Get Adobe Flash player

ไม่ต้องเรียนศิลปะก็เขียนภาพได้ โดย อ.วิบูลย์ วันประสาท

Font Size:

 

                เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นมาคู่กับโลกมนุษย์คือ ใครที่มีพรสวรรค์มาตั้งแต่เกิดสามารถทำงานศิลปะ หรือเขียนภาพได้อย่างดีกว่าผู้ที่ไปเรียนศิลปะขั้นสูง ๆ เสียอีก ในอดีตหรือประมาณเริ่มศตวรรษที่ 16 คนในสมัยนั้นนิยมไปเรียนศิลปะที่สถาบันศิลปะ Academies มีการสอนศิลปะสาขาต่าง ๆ อาทิเช่น drawing และ Painting เป็นต้น แต่มีศิลปินอีกมากมายไม่ต้องไปศึกษาศิลปะอะไรก็ได้ แต่มีความสามารถเท่ากับผู้ที่ไปเรียนศิลปะ หรือมากกว่าเสียด้วยซ้ำ

                ตอนที่ผมไปอยู่ และทำงานศิลปะที่ยุโรป เมืองที่ผมชอบไปอยู่ไม่ใช่เมืองปารีสนะครับ ผมเริ่มชอบเมืองหลวงของฮอลแลนด์ คือเมือง อัมสเตอร์ดัม ชอบชนิดหลงไหลในศิลปะ และบรรยากาศของเมือง กล่าวกันว่ามีพวกฮิปปี้ชอบไปสุมหัวสูบกัญชา เมาเบียร์กันทั้งวันทั้งคืนไม่ทำมาหากินอยู่นั่น แต่ผมไปที่นั่นไปเสก๊ตซ์ภาพตึกรามบ้านช่อง และค้นหาบรรยากาศแห่งยุโรปที่เป็นยุโรปสมัยโบราณ ซึ่งเมืองอัมสเตอร์ดัมยังคงรักษาสภาพสิ่งแวดล้อมในอดีตเอาไว้ให้คนรุ่นใหม่ได้ดูมากกว่าเมืองอื่น ๆ  นี่แหละครับที่ทำให้ผมหลงเมืองนี้ตั้งแต่เริ่มเรียนศิลปะ

                ผมอาจจะชอบผลงานภาพเขียนของ Rembrandt ที่ใช้สีน้ำตาลผสมสีเขียวเข้ม หรือเทคนิคเขียนภาพเรียกโทนสีนี้ว่า Earth Tone ใครไปเมืองอัมสเตอร์ดัมอย่าลืมไปพิสูจน์ที่อาร์ตมิวเซี่ยม Rijksmuem จะเห็นภาพจริงตามที่ผมเขียนแนะนำคร่าว ๆ เอาไว้

                ในเชิงของศิลปิน ศิลปินคนไหนไม่รู้จักใช้สีเทคนิค (หลายสี) มักจะใช้สีเฉพาะที่ศิลปินถนัด หรือใช้สีที่ง่าย ๆ เมื่อผสมกันแล้ว แลดูสวยงาม ไม่แลดูเหมือนสีเน่าตามที่นักเรียนศิลปะชอบวิจารณ์เพื่อนนักเรียนศิลปะด้วยกัน สีที่ใครเขียนภาพแล้วไม่มีสีเน่าได้แก่สี Monochrome ได้แก่ สีดำ สีน้ำตาล เป็นหลัก ผมรับรองได้เลยว่าจะได้ภาพเขียนที่สวยงามสมความตั้งใจ โปรดทดลองดูนะครับ สำหรับผมตอนเรียนศิลปะผมโดนอาจารย์ให้เขียนภาพสีโมโนโครมดังกล่าวจนผมเบื่อหน่ายมาก ต่อมา อ.โยโกตะ มาบอกผมว่า เธอหยุดใช้สีนี้ได้แล้ว และพยากรณ์ผมเอาไว้ว่า “เธอจะเขียนภาพได้เก่ง” คนหนึ่ง ตอนนั้นผมยังงงๆ อยู่ อะไรกัน การใช้สีน้อย ๆ จะไปสู้คนอื่นได้

แต่เมื่อมาเป็นศิลปินอาชีพเต็มตัว นึกถึงบุญคุณของอาจารย์อย่างมากที่พร่ำบังคับให้ผมใช้สีหลักเบื้องต้นจนผมมีความชำนาญสูงสุดเสียก่อน ผมจำได้ว่าผมเรียนอยู่ถึง 3 ปี ก่อนที่จะไปเรียนการเขียนภาพขั้นสูง พอไปเรียนต่อขั้นสูงก่อนจบปริญญาตรีทางศิลปะ ผมรู้จักใช้สีได้ดีมาแล้ว เวลาทำงานส่งอาจารย์จะได้เกรดเอตลอดเวลา ผมยังไม่เคยลืมทฤษฎีศิลปะหลัก Academic ก่อนที่จะเขียนภาพได้

ที่นี่อเมริกา การสอนศิลปะแตกต่างกับการสอนศิลปะที่ยุโรปหลาย ๆ อย่าง ที่เห็นได้ชัดเจนคือ การสอนการเขียนภาพคนที่ยุโรปต้องเรียนวิชา Human Anatomy หลายปีจึงจะให้นักเรียนศิลปะเขียนภาพคน Human Figure ผมเคยเรียนศิลปะที่สถาบันศิลป์เมืองสตุทการ์ดได้เห็นวิธีการสอนหลักทฤษฎีการเขียนภาพคนที่เข้มงวด นักเรียนต้องเรียนกายวิภาคเสียก่อนจนล่วงรู้ทะลุปรุโปร่ง เวลาเขียนภาพจากหุ่นจริง Live Model จะไม่มีความรู้สึกยากแต่อย่างใด  จากประสบการณ์เรียนศิลปะที่กรุงปารีสได้เรียนได้เห็นวิธีการสอนเหมือนกันทุก ๆ สถาบันศิลป์ที่ทวีปยุโรป เวลาผมมาเป็นคนสอนศิลปะที่นี่อเมริกา ผมกลับเป็นผู้ค้นหาทฤษฎีการสอนศิลปะของตนเอง ซึ่งผมสามารถสอนนักเรียนศิลปะของผมให้สามารถเขียนต่าง ๆ ได้ภายในระยะเวลาสั้นได้ เป็นเทคนิคพิเศษที่ผมคิดขึ้นมาเอง ผมไม่เอาอย่างใครซึ่งทำให้ผมสอนศิลปะที่นี่อเมริกาได้อย่างต่อเนื่องมานานกว่า 20 ปี มีนักเรียนอเมริกันติดตามมาเรียนไม่เคยขาด ซึ่งถ้าผมไม่มีเทคนิคการสอนให้ดีกว่าชาวอเมริกันที่สอนศิลปะแล้วผมจะสอนอยู่ได้นานได้อย่างไร

                ผมอยู่ที่นี่เป็นศิลปินอาชีพ และสอนศิลปะสองอย่างที่ผมทำคือ ชีวิตของผมถ้าปราศจากทั้งสองอย่างแล้วผมคงอยู่ไม่ได้ แต่การสอนศิลปะในสังคมบางสังคมไม่มีการยอมรับ มีอยู่ในสังคมชั้นสูงเท่านั้น แต่ผมอยู่ที่นี่ได้อย่างสบายเพราะว่าสังคมที่นี่ยอมรับว่าศิลปะเป็นส่วนหนึ่งของรสนิยมที่มนุษย์สมควรเรียนรู้และยอมรับว่าเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต (จำเป็น)