Get Adobe Flash player

ในอดีตเมื่อไปท่องปารีส โดย อ.วิบูลย์ วันประสาท

Font Size:


                สมัยผมเรียนอาร์ตอยู่ที่ประเทศเยอรมันนี ผมข้ามไปเที่ยวปารีสมาแล้ว ตอนนั้นไฟอาร์ตกำลังแรงอยากรู้อยากดู “ศิลปะตะวันตก” ไปหมดเสียทุกอย่าง และอยากตามอย่างศิลปินฝรั่งเศสที่เคยรู้จัก รวมทั้งศิลปินวินเซนต์ แวนโก๊ะ ผู้ที่ผมเกิดวันเดียวกันกับศิลปินระดับโลกผู้นี้ ก็แปลกใจอยู่เหมือนกันว่าทำไมผมถึงได้มีชีวิตที่คล้ายกัน ทั้งที่หลายศตวรรษต่อมาผมได้เกิดวันเดียวกัน จริงอยู่ล่ะครับ ใคร ๆ ก็เกิดวันเดียวกันได้ในโลกนี้ไม่เห็นจะแปลกประหลาดอะไร แต่ที่มีชื่อย่อคล้ายกันอีก คือ วินเซนต์ แวนโก๊ะ Vincent Van Gogh (VV) ชื่อย่อของผม Vibul Wongprasat (VW) ก็น่าแปลกใจอยู่ก็ไม่เป็นไรหรอกครับ ท่านผู้อ่านโปรดอย่าคิดว่าผมเขียนแบบโอ้อวด แค่คิดว่าเป็นเรื่องจริงก็พอแล้ว

                ผมไปกรุงปารีสสมัยปารีส “สกปรก” ไม่สะอาดสะอ้านเหมือนปัจจุบัน แค่ดูตึกเก่า ๆ ที่แลดูขลังแต่มีคราบตึกเก่าแลดูสกปรก ผมแปลกใจพอสมควรแต่พอเดินท่องปารีสไปทั่ว ๆ ผมเกิดชอบปารีสขึ้นมาจับใจ ในสถาปัตยกรรมเก่าแก่ที่เขาไม่รื้อทิ้งขว้างแล้วปลูกขึ้นใหม่เหมือนในอเมริกา ชาวปารีสชอบอยู่ตามธรรมชาติไม่ค่อยมีกฏหมายห้ามโน่นห้ามนี่ ผู้คนสูบบุหรี่ได้สบาย ๆ ไม่ต้องเชื่อกฏหมายเหมือนอย่างในอเมริกาที่พยายามรักษาสุขภาพของประชาชน ก็เลือกเอาเถอะครับจะอยู่อย่างเสรีแบบชาวฝรั่งเศสในอดีตหรือตามอย่างอเมริกา ผมเป็นศิลปินมีความคิดชอบคิดว่า ทำไมศิลปินฝรั่งเศสจึงมีชื่อเสียงรวมทั้งศิลปินอิตาลี เนเธอร์แลนด์ และเยอรมันนี ผมคิดว่าเกิดจากสภาพแวดล้อมไปด้วยศิลปวัฒนธรรมเก่าแก่ หรือจะเรียกว่าอารยธรรมก็สุดแล้วแต่ มันได้ถ่ายทอดต่อ ๆ กันมา ทำให้ศิลปินฝรั่งเศสมีความสามารถสร้างงานศิลปะสมัยใหม่ได้ดี

ผมเคยไปเรียนศิลปะตะวันตกมาหลายประเทศ แบบดูงานศิลปะตามอาร์ตมิวเซี่ยมต่าง ๆ ตามรอยศิลปินเอก “เรอนัว” ที่ชอบเรียนศิลปะที่อาร์ตมิวเซี่ยมเหมือนกัน ผมเชื่อในสิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น ผมจึงเรียนศิลปะที่อาร์ตมิวเซี่ยมปรากฎว่าในปัจจุบันผมกลายเป็นผู้สอนศิลปะจึงสามารถบอก และสอนลูกศิษย์ได้ละเอียด และถูกต้อง ไม่ใช่อ้างอิงปราศจาก “ตาเห็น” ปัจจุบันผมได้รับรางวัลสอนศิลปะจากองค์การศิลปะในอเมริกา ก็เพราะว่าการเรียนศิลปะของผมเรียนมาจากของจริงนั่นเอง คือการรู้จริง ผมเบื่อหน่ายมากในระบบการเรียนศิลปะที่อ้างอิงแล้วไม่เคยสัมผัสกับของจริง

ที่พิพิธภัณฑ์ลูฟว์ กรุงปารีส เกือบทุกวันจะมีนักเรียนศิลปะกลุ่มเล็กกลุ่มใหญ่พากันไปศึกษาศิลปะจากของจริง ที่นั่นสำหรับผมเคยไปอยู่ปารีสมาแล้วถ้าว่างเมื่อไรจะไปศึกษาศิลปะที่อาร์ตมิวเซี่ยมทันที การศึกษาของผมจะใช้วิธีเสก็ตซ์ภาพเอาไว้ในจุดที่เราสนใจ หรือเลือกมุมมองแบบสายตาของเรา การเรียนศิลปะจากศิลปินรุ่นเก่าที่มีชื่อเสียง เราต้องค้นหาจุดเด่นของศิลปะแต่ละชิ้นว่ามันดีอย่างไร เพราะฉะนั้นผู้ที่จะดูศิลปินให้เพลิดเพลินต้องมีความรู้ทางศิลปะอยู่บ้าง โดยเฉพาะเรื่องสุนทรียศาสตร์ Aesthetics ก็คือปรัชญาแห่งความงามนั่นเองล่ะครับ ชาวศิลปะทั้งหลายทุกคนเคยเรียนมาแล้ว แต่ว่าการศึกษาจากศิลปะจริงได้สัมผัสอย่างใกล้ชิด ท่านจะเกิดความปิติอย่างยิ่งที่เห็นของจริง สาเหตุที่ผมสอนศิลปะได้ดีกว่าเกิดจากการได้ศึกษาศิลปะจากศิลปะวัตถุจริงครับ

                ในปัจจุบันผมมีอาชีพอยู่สองอย่าง คือ เป็นศิลปินสาขาจิตรกรรม และสอนศิลปะด้านจิตรกรรมในระยะเวลากว่าสามสิบปี ผมกล้าพูดว่าผมมีประสบการณ์สอนศิลปะแก่ทุกคนได้ดีเท่ากับการสร้างงานศิลปะส่วนตัว ไม่ใช่คุยไปดูศิลปะที่อาร์ตสติวดิโอของผมได้ตลอดเวลา ขอโทษนะครับว่าจะเขียนท่องปารีสแต่กลายเป็นอื่นฉบับหน้าแน่นอนครับ