Get Adobe Flash player

ชีวิตศิลปินในอเมริกา (จิตรกรรม) โดย อ.วิบูลย์ วันประสาท

Font Size:

                ในเมื่อถึงคราวจำเป็นแห่งชีวิตแล้ว ทุก ๆ คน รวมถึงศิลปินต่างๆ ย่อมคิดหาทางเอาตัวรอดให้ได้ ในที่สุดผมมีความจำเป็นต้องเดินทางออกจากบ้านเกิดเมืองนอน มุ่งไปสู่ยุโรปดินแดนศิลปะ คือ กรุงปารีส ผมประสบความสำเร็จในขั้นได้รับอนุมัติให้ผลงานภาพเขียนด้านไฟน์อาร์ตเข้าโชว์ร่วมกับศิลปินฝรั่งเศส และนานาชาติที่ลูฟว์มิวเซียมได้สำเร็จ เป็นศิลปินไทยคนแรก ทุกคนรู้แต่เงียบเฉย ผมเลยต้องโปรโมทตัวเอง การบอกการแสดงหลักฐาน Art Catalog นั้นมีความสำคัญแก่ศิลปิน เพราะว่าคนที่อยากรู้จะได้รู้ว่าศิลปินผู้นั้นมีดีทางศิลปะอย่างไร ในไม่ช้าหนังสือของตัวเองจะออกมาทั่วโลก จะรู้ว่าผมเป็นใครมาจากไหน และทำอะไร แต่ว่าหนังสือของผมจะเป็นอย่างน้อย ๆ จะหลายภาษาค่อนข้างแน่นอน เพราะว่าผมอยู่ที่อเมริกา มีแต่ภาษาอังกฤษที่ลูกศิษย์ และลูกค้าทางศิลปะ หรือ Art Clients ที่ใช้แต่ภาษาของเขา ผมเคยได้รับทุนให้ได้เรียนภาษาอังกฤษสมัยจบอาร์ตใหม่ ๆ (เพาะช่าง)

                พูดถึงเพาะช่างทีไร จะอดคิดถึงเมืองเรานิยมมหาวิทยาลัยศิลปะ เพาะช่างมันแค่โรงเรียนรึจะสู้ได้ แต่ว่านะครับ ที่ประเทศอังกฤษ สถาบันศิลปะชั้นยอดของเขาจะใช้คำว่า “โรงเรียน” เพราะว่า คำว่า School of Art มันมีความหมายลึกกว่ามหาวิทยาลัยที่มีแผนกเรียนหลายวิชา ประเทศอังกฤษจึงใช้คำว่าโรงเรียนโดยไม่มีค่านิยมเข้าไปให้ยุ่งยาก โดยเน้นความสำคัญทางศิปละไว้สูงสุดกว่าวิชาอื่น สคูลศิลปะ (Art School) มันหนักแน่น และบ่งความสำคัญอยู่ในตัว แต่บ้านเรานิยมมหาวิทยาลัยกันเลยโดนค่านิยมไป ผมเกิดมาเป็นศิลปินด้านทัศนศิลป์ Visual Artist โดยตรง เวลาสอบเข้าผมเน้นอย่างนั้น ไม่คิดเปลี่ยนแปลงเพราะว่ามีฝีมือ Art Skills มาแบบนั้น ผมเป็นคนซื่อ ได้ดีอย่างไหนก็พอไม่คิดพลิกแพลง ผมเลยอยู่กับคนรักศิลปะที่ยุโรป และอเมริกาได้อย่างสบาย เพราะเขาไม่แคร์อะไร ขอให้มีผลงานศิลป์ดี เขาจะยกย่องกว่าไปจบมาจากไหน ๆ แล้วงานศิลปะต้องดีตาม

                คนยุโรป และอเมริกันเป็นคนฉลาดทางศิลปะมาก ขาจะตัดสินใจเอาจากผลงานของศิลปินเท่านั้น ผมเขียนมาถึงตอนนี้มีคนเตือนผมว่าอย่าเอาไม้จิ้มฟันไปงัดไม่ซุงเลย ยังไง ๆ ไม้จิ้มฟันหักแน่นอน ยังไม่ต้องงัดหรอก มันหักเสียก่อนแล้ว ผลเสียของระบบพรรคพวกอีกอย่างก็คือ ดีไม่ดีเป็นพรรคพวกกันก็ Okay เพราะว่าเกรงใจบ้าง เป็นเพื่อน มีบุญคุณต่อกันสารพัดล่ะครับ

                ถ้าผมเขียนต่อไปจะดีหรือเปล่า บิดามารดาสั่งสอนไว้ว่า นิ่งเสียตำลึงทองนะลูก ใคร ๆ ช่วยตอบซิว่า นิ่งไว้ เงียบไว้ อย่างไหนดีกว่ากัน เพราะสำหรับผม ดังทางลัด ร่วงเร็วนะครับ บางทีตายไปแล้วดับร่วงเลยก็มี ผมเลยเลือกเอา ช้า ๆ ได้พร้าสองเล่ม แต่ปัจจุบันพร้าสักเล่มก็ยังไม่ได้กับเขาเลย (หัวเรา)