Get Adobe Flash player

ประสบการณ์ทางศิลปะ โดย อ.วิบูลย์ วันประสาท

Font Size:

 

“เมืองเวนิช”

                ในที่นี่ผมหมายถึงเมืองเวนิช Venice ที่ผมอาศัยอยู่ในปัจจุบัน เป็นเมืองชายหาด มีอากาศบริสุทธิ์ดี นอกนั้นไม่อะไรที่สวยงามใด ๆ เหมือนเมืองชายหาดอื่น ๆ ผมได้มาอยู่เมืองนี้ก็เพราะว่าเป็นเมืองของศิลปิน โดยมีดาราภาพยนตร์ฮอลลีวูดชื่อดัง Jane Fonda เป็นผู้สนับสนุนให้เป็นเมืองของศิลปิน คนเก่าของแอลเอที่เป็นอเมริกันจะรู้จักดีว่าเธอเป็นผู้ริเริ่ม แต่ว่ากาลเวลาผ่านไป ผู้คนรุ่นใหม่ ๆ ลืมเลือนไปหมด

                ในช่วงที่เธอตั้งขึ้นใหม่ ๆ มีนักเขียน ดาราหนังหลายคน โยกย้ายไปอยู่เมืองชายหาดมากพอสมควร และที่นั่น ผมกลายมาเป็นผู้อาศัยรวมอยู่กับพวกดาราฮอลลีวูดในฐานะศิลปินด้านจิตรกรรมไปโดยปริยาย ก็ไม่อยากเขียนถึง หลายท่านผู้อ่านอาจไม่เชื่อเรื่องที่ไม่น่าเป็นไปได้ในสังคมไทย แต่ว่าผมเผอิญบางอย่างที่เป็นผู้สอนศิลปะแก่ชาวอเมริกัน เลยรู้จักชาวอเมริกันมากต่อเนื่องมากว่า 15 ปี ซึ่งผมกลายเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนของเชา และเชื้อเชิญให้ผมเข้าไปอยู่ด้วยมาตราบเท่าทุกวันนี้

                การอยู่ร่วมกับชาวอเมริกันดีไหม?  ผมตั้งคำถามขึ้นมาลอย ๆ ในฐานะที่อยู่ร่วมกับชุมชนอเมริกันประมาณ 100 เปอร์เซนต์ก็ว่าได้ คือที่เมืองเวนิช แคลิฟอร์เนียภาคใต้ ของมลรัฐแคลิฟอร์เนีย การอยู่ร่วมกับชาวอเมริกันจะเกิดความรู้สึกเรื่องการแบ่งผิวเกิดขึ้นไม่มากก็น้อย ขึ้นอยู่กับชุมชนที่เข้าไปอยู่ แต่สำหรับผมเข้าไปอยู่ในชุมชนแบ่งผิวตามที่หนังสือได้ระบุเอาไว้ ผมไม่เชื่อเพราะว่าตอนเข้าไปเช่าอพาร์ทเม้นท์ เจ้าของอาคารออกมาต้อนรับอย่างยิ้มแย้มแจ่มใส เต็มใจให้เข้าอยู่

                ต่อมาผมเพิ่งรู้ว่าในบริเวณที่ผมอยู่เป็นจุดที่สงวนเอาไว้ให้บรรดาศิลปินสาขาต่าง ๆ มาร่วมกันอยู่ได้ และสร้างสรรค์งานศิลปะโดยเฉพาะ ตามที่ดาราหนัง Jane Fonda ตั้งใจเอาไว้  ในเมื่อผมเป็นศิลปินคนหนึ่งจึงต้อนรับผม และแพ็ทเข้าไปอยู่ในกลุ่มศิลปินอเมริกันได้โดยไม่แบ่งแยกผิวเพราะว่าเป็นศิลปิน การอยู่ร่วมกับชาวอเมริกันทั้ง ๆ ที่รู้ว่าแบ่งแยกผิว แต่ว่าการแบ่งแยกผิวจะแพ้ความรู้ความสามารถเฉพาะตน การอยู่ร่วมกับกลุ่มแบ่งแยกผิวต้องอยู่อย่างมีความสามารถสูงสุด และรู้จักภาษาอังกฤษที่ใช้อย่างดี เข้าใจถูกต้อง แม้แต่แสลงก็ต้องรู้ให้ทัน เมื่อเขารู้แล้วทุกสิ่งทุกอย่างจะได้รับการต้อนรับ ไม่อยู่อย่างหลงฝูง หรือแกะดำอีกต่อไป สังเกตุได้จากการเชื้อเชิญให้ไปร่วมงานต่าง ๆ

                ครั้งหนึ่งผมไปร่วมงานหนึ่ง มีผมเป็นชาวอาเซียนอยู่คนเดียว แรก ๆ มีคนมาถามว่าผมเป็นใคร ผมตอบไปว่าผมเป็นไทย-อเมริกันเร็วปรือในภาษาอังกฤษอเมริกัน ต่อมาผมไปยืนคุยที่กลางงานคุยกันดังขึ้น มีคนมาสมทบ ปรากฎว่ามีเพื่อน ๆ อเมริกันมาทักทายอย่างสนิทสนม เรื่องการเหยียดผิวค่อย ๆ จมหายไปสนิทในวินาทีนั้น หลายคนอยากเข้ามาเรียนศิลปะกับผม ผมจึงต้องรับสมัครนักเรียนศิลปะกลางงานเลี้ยงในวันนั้น ขณะนี้คนนั้นยังเรียนศิลปะกับผมอย่างเต็มใจเรียน