Get Adobe Flash player

วิญญาณศิลป์ (The Spiritual in Art) โดย อ.วิบูลย์ วันประสาท

Font Size:

 

                ถ้าเราจะพูดถึงเรื่องวิญญาณในหมู่คนไทยด้วยกัน เรามักจะนึกถึงเรื่องวิญญาณของคนตายไปแล้ว แต่ในโลกซีกตะวันตกเขาได้รวมเอาวิญญาณศิลปะเข้าไปด้วย ผมในฐานะศิลปินไทยผู้ทำงานศิลปะทั้งที่เมืองไทย และที่นี่อเมริกา รวมทั้งยุโรปด้วย พบว่าชาวตะวันตกเชื่อถือวิญญาณศิลป์มีอยู่ไม่น้อยทีเดียว

แต่สำหรับศิลปินชาวตะวันตกอย่างเช่น Wassily Kandinsky ถือว่าเป็นผู้นำศิลปะลัทธิวิญญาณศิลป์คนสำคัญของโลก ศิลปินผู้นี้เป็นชาวรัสเซียโดยกำเนิดเมื่อ ค.ศ.1866 ชีวิตของศิลปินผู้นี้หันเหไปเรียนกฎหมายที่มอสโคว แต่หัวใจของเขาถูกเรียกร้องให้ไปเรียนศิลปะที่เขามีความชอบมาตั้งแต่วัยเยาว์จนได้ จึงตัดสินใจไปเรียนศิลปะด้านจิตรกรรม ในวัยเด็กนอกจากชอบภาพเขียนแล้วยังชอบเล่นดนตรี สามารถเล่น Cello และ Piano ได้เป็นอย่างดี นับเป็นศิลปินเอกที่มีความสามารถหลายอย่างเหมาะสมเป็นศิลปินอย่างยิ่ง

                ผมเริ่มรู้จักศิลปิน Kandansky ตั้งแต่เรียนศิลปะที่เมืองไทยแล้วก็ไม่รู้ว่าเป็นอย่างไร เกิดความรู้สึกชอบผลงานภาพเขียนของเขามาก แต่ว่าการเรียนศิลปะที่เพาะช่างในสมัยผมนิยมการสอน และต้องเรียนศิลปะเฉพาะ Realistic จะมีหัวก้าวหน้าไปมากกว่านั้นจะไม่ถูกต้องกับหลักสูตรในสมัยนั้น อย่างไรก็ตามตอนผมเรียนเพาะช่างปีที่ 5 ผมส่งภาพเขียน Still Life เทคนิค Impressionistic คณะกรรมการครูบาอาจารย์ท่านลงคะแนนเรียนให้ผมชนะได้ Grant Prize หรือชนะเลิศทั้งโรงเรียน คือเป็นภาพเด่นที่สุดทั้งหมดการแข่งขันรวมทุกระดับของโรงเรียน เพาะช่างสมัยผมยังเรียนอยู่ที่นั่นยังมีอายุไม่เกิน 22 ปี ต่อมาภายหลังมีชาวอเมริกันที่ไปอยู่ที่เมืองไทยมาขอซื้ออยู่หลายปี ผมไม่ยอมขายให้เพราะว่าอยากจะเก็บเอาไว้เป็นสมบัติส่วนตัวเองบ้าง ในที่สุดผมทนตื้อไม่ได้เลยขายให้ชาวอเมริกันผัวเมียผู้นั้นไป และได้นำภาพเขียนนั้นไปเก็บไว้ที่เมืองชิโก้ ทางตอนเหนือของรัฐแคลิฟอร์เนียเป็นเมืองบ้านเกิดเมืองนอนของเขา

                ทำไมผมต้องเอ่ยถึงภาพเขียนนั้นในวันนี้ การที่เขียนขึ้นมาใหม่อยากจะอธิบายเรื่องวิญญาณศิลป์ในภาพเขียนนั้นมีจริง จึงทำให้คนดูภาพเขียนเกิดความหลงใหลขึ้นได้ ทั้งนี้ต้องขึ้นแก่รสนิยม Taste ของบุคคลเป็นเครื่องตัดสินใจอยู่บ้าง ไม่ใช่เกิดขึ้นแก่ทุกคน ภาพเขียนของผมที่ Art Gallery ย่านศิลปะเมืองชายหาดแมนฮัดตันบีช เคยมีผู้มาดูภาพเขียนของผมและเกิดชอบ (อย่างหลงไหล) แต่ว่าเธอไม่มีเงินซื้อในวันนั้น เธออีเมล์มาสารภาพผม และบอกผมว่าเขาเสียใจมาก สิบปีต่อมาผมลืมไปหมดแล้ว จู่ ๆ ผมได้รับอีเมล์จากเธอว่าภาพนั้นยังอยู่ไหม? ผมตอบไปว่าทางอาร์ตแกลลอรี่ขายไปแล้ว เธอก็ยังเสียใจซ้ำสอง แต่เธอไม่ยอมแพ้ขอมาชม Art Studio ของผม และได้เลือกภาพเขียนที่ดีที่สุดของผม และซื้อภาพนั้นไปในราคาสูงสุดในขณะนั้น เห็นไหมล่ะครับฤทธิ์เดชของภาพเขียนต่าง ๆ ในโลกล้วนมีประวัติเบื้องหลังน่าสนใจมาก ถ้าผมมีความสามารถ และเวลา ผมอาจจะเขียนถึงภาพสำคัญ ๆ ของโลกที่มีประวัติเบื้องหลังภาพ นึกถึงแล้วเกิดความอยากจะเขียนหนังสือออกมาสักเล่ม แต่คิดถึงต้นทุน และจะมีสำนักพิมพ์ไหนสนใจเรื่องแบบนี้ ผมยังสงสัยอยู่ ผมเลยให้อนาคตเป็นเครื่องตัดสินใจก็แล้วกัน

                ชีวิตของผมอยู่กับศิลปะมาตลอดไม่เคยหันเหไปไหน ที่เมืองไทยสมัยผมเรียนศิลปะถือว่าเป็นเด็กอ่อน เรียนไม่เก่ง จึงต้องไปเรียนอาร์ตมาอยู่อเมริกา ไปโชว์งานและเรียนศิลปะที่ยุโรป ปรากฎว่าทุกคนยกย่องศิลปินและนักเรียนศิลปะอย่างมากที่เรียนศิลปะได้ เขาถือว่าเป็นผู้มีพรสวรรค์ให้มา ไม่ใช่เกิดขึ้นทุกคน ตรงนี้ท่านผู้อ่านอาจฉุน ไม่จริงละมั้ง ก็จริงครับ แล้วแต่จะคิดก็แล้วกัน จะเกิดสันติสุขครับ