Get Adobe Flash player

แนะนำตัวเองเสียเลย โดย อ.วิบูลย์ วันประสาท

Font Size:

                ผมเป็นศิลปินอาชีพมาตั้งแต่เมืองไทยเพิ่งเกิดยุคศิลปะร่วมสมัยแรก ๆ ศิลปะร่วมสมัยก็คือ ศิลปะสมัยใหม่นั่นเอง พูดไปเขียนไปอาจไม่มีคนเชื่อ เพราะว่าผมเป็นคนไม่มีปากเสียง อยู่อย่างเงียบ ๆ ทำอะไรลงไปไม่กล้าบอกใคร ประเดี๋ยวจะหาว่าอยากดัง และประการสุดท้าย ผมไม่มีฐานะอะไรที่จะทำให้วงการศิลปะเชื่อถือผมได้ ถ้าจะมีก็คงจะเป็นกลุ่มศิลปิน และศิลปะอเมริกา และยุโรปบ้าง

                ที่เมืองไทยผมมีประวัติดี ๆ เยอะ ถ้าบอกไว้น่าจะเป็นแนวทางแก่ศิลปินรุ่นใหม่ได้ แต่ผมมีอุดมคติ นิ่งไว้เสียตำลึงทองดีกว่า หรือถ้าจะพูดออกไปเขียนออกไปผมไม่แน่ใจว่าจะมีคนเชื่อ นอกจากผมจะเขียนเรื่องของตนเองเป็น Pocket Book ออกขายจะดีที่สุด ใครอยากรู้ว่าผมเป็นใคร ดีชั่วอย่างไร ลองซื้ออ่านดูได้ก็ได้ แต่เมื่อไรจะได้ทำคงเป็นคำถามไปอีกนาน แต่ที่แน่ ๆ ที่สุดผมมีงานศิลปะที่ทำอยู่ทุก ๆ วัน และมีอาร์ตสติวดิโอที่ไปดูของจริงได้เลยว่าศิลปะของผมมีหน้าตาเป็นอย่างไร

                ผมเป็นศิลปินเกิดราศีเดียวกับศิลปินเอกของโลก คือ “วินเซนต์ แวนโก๊ะ” ความจริงไม่ใช่ราศีเดียวกันอย่างเดียว แต่ว่าเกิดวันเดียวกันเลย ในเชิงดาราศาสตร์ไม่น่าจะเกี่ยวข้องกับเท่าไรนัก เพราะว่าเกิดคนละศตวรรษ และคนละทวีปจะไปเหมือนกันอย่างไร ผมเดา ๆ เอาเอง ในชีวิตศิลปินผมกลับไปนิยมศิลปะ DADA ศิลปะลัทธินี้คืออะไร คือวงการศิลปะยุค ค.ศ. 1916 เกิดขึ้นที่ซูริค Zurich สวิสเซอร์แลนด์ ศิลปินที่ผมชอบผลงานคือ Marcel Duchamp ผู้ทำงานตามความฝันของตนเองจริง ๆ แล้ว

ยุคหนึ่งสมัยผมยังทำงานอยู่ที่กรุงเทพฯ เคยสร้างงานจิตรกรรมด้านความฝันเป็นพระพุทธรูปลอยอยู่บนอากาศ เพื่อแสดงความเคารพไว้สูงสุด ผมใช้สีน้ำเงินปนสีเทาดำ มีปิดทองเล็กน้อยผสมอยู่ในเนื้อสี แลดูขลังในแนวสมัยใหม่ ผลงานชิ้นนี้มีนักสะสมศิลปะยุคนั้นซื้อไปทันที่ที่ออกโชว์ที่อาร์ตแกลเลอรี่ย่านบางกะปิ

                นอกจากนั้นผมยังเป็นศิลปินคนแรกที่สอนศิลปะแก่ชาวต่างชาติ โดยใช้ภาษาอังกฤษสองศิลปะแบบส่วนตัว ทำให้ผมเป็นศิลปินผู้นำด้านสอนศิลปะยุคแรก ๆ ของไทย แต่ว่าในปัจจุบันไม่มีใครรู้ว่าผมเคยทำอะไร ถึงรู้ก็ไม่พูด ผมเลยปลงในชีวิตศิลปินทำอะไรดี ๆ ออกไป โดนถูกลืมหมด เพราะว่าไม่ตรงกับรสนิยมในสังคม ผมเลยหันมาอยู่อเมริกา และยุโรปที่นี่ และยุโรปนิยมในฝีมือ และผลงานของศิลปิน ผมเลยสบายเอาตัวรอดได้มาตราบเท่าทุกวันนี้

                ที่นี่อเมริกา ผมชอบอยู่อย่างหนึ่งคือ ไม่มีใครเห่อฐานะศิลปิน ใครสร้างงานศิลปะออกมาดีจะมีชื่อเสียงเอง ชาวอเมริกันนับถือ และสะสมผลงานจากศิลปินโดยไม่คำนึงถึงเบื้องหลังของศิลปินจะเป็นอย่างไร ยกตัวอย่าง ผมเองสามารถสอนศิลปะแก่ชาวอเมริกันได้ก็เพราะมีผลงานการสอนศิลปะเป็นที่ยอมรับ มีชาวอเมริกันมาเรียนกับผมอย่างต่อเนื่องจนตราบเท่าทุกวันนี้ ใครไม่เชื่อว่าจะเป็นไปได้ลองไปดูได้ ผมยินดีเปิดอาร์ตสติวดิโอให้ไปเยี่ยมได้ทุกวัน และเวลา และภาพเขียนของผมยังเป็นที่ยอมรับของชาวยุโรป และอเมริกัน ถ้าไม่มีการยอมรับดังที่ผมเอ่ย ผมจะอยู่ได้มาตราบเท่าทุกวันนี้ได้อย่างไร ทุกวันนี้ผมเป็นศิลปินอาชีพ และสอนศิลปะอาชีพสองอย่างเท่านั้นที่ผมทำ วันไหนว่าง ๆ ผมนั่งคิดอยู่คนเดียว คิดว่าต้องมีอาชีพอย่างผมทำอยู่หลายคนไม่ใช่ผมจะทำได้อยู่คนเดียว แต่ว่าผมทำดีที่สุดในความสามารถส่วนตัวไม่ใช่ดีกว่าใคร นี่คือความคิดของผม เวลาลูกศิษย์ใหม่มาสมัครของเรียนศิลปะกับผม ผมมักชมความสามารถของลูกศิษย์ไปว่า คุณอาจทำงานศิลปะดีกว่าผมได้ ไม่ใช่ว่าผมเป็นครูสอนศิลปะแล้วจะดีกว่าคุณ ผลคือ ทุกคนชอบคำพูดของผม และรีบสมัครเรียนศิลปะกับผม

                การแนะนำตัวเอง ผมเองไม่มีอะไรดีกว่าคนอื่น มีแต่พยายามทำให้ดีที่สุด คือสอนศิลปะให้ดี เขียนภาพให้ดีที่สุด มีความซื่อสัตย์เชื่อในอุดมคติ ทำดีต้องได้ดี กาลเวลาผ่านไป ผมเชื่อสนิทว่าจริงครับ