Get Adobe Flash player

ปารีส เมืองหลวงศิลปะของโลก โดย อ.วิบูลย์ วันประสาท

Font Size:

                จริงหรือไม่จริงอยู่ที่ประสบการณ์ของบุคคลที่มีประสบการณ์ทางศิลปะด้วยตนเอง ใครไม่เคยเห็นอาจไม่แน่ใจนักว่าเมืองหลวงศิลปะของโลกของเรามันเป็นยังไง ที่ปารีสมีอาร์ตมิวเซี่ยมที่สำคัญอยู่ในระดับโลกศิลปะหลายแห่ง แต่ละแห่งมีผลงานศิลปะอย่างหาค่าไม่ได้ ตั้งแสดงและเก็บรักษาไว้ให้ชาวโลกได้ชื่นชมที่ Louvre มิวเซี่ยม มีคนเข้าชมวันละไม่ต่ำกว่าสามหมื่นคน ถัวเฉลี่ยประมาณสิบล้านคนที่เข้าชมในแต่ละปี นับเป็นเรื่องยิ่งใหญ่ทางศิลปะที่หาที่อื่นไม่ได้อีกแล้ว นอกจากที่ปารีส จึงได้ฉายาว่าเป็นเมืองหลวงแห่งศิลปะของโลกมนุษย์ในปัจจุบัน

                ภาพเขียนโมนาลิซ่า Mona Lisa ชื่อเต็ม ๆ ของเธอคือ Mona Lisa Gherardini ตอนเป็นนางแบบให้ศิลปินเอก เลียวนาโด ดาวินซี เธอแต่งงานแล้วกับชาวฟลอเร้นส์ ภาพเขียนนี้ศิลปินใช้เวลาวาดภาพเป็นเวลาสามปี (1503-1506) ภาพเขียนของเธอมีรอยยิ้มบนใบหน้าอย่างลึกลับอย่างมีเลศนัยแฝงอยู่ นักวิจารณ์ศิลปะกล่าวไว้ว่า Enigmatic Smile ผมก็ไม่รู้จะแปลว่ายังไงดีถึงจะเข้ากับศิลป์อันสูงส่งของโลกได้ดี ท่านผู้อ่านลองดูภาพเขียนแล้ววิจารณ์กันเอาเอง ถ้าฟังผมในฐานะศิลปินด้วยกัน ภาพเขียนของเธอมีรอยยิ้มอย่างมีความสุขใจ และรู้ทันบุคคลที่เธอเกี่ยวข้องด้วยเป็นอย่างดี เพราะฉะนั้นการแสดงออกของเธอจึงปรากฎอยู่บนใบหน้า อาจจะเป็นการยิ้มให้ศิลปินเลียวนาโดก็ได้  ในฐานะที่ผมเคยมีนางแบบชาวฝรั่งเศสมานั่งให้ผมเขียนภาพเมื่อไปอยู่ที่ปารีส ระหว่างเขียนภาพเราจะคุยกันไปเรื่อย ๆ มันจะต้องมีอะไรไปจี้จุดใจให้อารมณ์มันออกบนใบหน้าจนได้

                ชาวปารีสโดยเฉพาะผู้หญิงจะมีอารมณ์อ่อนไหวตามนิสัยใจคอของชาวฝรั่งเศสที่ชอบแสดงออกจากใบหน้าออกมาตรง ๆ ว่าเธอพูดในใจว่าอะไร ไม่รู้นะครับ ผมเรียนศิลปะมามาก สอนศิลปะมาก็มาก เคยมีนางแบบมานั่งให้วาดภาพทั้งธรรมดา และภาพเปลือย พบว่าการเขียนภาพแต่ละครั้งต้องใช้เวลาคุยกับนางแบบตลอดเวลาจนวาดเสร็จ ไม่ยังงั้นนางแบบจะง่วงนอน และหลับกลางคันก็มีเกิดขึ้นบ่อย ๆ และต้องเลิกเขียนภาพ

                ภาพโมนาลิซ่าดังไปทั่วโลก กล่าวกันว่าคนทั่วโลกต่างตั้งความหวังไว้ว่าในชีวิตจะต้องไปดูภาพเขียนนี้ให้ได้ก่อนตาย ด้วยเหตุผลสั้น ๆ แบบนี้ ปารีสจึงกลายเป็นศูนย์กลางศิลปะที่ทุกคนอยากไปเป็นแรงดึงดูดจิตใจคนไปทั่วโลก กลายเป็นเมืองหลวงศิลปะไปโดยปริยาย

                ในสมัยผมเป็นนักเรียนศิลปะที่เยอรมันผมเคยนั่งรถไฟจากเมืองสตุทการ์ดไอดูศิลปะที่ปารีส สมัยนั้นปารีสยังสกปรกอยู่เลย ไม่สวยงามเท่าปัจจุบัน ผมได้ดูภาพเขียนโมนาลิซ่ามานมนานทีเดียว ในปัจจุบันเธอมีห้องศิลปะของเธอโดยเฉพาะ และแขวนภาพของเธอไว้ตรงกลางห้องที่ลูฟว์ สมัยก่อนแค่แขวนไว้ข้างฝาเท่านั้นเอง คนทั่วโลกรวมทั้งผมเองเวลาจะไปปารีสจะไปยังไง เอาเรื่องของผมเองดีกว่านะครับ ผมเองไม่เคยนั่งเครื่องบินไปลงที่สนามบิน CDG เลยสักครั้ง แต่ขาออกจะไปขึ้นเครื่องบินกลับบ้านที่สนามบินนานาชาติ “ชาลเดอร์โกล”

ส่วนมากแล้วแต่สายการบินที่ผมใช้บางครั้งไปลงที่ “ซูริค” แล้วบินต่อไปกรุงปารีส หรือที่สนามบินอัมสเตอร์ดัม เนเธอร์แลนด์ แล้วบินต่อไปปารีสก็ได้ แต่ที่แน่ๆ และบ่อยที่สุดคือ บินไปต่อที่สนามบินแฟรงเฟริส เยอรมันนี บางครั้งถึงมืดค่ำอาศัยอยู่มานานนั่งรถไฟใต้ดินต่อไปบ้านพักที่ปารีส ตั๋วรถไฟเจ็ดเหรียญห้าสิบยูโรก้อนั่งแท๊กซี่จะประมาณ 80-100 ยูโร และต้องใช้เวลาอย่างน้อยประมาณหนึ่งชั่วโมง

                ที่สนามบินไม่ค่อยมีใครพูดภาษาอังกฤษได้ ถ้าไปครั้งแรกอย่าไปลงที่นั่นให้มืดค่ำ จะอึดอัดใจนะครับ เพราะว่าจะถามหาทางกับใครก็ไม่มีใครพูดภาษาอังกฤษได้ รถไฟใต้ดินต้องไปต่ออีกหลายสาย ระวังหลงทางต้องทำตัวให้เหมือนคนท้องถิ่น ไม่ยังงั้นจะเป็นเป้าของพวกยิปซีที่คอยจะล้วงกระเป๋า ส่วนมาเป็นเด็กสาว ๆ สวยๆ ทั้งนั้น อย่าหลงเชื่อเธอเชียว เธอวิ่งเร็วอีกต่างหาก ผมลืมบอกไปว่า ที่ปารีสก็เป็นเมืองหลวงของพวกยิปซีเหมือนกัน ปารีสปราศจากยิปซีจะไม่ใช้ปารีส ถึงขนาดนั้นเลยนะครับ (มีต่อฉบับหน้า)