Get Adobe Flash player

เรื่องศิลปะส่วนตัว โดย อ.วิบูลย์ วันประสาท

Font Size:

                ถ้าใครได้อ่านเรื่องศิลปะของผมเป็นประจำจะแสดงว่าท่านเป็นผู้มีรสนิยมคนหนึ่งที่ยังรักศิลปะ และสนใจความเคลื่อนไหวทางศิลปะทั่ว ๆ ไป ไม่ยังงั้นท่านคงจะไม่อยากอ่านหรอก ส่วนตัวผมเองชอบอ่านเรื่องศิลปะทุกวันอย่างน้อย ๆ จะต้องอ่านเรื่องศิลปะที่เป็นตำรับตำราสำหรับเป็นการสอนศิลปะ นอกนั้นจะอ่านเรื่องศิลปะทั่ว ๆ ไป ทั้งยุโรป และอเมริกา บางครั้งมีข่าวมาจากเมืองไทยจะอ่านเหมือนกัน

                ผมอ่านเรื่องศิลปะสองภาษา คือ ภาษาไทย และภาษาอังกฤษ มาอยู่อเมริกามีแต่ภาษาอังกฤษ ก็เลยคุ้นเคยกับภาษาที่สองไปแล้ว ซึ่งทุกวันนี้เช้าขึ้นได้เวลาสอนศิลปะแก่นักเรียนศิลปะอเมริกัน ผมจำเป็นต้องใช้ภาษาอเมริกันสอน จริง ๆ แล้วผมสอนศิลปะที่นี่อเมริกามากว่าสามสิบปีเข้าไปแล้ว ทุก ๆ ค่ำคืนผมมีลมหายใจเข้าออกเป็นศิลปะ โดยเฉพาะการเขียนภาพ และสอนศิลปะทุกวัน ไม่รู้จักเบื่อหน่าย และผมยังเขียนเรื่องศิลปะลงใน น.ส.พ.ภาษาไทย “เสรีชัย” มานานโข ถ้าจะเป็นเรคคอร์ดคงมีผมเป็นผู้เขียนเรื่องศิลปะยาวนานที่สุดในแอลเอ

                อีกเรื่องหนึ่งผมเป็นคนโชคดีได้รับมรดกทางการสอนมาจากบิดาของผมเอง ซึ่งท่านได้ย้ำสอนผมเป็นประจำว่า เรียนให้รู้สามารถเป็นครูสอนคนอื่น ๆ ได้นะลูก ผมเชื่อคำสั่งสอนของท่าน สามารถเรียนศิลปะได้รางวัลเกียรตินิยมตอนจบปริญญาทางศิลปะ ภาพเขียนที่ได้รับรางวัลมีคนรักศิลปะชาวอเมริกันมาเพียรพยายามของซื้อเอาไปจนได้ ผมคิดในใจถ้าใครมารักงานศิลปะภาพเขียนของผม และขอซื้อไปเป็นสมบัติศิลปะของเขา แสดงว่าเขามีจิตใจรักศิลปะ เมื่อเขาครอบครองคงต้องรักษาเอาไว้อย่างดี ผมเป็นคนสอนศิลปะดีจนได้รับรางวัล สอนศิลปะมีคุณภาพ จากสมาคมหอการค้าอเมริกัน เมืองเวนิช เมื่อปี ค.ศ. 2010

                ส่วนลูกศิษย์อเมริกันคนหนึ่งชื่อ Brian Reed ลูกศิษย์คนนี้เรียนกับผมมากว่าหกปี เขาพยายามเรียนศิลปะอย่างขยันหมั่นเพียรไม่เคยขาดเรียน กลายเป็นนักเรียนตัวอย่างที่ผมเอ่ยชื่อเป็นนักเรียนศิลปะที่ดี ปัจจุบันลูกศิษย์คนนี้ไปเปิดอาร์ตโชว์ที่ Blue Building ผมได้รับเชิญไปงานนิทรรศการภาพเขียน ผมมองเห็นลูกศิษย์ขายงานภาพเขียนได้ราคาถึงภาพละสามพันเหรียญ ผมรู้สึกดีใจแทน และยกย่องในความพยายาม

                ในระหว่างพิธีเปิดงาน เขาเอ่ยชื่อผม และแนะนำแขกเหรื่อที่มาในงาน ยกย่องผมอย่างไม่คาดฝันมาก่อน หลายคนมาจับมือแสดงความยินดีกับผม ส่วนผมเองเกิดความสำนึกแบบ ครูไทย แจวเรือจ้าง พอถึงฝั่งลูกศิษย์ก็ขึ้นฝั่งไป ครูก็หมดหน้าที่ต้องสอนคนอื่น ๆ ต่อไปอีก แต่ภายใต้จิตใจนึกชมเชยลูกศิษย์ศิลปะชาวอเมริกันผู้ประสบความสำเร็จ

                ตอนนี้มีลูกศิษย์ก้นกุฏิชาวอเมริกันอีกคนหนึ่ง เธอเป็นผู้หญิงชื่อเล่นของเธอคือ Kat หรือชื่อเต็มว่า Kathleen เธอเป็นคนฝั่งตะวันออกของอเมริกา เธอกำลังจะก้าวขึ้นมาเป็นศิลปินอเมริกันรุ่นใหม่อายุยังไม่ถึงสามสิบ เธอนับถือผมที่สอนเธอจนเป็นศิลปิน นอกจากนั้นครอบครัวของเธอยังพลอยนับถือผมเข้าไปอีกด้วย สังเกตุจากผมไปร่วมงานเลี้ยงงานหนึ่ง ปรากฎว่าทุกคนรู้จักผมหมดทุกคนแล้ว เข้ามาจับมือ และทักทายชื่อผม แสดงว่าชื่อเสียงของผมเป็นที่รู้จักในสังคมอเมริกันลึกซึ้งขึ้นไปเรื่อย ๆ โดยเฉพาะในครอบครัวที่ผมสอนศิลปะให้

                การสอนศิลปะของผมในฐานะครูสอนศิลปะแก่ชาวอเมริกันถ้าคิดอีกแง่หนึ่ง นอกจากผมจะสอนศิลปะอย่างเดียว แต่ผลทางอ้อมสามารถเผยแพร่ความรู้ความสามารถของศิลปินไทย ผลดีในอนาคตคือการยอมรับเกิดขึ้นในอนาคต

                ทุกวันนี้ผมมีโรงเรียนสอนศิลปะแก่ชาวอเมริกัน มีอาร์ตสติวดิโอทำงานศิลปะร่วมกับอาร์ตสติวดิโอของศิลปินชาวอเมริกัน ได้รับรางวัลพิเศษที่ภูมิใจ คอื Asia Alive จาก Asian Art Museum ซานฟรานซิสโก และได้รับรางวัลเป็นศิลปินแห่งแคลิฟอร์เนีย เมื่อปี ค.ศ. 2006 รวมทั้งเป็นสมาชิกหอศิลป์แห่งชาติฝรั่งเศสอีกด้วย