Get Adobe Flash player

กรุงปารีส และชาวปารีส โดย อ.วิบูลย์ วันประสาท

Font Size:

               Paris and Parisians

               กรุงปารีสเป็นเมืองที่มีฉายาจากชาวโลกว่าเป็นเมืองมีเสน่ห์  ในฐานะที่ผม และศิลปินบ้านเดียวกันไปอยู่มาแล้ว มีความเห็นด้วยเป็นอย่างมากไม่ว่าเราจะเดินไปไหนหรืออยู่ที่ไหนจะพบสิ่งประทับใจอยู่ทุกหนทุกแห่ง ในแง่มุมมองของผมเองแม้คนขอทานก็ยังไม่เหมือนขอทานเมืองอื่น ๆ เธอชอบแต่งตัวสวยคมอย่างมีแฟชั่น แล้วเดินไปเดินมาที่กรุงปารีส มองดูเหมือนคนธรรมดา แต่ที่ไหนได้พอเผลอแผล็บเดียวเธอลงไปนั่งขอทานเฉยเลย ผมอยู่ไปนานๆเข้ามองผู้หญิงสวย ๆ ยังอดคิดไม่ได้ นี่เธอจะเป็นขอทานรึเปล่าเนี่ย ผมเป็นคนชอบนิสัยคนปารีสทั้งผู้หญิง และผู้ชาย เวลาผมไปอยู่ที่นั่นผมอยู่ร่วมกับถิ่นคนปารีส ผมอาศัยสวมหมวกแบเล่ย์ พูดภาษาฝรั่งเศสได้บ้างแบบพอเท่ห์ ๆ ไปกับเขาได้ตามประสาศิลปิน คือ ไม่หยิ่งจองหองเดินติดดินไปกับชาวเมืองแท้ ๆ สนุกดีครับ และแถมชาวเมืองยังหาว่าผมเป็นคนปารีสไปด้วยซิ

ผมอยู่ปารีสทำงานศิลปะมีสติวดิโออยู่ที่แดนศิลปะย่าน “ลามอทพิเก้” มีความเป็นอยู่สุขสบายไปไหนมาไหนเหมือนคนท้องถิ่น แถมบางครั้งมีชาวฝรั่งเศสบ้านนอกเข้ากรุงมาถามหาทางที่ปารีสว่าอยู่ที่ไหน ไปได้อย่างไร ผมและแพ็ทสามารถตอบได้เกือบหมดถ้าอยู่ในใจกลางกรุงปารีส ผมรักปารีสพอๆ กับรักกรุงเทพฯ สมัยผมเป็นเด็ก ๆ และเป็นหนุ่มที่นั่น ผมเป็นนักเรียนศิลปะมีเพื่อนฝูงทั้งผู้หญิงและผู้ชายที่เป็นมิตรแท้ ไม่กลั่นแกล้งแทงข้างหลังเลยสักคนเดียว นึกถึงอดีตเกิดความสุขใจเป็นล้นพ้น

ตอนอยู่ที่นั่นผมเป็นศิลปินอาชีพมีฉายาจากนักสะสมศิลปะว่า Young Thai Artist แห่งกรุงเทพฯ เป็นศิลปินกลุ่มบุกเบิกศิลปะร่วมสมัย ผมจะไม่บอกว่าปีไหนหรอก อาศัยยึดความจริง คือ ความจริง เป็นสิ่งไม่ตาย  ผมเบื่อระบบพรรคพวกมาก ผมชอบความสามารถพาไปสู่ความสำเร็จ ไม่ยึดถือ หรือเสียใจอะไรเลยถ้าไม่สำเร็จ หรือไม่มีชื่อเสียง เพราะคนที่ไม่ประสบความสำเร็จมีเยอะแยะ เป็นธรรมชาติของมนุษย์ ถ้าใครประสบความสำเร็จตามธรรมชาติจะเป็นอมตะไปชั่วกาลนาน ส่วนคนที่โปรโมทตัวเองไปสู่ความสำเร็จ ปราศจากผลงานทางศิลปะที่มีคนยอมรับ ผมถือว่าทางใครทางมัน ใครชอบอย่างไหนก็ทำไป

สำหรับผมขอยึดเอาผลงานศิลปะคือภาพเขียน (Painting) ของผมที่ผมจะต้องสร้างขึ้นมาให้ดีที่สุด และผมเองไม่ชอบคิดเคยแข่งขันกับใครเพราะว่ามีความเชื่อว่า ศิลปินทุกคนมันมีดีคนละอย่าง ผมยกย่องศิลปินทุกคน และรักชาวศิลปะทั่วๆ ไป เพราะเกิดมามีอาชีพเดียวกัน ประเด็นผมอยู่ที่อเมริกาได้อย่างไร?  ผมอยู่ได้ด้วยความสามารถทางศิปละครับ อาศัยโชว์ให้คนเห็น คือ เปิดนิทรรศการภาพเขียนในชุมชนในอเมริกาบ่อย ๆ เข้า มีคนซื้องานศิลปะของผมไปแล้วยกย่องในผลงานภาพเขียนของผม ไม่ใช่ตัวผมนะครับ  ผมได้รวบรวมหลักฐานไว้ทั้งหมดจากอีเมล์ต่าง ๆที่คนอีเมล์มาจากยุโรป และอเมริกาที่นี่ ที่มีคนชมผ่านมาหาผม ถ้าจะถามว่าเขารู้จักผมได้อย่างไร รู้จักจากลายเซ็นต์ของผมที่เผอิญมีลายเซ็นต์ง่าย ๆ อ่านง่ายได้แก่ “Vibul” เฉยแค่นี้ ลายเซ็นต์ผมอ่านง่าย ๆ มาก เกิดผลดีใจปัจจุบัน ที่เซ็นต์ไว้ง่าย ๆ ก็เพราะเป็นศิลปินใหม่ไม่ถนัดลายเซ็นต์ภาษาอังกฤษเลยเซ็นต์เป็นเด็กอนุบาลเอาไว้ ปรากฎว่าได้ดีในปัจจุบัน คืออ่านง่าย หาตัวศิลปินได้ง่ายขึ้น ภาพเขียนของผมในปัจจุบันกลายเป็นมรดกตกทอดของผู้สะสมศิลปะที่สะสมภาพเขียนของผมแล้ว

               เรื่องทั้งหมดที่ผมเขียนขึ้นถ้ามีใครมาถามผมดีใจไหม หรือภูมิใจอะไรไหม? ผมจะตอบออกไปว่า ไม่เลยครับ เพราะผมรู้ว่าถ้าทำงานศิลปะให้ดีออกไปมันจะมีผลอย่างใดอย่างหนึ่งออกมาอย่างภาพเขียน “เดอะคิสซิ่ง” ได้แสดงในอาร์ตมิวเซี่ยมระดับสูงของโลกแห่งหนึ่งไปแล้ว ก็เท่านั้นเองครับ