Get Adobe Flash player

เมืองที่ชอบ

Font Size:

ก็ไม่มีอะไรในกอไผ่ตามคำโบราณท่านกล่าวไว้ ใครหลายคนอาจคิดว่าผมไปโน่นไปนี่บ่อยๆ คงไม่มีใครคิดหรอกว่าผมไปที่เมืองนั้นทำไมที่ไปก็เพราะว่าเป็นเมืองที่ผมชอบจริง มีความไฝ่ฝันเอาไว้ต้องไปให้ได้ เมืองปารีสเป็นเมืองที่ผมชอบพอๆกับกรุงเทพฯในสมัยผมเป็นเด็กๆ มองอะไรๆ ชอบไปหมดที่เมืองกรุงเทพฯ และผมชอบไปนั่งวาดภาพที่วัดโพธิ์และท่าเตียน ที่ท่าเตียนเขียนภาพไว้เยอะขายไปก็มาก เวลาไปเขียนภาพที่นั่นมีลมชายฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาพัดเฉื่อยตลอดเวลา ทำงานศิลปะได้ดีกว่าปกติ ที่ปารีสเดินไปที่ไหนจะพบสิ่งถูกใจไปหมดไม่ว่าจะเป็นศิลปะ และอาหารรวมทั้งชาวปารีสที่มีนิสัยหยิ่งในตัวเองแต่เวลาไปทักทายกลับกลายเป็นคนนอบน้อมอ่อนโยนให้เกียรติซึ่งกันและกัน เพราะฉนั้นเวลาผมไปอยู่ปารีสจึงเหมือนกับอยู่เมืองไทย สมัยผมอยู่ยังไงยังงั้นครับ

เพื่อนๆ อเมริกันหาว่าคนปารีสเกลียดพวกเขาไม่รู้ว่าเป็นอะไร เวลาผมกลับมาจากปารีสเขาถามคำแรกว่าเป็นยังไงปารีส ผมได้แต่ตอบว่าสนุกดีและนอนหลับสนิทเพราะไม่มีกังวลใจใดๆ จึงนอนหลับดีกว่าอเมริกาถ้าใครอยากมีความรู้สึกอย่างผมลองเปรียบเทียบเอาเวลาคุณกลับเมืองไทยแล้วรู้สึกอย่างไรบ้างในเวลานอนหลับ แต่ถ้าไม่เกิดอะไรขึ้นกับคุณก็แล้วไป ผมเขียนไว้เพราะว่ามันเป็นเรื่องของจิตใจของคนอาศัยอยู่ต่างแดน ย่อมมีแรงกระทบใจเอาบ้างไม่มากก็น้อย ที่ปารีสเวลาไปจ่ายตลาดจะมองเห็นว่าคนเมืองนี้มีความเป็นอยู่อุดมสมบูรณ์ มีอาหารการกินมากมาย สิ่งพิเศษกว่าที่อื่นๆ คือมีไวน์นานาชนิดตั้งขายเกลี่ยนกราดไปหมดจะไปหยิบขวดไหนเป็นไวน์ดีทั้งนั้น ไม่จำเป็นต้องมีราคาแพงก็ดีเท่ากัน คนปารีสชอบจ่ายตลาดซื้อขนมปังยาวๆ คนไทยชอบเรียกว่า “เลอแปง” ความจริงเลอแปงมันก็คือชื่อของขนมปังแบบเราเรียกว่า “ข้าว” มันก็คือข้าวสาร ข้าวสวย ฯลฯ ผมไปอยู่ปารีสผมต้องซื้อเลอแปงเป็นประจำ เลอแปงเป็นขนมปังยาวเวลาใส่ถุงหรือตระกร้ามันจะโผล่ออกมาให้เห็นแต่ไกลๆ เพราะฉนั้นเวลาวันแรกที่คุณไปถึงปารีสก่อนอื่นคุณจะเห็นขนมปังยาวๆก่อนเห็นสิ่งอื่นๆใด สนุกใจดี และทำให้เราใจชื้นเกิดความเป็นกันเองกับชาวเมืองท้องถิ่นทันทีเพราะเราซื้อขนมปังชนิดเดียวกันชาวปารีสคงคิดว่าเราคงเป็นฝรั่งเศสด้วยกันแหงๆ เลยถึงได้ซื้อของประจำชาติของเขากิน เมืองปารีสผมชอบสุดๆ ตรงที่ไม่มีการเหยียดผิวใดๆเลยให้เราเห็น สักนิดก็ไม่มี มีแต่รอยยิ้มถ้าเราได้คุยกัน ตอนเป็นหนุ่มเคยรู้จักกับสาวฝรั่งเศสที่กรุงเทพฯ อยู่คนหนึ่งเธอชวนฟมให้ไปอยู่ฝรั่งเศส เธอมีบ้านใหญ่มหิมาหลายร้อยห้อง ในวันนั้นผมไม่เชื่อ คิดว่าเพื่อนผมคงโกหกแน่ๆแต่ที่ไหนได้เวลาไปเห็นจริงเจอบ้านมีหลายร้อยห้องนอนจริงๆ ผมต้องเปรียบกับความสุรุยสุหรายแบบฝรั่งเศสที่เคยได้ยินมาตอนเด็กๆ ปัจจุบันทางราชการเก็บภาษีห้องนอน! ถ้าใช้จะโดนเก็บ ชาวฝรั่งเศสจึงปิดห้องนอนที่ไม่ได้ใช้กลัวเสียภาษีกันเป็นแถวทำยังไงๆ ผมก็ยังชอบฝรั่งเศสอยู่ดีเพราะเรื่องภาษายังไงเล่าครับ เวลาพูดมันเหมือนผมหัดร้องเพลง ยังไงยังงั้น ผมไม่ได้เรื่องหรอกเรื่องภาษาฝรั่งเศสเพราะผมไม่ชอบร้องเพลง แพ็ทพูดได้เร็วกว่าผมเพราะว่าเธอร้องเพลงเป็นนั่นเอง ผมไปอยู่ปารีสผมต้องพูดภาษาฝรั่งเศสด้วยนะครับได้ไม่ได้ต้องฝืนกันไม่ยังงั้นอดข้าวเพราะสั่งอาหารซื้ออาหารไม่เป็น ถ้าใครไม่พูดภาษาฝรั่งเศสที่กรุงปารีสจะไม่มีใครพูดด้วยนะครับ ผมโดนมาแล้วก็ดีไปอย่างทำให้พูดภาษาอื่นเพิ่มขึ้นอีกภาษาเป็นสามภาษาแล้ว ผมไม่ใช่คุยแต่เกิดความจำเป็นก็เท่านั้นเอง

ถ้าคิดจะไปปารีสต้องฝึกภาษาท้องถิ่นของเขาให้คล่องปรือนะครับแต่ว่าอย่าเสียใจเวลาไปพูดกับเขาแล้วฟังไม่รู้เรื่อง อย่ามาว่าผมคุณต้องฝึกพูดสำเนียงให้พวกเขาฟังเข้าใจด้วย โชคดีครับ