Get Adobe Flash player

ที่นี่แอลเอ (สารคดีชุดอาร์ตอินอเมริกา) โดย อ.วิบูลย์ วันประสาท

Font Size:

ผมอาศัยอยู่ที่นี่แอลเอมานานมากจนกลายเป็นศิลปินอเมริกันไปแล้ว ทั้งๆที่ไม่อยากจะเป็น แต่จะทำยังไงได้ในเมื่อมาอาศัย และทำงานศิลปะอยู่ที่นี่ มันจำเป็นต้องทำงานร่วมกับศิลปินอเมริกันอยู่ดี นี่แหละครับสาเหตุสำคัญที่ผมกลายเป็นศิลปินอเมริกันไปโดยปริยาย ที่นี่แอลเอมีศิลปินสาขาต่าง ๆ อยู่มากมายหลายหมื่นคน เฉพาะที่อาร์ตสติวดิโอที่ผมมีอาร์ตสติวดิโอร่วมกันกับศิลปินอเมริกัน ยังมีกว่า 20 คนเข้าไปแล้ว เป็นตัวอย่างที่แสดงถึงจำนวนศิลปินอเมริกันมีอยู่ที่นี่มากจริง อีกอย่างหนึ่งที่ผมชอบศิลปินอเมริกันคือ ความเสมอภาค และความสามัคคี มีความเห็นใจซึ่งกันและกันในฐานะเป็นศิลปินร่วมโลกเดียวกัน (ยิ้ม)

 

                ที่นี่แอลเอ มีองค์การศิลปะระดับท้องถิ่นทั้งภาคเอกชน และรัฐบาล แต่ละองค์การมีเงินทุนสำหรับสนับสนุนศิลปินเรียกว่า ทุนศิลปะ หรือ Grant Money ใคร จะได้รับทุนต้องผ่านการแข่งขันเสียก่อน ถ้าชนะจะได้รับทุนเป็นเงินที่จ่ายให้ศิลปินอย่างมีเงื่อนไขต่าง ๆ ไม่ใช่รับเงินไปเฉย ๆ ต้องมีการจัดนิทรรศการทางศิลปะ หรือไม่ก็ต้องเป็นผู้สอนศิลปะ ทุนทางศิลปะต่าง ๆ มีกฎระเบียบการเบิกเงินเป็นงวด ๆ หรือเป็นเดือนก็มี แล้วแต่วัตถุประสงค์ขององค์การศิลปะนั้น ๆ จะวางเอาไว้ ทุนศิลปะยังแบ่งออกเป็น ทุนศิลปะสำหรับศิลปะพื้นบ้าน (Folk Art), ทุนสำหรับศิลปินสาขาต่าง ๆ (Fellowship) และทุนการสอนศิลปะ (Artist in Residence) ฯลฯ เป็นต้น

ผม ในฐานะศิลปินอเมริกันเคยได้รับทุนทางศิลปะบ่อย ๆ โดยเฉพาะทุนการสอนศิลปะอเมริกัน ทั้งระดับมหาวิทยาลัยทางศิลปะ คือได้ไปสอนศิลปะที่สถาบันศิลปะสำคัญ ๆ ตามมลรัฐต่าง ๆ ของอเมริกา การสอนศิลปะของผมอยู่ในฐานะ Art Professor และ Visiting Artist สถาบัน ศิลปะอเมริกันจะต้องจ่ายเงินให้ศิลปินอย่างน้อย ๆ ชั่วโมงละ 150 เหรียญ ถึง 300 เหรียญ ร่วมทั้งค่าเดินทางไปสอน และที่พักอย่างดีเท่าที่จะดีได้อีกต่างหาก นี่คือวงการศิลปะด้านการสอนศิลปะในระดับสูง ไม่ใช่เพิ่งเป็นผู้สอนศิลปะ อย่าเข้าใจผิดนะครับ

                ปัจจุบัน ผมอยากเลิกการสอนศิลปะ เพราะงานศิลปะมีมากไม่ค่อยมีเวลามากเหมือนเมื่อหลายสิบปีที่ผ่านไป อีกประการหนึ่ง ผมจำเป็นต้องไปร่วมเป็นสมาชิกหอศิลป์แห่งชาติประเทศฝรั่งเศสอยู่เป็นประจำ ยิ่งหาเวลาว่างยากขึ้น ในรอบสิบปีที่ผ่านไป ผมได้ไป Active in Europe เสีย นาน แต่ด้วยใจรักและเคยไปเรียนศิลปะมาก่อนที่นั้น เลยมีความเข้าใจในภาษาท้องถิ่น อาทิเช่น ภาษาฝรั่งเศส และเยอรมัน สามารถติดต่อกับองค์การศิลปะที่นั่นได้ รวมทั้งมีเพื่อน ๆ ศิลปินที่นั่นคอยสนับสนุนด้วยความจริงใจอีก ผมจึงอยู่ในฐานะค่อนข้างสบาย หันไปทางไหนพบแต่คนยิ้มแย้มแจ่มใส มีความปรารถนาดีต่อกันโดยมีความเชื่อถือว่า ศิลปินที่ดีมีความสามารถสูง ต้องช่วยให้ศิลปินผู้นั้นดียิ่งขึ้น นี่แหละครับ ศิลปินชาวยุโรปจึงมีศิลปินอยู่ในระดับโลกเยอะกว่า สำหรับระดับโลกผมไม่ได้หมายถึงตัวศิลปิน แต่ผมหมายถึงผลงานของศิลปินอยู่ในขั้นงานศิลปะระดับโลก ในประเทศที่เข้าใจศิลปะแล้วจะเน้นผลงานของศิลปินเป็นหลักในการพิจารณาต่าง ๆ นะครับ

                อยู่ ที่นี่แอลเอมีดีอยู่หลายอย่าง อย่างหนึ่งคือ การมีอิสระเสรีภาพสูงสุด ไม่ว่าจะคิดทำอะไรไม่ต้องห่วงกังวลว่าอะไรจะเป็นอุปสรรค ใครใคร่ทำอะไรก็ทำไป นี่คือความสุขอย่างแท้จริง อาศัยทำงานศิลปะให้ดีเอาไว้จะสามารถได้เป็นศิลปินอยู่ในแนวหน้าถึงขั้นระดับ โลกก็ยังได้ทุกคน จริง ๆ นะครับ