Get Adobe Flash player

เมืองหลวงศิลปะ (สารคดีชุดอาร์ตอินอเมริกา และยุโรป) โดย อ.วิบูลย์ วันประสาท

Font Size:

 

“Paris”

                ในสายตาของผมรวมทั้งประสบการณ์ทางศิลปะที่ได้ไปโชว์งานศิลปะส่วนตัวที่ลูฟว์อาร์ตอินมิวเซี่ยมมาแล้วหลายครั้ง รวมทั้งได้ไปโชว์ที่อาร์ตมิวเซี่ยมอย่างเช่น แกรนด์พาเลย์ มาแล้ว ในรอบสิบปีตั้งแต่  1906 – จนถึงปัจจุบัน ไม่นับในอดีตสมัยเรียนศิลปะอยู่ที่ยุโรปอีกต่างหาก ผมตัดสินให้กรุงปารีสเป็นเมืองหลวงสำคัญที่บรรดาศิลปินด้านจิตรกรรมสมควรไปอยู่ที่นั่นอย่างยิ่ง ทั้งนี้เพื่อเจริญรอยตามศิลปินชาวฝรั่งเศสขึ้นสู่ระดับโลกได้อย่างไร? ผมทำมาแล้ว และได้ขึ้นระดับไปโดยปริยาย ไม่ใช่เขียนขึ้นแบบคุยโว แต่มันเป็นประสบการณ์จริงที่ใช้เวลากว่าครึ่งชีวิตศิลปะส่วนตัวจึงทำได้ครับ!

                ผมเกิดมาเป็นนักศิลปะทำงานศิลปะไม่เคยหยุดนิ่ง มีความอดทนสูงบวกกับโอกาสดีต่าง ๆ เข้ามาหาตัวผมเองจากผลงานศิลปะที่มีคนยกย่องรวมทั้งอาร์ตมิวเซี่ยมดังกล่าวเป็นผู้ตัดสินอย่างปราศจากพรรคพวกใด ๆ ทั้งสิ้นไปด้วยผลงานศิลปะเท่านั้น

                ปารีส เป็นเมืองศิลปะเต็มตัวในระดับโลก ศิลปินดัง ๆ ทั้งในปัจจุบัน และในอดีตเคยไปมีชื่อเสียงที่นั่นแล้วทั้งสิ้น ศิลปิน Marc Chagall ศิลปินชาวรัสเซียเคยพูดเน้นไว้ในวงการศิลปะว่า “อยากไปปารีส เหมือนหิวน้ำ” เมื่อได้ไปอยู่ที่นั่นแล้วชื่นใจเหมือนได้ดื่มน้ำ (ศิลปะ) ในมุมกลับ ถ้าใครไปอยู่ที่นั่นไม่รู้ภาษาฝรั่งเศส หรือ ชาวฝรั่งเศสจะลำบากสุด ๆ เลยล่ะครับ เพราะว่าชาวฝรั่งเศสหยิ่ง และถือตัวว่าเป็นเมืองที่มีศิลปวัฒนธรรมเหนือกว่าใคร ๆ ไม่ค่อยจะเป็นมิตรกับใครง่าย ๆ ถ้าพวกเขาไม่ถูกใจ หรือมีรสนิยมทางศิลปะต่ำกว่าอย่างนี้ไปอยู่ลำบากครับ ต้องมีความรู้ระดับสู้กับพวกนิยมศิลปะได้หรือเหนือกว่านั่นแหละครับจะค่อยยังชั่วบ้าง ปัญหาใหญ่คือภาษาฝรั่งเศสต้องพูดให้ได้บ้าง และอยู่ในขั้นเบสิคก็ยังดี ไม่ใช่ไม่รู้เรื่องเอาเสียเลย

                ผมไปอยู่และทำงานศิลปะส่วนตัวมีอาร์ตสติวดิโอแชร์กับศิลปินชาวปารีเซียน และทำตัวเป็นชาวฝรั่งเศสคนหนึ่ง การไปไหนมาไหน และการซื้อข้าวของต่าง ๆ ผมพอพูดภาษาฝรั่งเศสผสมภาษาอังกฤษได้เลย มีเพื่อนฝูงเพิ่มขึ้น พอเวลามีชาวฝรั่งเศสมาถามหาทางที่ปารีส ผมรู้ดีกว่า ตอบพวกฝรั่งเศสบ้านนอกเข้ากรุงได้สบาย เหมือนพวกเรามาอยู่แอลเอนานเข้า รู้จักแอลเอเป็นอย่างดีนั่นเอง

                กรุงปารีสกลางคืน พวกที่นิยม Sex Zone จะพบความสนุกสุดเหวี่ยงแน่ ๆ ที่นั่นเป็นเมืองเปิดที่ย่านพิกาลทั้งแถบ มีอะไรต่ออะไรเต็มไปหมดทั้งบริเวณนั้น ผมไปเดินกับแพ็ทศิลปินอยู่บ้านเดียวกัน สนุกมาก เกิดมโนภาพศิลปินในอดีตพากันไปอาศัยอยู่บริเวณนั้น เพื่อใช้ผู้หญิงเป็นนางแบบ ตรงกลางถนนมีป้ายขนาดใหญ่แขวนไว้สูงเท่ากับตึกกว่าสิบชั้นเป็นภาษาอังกฤษ “SEX” ตัวใหญ่มหึมาเพื่อเน้นว่าที่นี่เป็นถิ่นอย่างนั้น ถ้าใครไม่ชอบก็ออกไป!!! ใครอยากเที่ยวก็เชิญตามสบายเถอะ เชื่อไหมครับในระหว่างผมนั่งดื่มกาแฟมองดูฝูงคนเดินขวักไขว่ในบริเวณนั้นมองออกไปมีแต่พวกผู้หญิงทั้งนั้น ยังแปลกใจมาตราบเท่าทุกวันนี้ว่า เป็นเพราะอะไร หรือว่าชาวฝรั่งเศสสร้างฉากเอาไว้ให้นักท่องเที่ยวเท่านั้น

                เผอิญบริเวณใกล้เคียงเป็นถิ่นศิลปะมองมาท ผมจำเป็นต้องไปศึกษาหาความรู้ทางศิลปะไม่ยังงั้นคงไม่ไป Pigalle ถิ่นเซ็กส์ยังมีฉายาว่า Pig Alley ใครเข้าไปเห็นใหม่ ๆ จะรู้สึกตกใจที่เห็นสภาพอย่างนั้น แต่จริงแล้วเป็นถิ่นที่ปลอดภัยมากแห่งหนึ่งของกรุงปารีส Museum of Erotic Art หรือในภาษาฝรั่งเศส (Musee De L’Erotisme) เป็นเซ็กส์มิวเซี่ยมสูงห้าชั้น มีการตั้งแสดงทุกอย่างที่เกี่ยวกับเซ็กส์ ผมแค่ดูผ่าน ๆ ไปเพื่อให้ขึ้นชื่อว่าไปดูมาแล้ว ที่นี่ยังเป็นถิ่นกำเนิดของระบำ Can Can และ Cabaret ผมได้ไปดูโรงระบำโรงแรกเป็นบ้านสองชั้นเท่านั้นเอง ปัจจุบันเป็นตึกใหญ่โตไปหมดแล้ว

                มองมาท Montmarte ตั้งอยู่บนภูเขาเตี้ย ๆ สูงแค่ 420 ฟิต Mont แปลว่า ภูเขา , Marte คือ ชื่อเมืองในอดีตเป็นถิ่นราคาถูกมีศิลปินดัง ๆ ในศตวรรษที่ 1900 ไปอาศัยทำงานศิลปะเพราะค่าเช่าถูกไม่เสียภาษี มีระบำ (Cabaret) เล่นทุกคืน มีโบสถ์สมัย Roman Byzantine ซึ่งใช้เวลาก่อสร้างถึง 44 ปี ลองหลับตาคิดดูซิครับจะมีความสำคัญขนาดไหน