวแดงเลยสักคำ ผมได้ดูกระดาษสอบของผมคิดว่าไม่ใช่ของผมเสียอีก มีความประหลาดใจมาตราบเท่าทุกวันนี้

               ไปอยู่ปารีสให้ระวัง French Kisses เอาไว้บ้างนะ ประเดี๋ยวจะหาว่าไม่บอก ถ้าเราถือประเพณีละก้อจะยุ่งยากใจพิลึกถ้าโดนชาวปารีสทั้งหญิง และชายมาของคิสแบบประเพณีของเขา ถ้าไม่อยู่นาน ๆ จะไม่รู้ ผมโดนมาแล้วแต่ผมมีวิธีหลีกเลี่ยง คราวหน้าจะเขียนบอกครับ