Get Adobe Flash player

เรื่องศิลปะส่วนตัว โดย อ.วิบูลย์ วันประสาท

Font Size:


ภาพเขียน โมนาลิซ่า

                เมื่อที่ผมชอบที่สุดรองมาจากบ้านเกิดคือ เมืองปารีส ที่คนไทยเรียกเมือง Paris อย่างนั้น แต่จริง ๆ แล้วเมืองนี้ชาว Paris เรียกเมืองของตนว่า “พารี” สั้น ๆ เท่านั้นเอง ผมไปอยู่ที่นั่นใหม่ ๆ เรียกแบบไทยพออยู่ไปนาน ๆ จึงเรียกติดปากว่า พารี เฉย ๆ ก็พอแล้ว  ในฐานะเป็นศิลปินด้านทัศนศิลป์ หรือจิตรกรรม ผมอยากดูภาพโมนาลิซ่ามาก แต่พอเข้าไปดูศิลปะที่ลูฟว์ในวันแรกกลับไปดูศิลปะอื่น ๆ ลืมดูภาพโมนาลิซ่า จนกระทั่งจวนจะปิดมิวเซี่ยม นึกขึ้นมาได้เลยรีบไปดูภาพเขียนโมนาลิซ่า ผมเฝ้าดูจนอิ่มตา และปลื้มใจในวิถีชีวิตของตนเองที่สามารถได้ดูภาพเขียนบันลือโลกศิลปะได้สำเร็จ

ในขณะที่ยืนชมอยู่ห่าง ๆ เกิดความรู้สึกมีพลังทางศิลปะมากขึ้นอย่างประหลาด เพราะว่าภาพเขียนชิ้นนี้สร้างขึ้นหรือวาดขึ้นเมื่อประมาณ 500 ปีมาแล้ว คนสมัยเรารวมทั้งตัวผมเองยังไม่เกิด และไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหน แต่ภาพเขียนโมนาลิซ่าเกิดขึ้นมาแล้ว ภาพเขียนโมนาลิซ่าวาดขึ้นโดยศิลปิน เลียวนาโด ดาวินซี ในระหว่าง ศตวรรษที่ 1503-1506 เป็นภาพเขียนที่มีคนกล่าวขวัญถึงมากที่สุดในโลก และถ้าเพ่งดูดี ๆ จะเห็นเธออมยิ้มอยู่ภายในใบหน้า ผมไปดูเพื่อการพิสูจน์ว่าจริงรึเปล่า

วันแรก ๆ ก็เห็นเลยล่ะครับว่าเธอยิ้มจริง แต่ต่อมาผมย้อนกลับไปดูใหม่ซ้ำ จนเข้าถึงสปิริตของภาพเขียน โดยมองผ่านสี แสง เงา กายวิภาค และอารมณ์ลึกของศิลปินในเทคนิคของเขาว่าจงใจเขียนเพื่อแสดงอารมณ์อะไรบ้าง ผมพบอารมณ์เร้นลับของเธอที่ยิ้มอย่างมีเลศนัยอะไรสักอย่างหนึ่ง ใครจะไปรู้ครับว่าเธอคิดอะไรอยู่ในใจ

เบื้องหลังของเธอนั้น เธอแต่งงานมาแล้วกับชาวฟลอเร้นส์ อิตาลี แต่ว่าเธอยังมีเสน่ห์รุนแรงอยู่ เกิดไปต้องใจศิลปินเลียวนาโด ดาวินซี เข้า  เวลาศิลปินเขียนภาพบุคคลที่ตนเองรัก (ผมคิดเอง) จิตใจของศิลปินจะแสดงออกทางอารมณ์ศิลป์ไม่เหมือนกัน  ผมเองคิดว่าศิลปินเลียวนาโด ดาวินซี มองทะลุหัวใจนางแบบของเขา โดยมองเห็นโมนาลิซ่ายิ้มอย่างมีเลศนัยตามนิสัยของเธอ ภาพเขียนบันลือโลกชิ้นนี้จึงปรากฎมีรอยยิ้มที่แฝงอะไรบางอย่างเอาไว้ในใบหน้าของเธอให้ชาวโลกขบคิดกันไปต่างๆ  นานา อยู่ในปัจจุบัน

ท่านผู้อ่านที่เคยเห็นภาพเขียนตัวจริงมาแล้ว รวมทั้งท่านที่เคยเห็นจากภาพถ่ายก็ดี ย่อมมีความคิดเห็นที่แตกต่างกันไปตามรสนิยมของท่าน วันนี้ผมเขียนถึงภาพเขียนชิ้นนี้อีกเพราะว่าภาพเหมือน Portraiture ศิลปินทุกคนไม่สามารถจะเขียนภาพเหมือนได้ทุกคนนะครับ แสดงว่าการเขียนภาพเหมือนทำได้เฉพาะศิลปินที่เก่งทางนี้ หรือไม่ก็เก่งทุกอย่าง แบบศิลปินสมัยเรเนอซ้อง คือ ใครเป็นศิลปินด้านจิตรกรรม Painting แล้วละก้อ ต้องวาดภาพได้ทุกอย่าง  ในสมัยปัจจุบันใครวาดภาพได้เก่งทุกอย่างละก้อจะได้ฉายาให้เป็น ศิลปินเรเนอซ้องก็มีคนเรียกศิลปินผู้นั้น

สำหรับผมเองเคยเขียนภาพเหมือนให้ครอบครัวรองประธานฝ่ายวิดิโอของบริษัทภาพยนตร์พาราเม้า ถนนเมลโรสมาแล้ว แรก ๆ ก็ตื่นเต้นเกรงว่าจะวาดได้ไม่ถูกใจ แต่พอวันส่งผลงานแก่เธอ และครอบครัว ปรากฎว่าทุกคนชอบมาก ผมเลยโล่งอกไป หลายคนไต่ถามผมว่าไปรู้จักบุคคลเหล่านั้นได้อย่างไร เรื่องมีอยู่ว่า ผมมีอาร์ตแกลเลอรี่ที่เป็นเอเย่นต์ให้ผมขายภาพเขียนอยู่ที่เมืองแมฮัตตันบีช Manhattan Beach แคลิฟอร์เนียภาคใต้ ใกล้ ๆ แอลเอนี่เอง เผอิญบ้านพักของรองประธานบริษัทอยู่ใกล้ ๆ เดินผ่านพบภาพเขียนภาพเหมือนลูกชายเจ้าของอาร์ตแกลเลอรี่ที่ผมวาดไว้ เกิดติดใจในผลงานของผม นั่นแหละครับที่มาของเรื่อง  ในภาษาของศิลปินในปัจจุบันหรือในสมัยโบราณก็ดี เขาเรียกว่า “ผลงานศิลป์พาไปให้ได้ดี” นั่นเอง

ผมมีจุดเสียอยู่อย่างหนึ่งคือ ผมมีดีอย่างไรในผลงานศิลปะของผมไม่ค่อยบอกใครให้รู้ เก็บเงียบ ๆ ไว้เอง เป็นนิสัยส่วนตัวมาช้านาน จุดดีคือ มีคนมองเห็นความสามารถทางศิลปะอยู่เสมอที่นี่อเมริกา และยุโรป ผมจึงมีความสุขสบายมาตราบเท่าทุกวันนี้