Get Adobe Flash player

เกริ่นงานวันวัฒนธรรมไทยและเรื่องส่วนตัว โดย อ.วิบูลย์ วันประสาท

Font Size:

วันวัฒนธรรมไทยจะครบรอบปีที่ 24 ในวันอาทิตย์ที่ 18 กันยายน ศกนี้แล้วนะครับ ผมอยากรู้จังว่ามีใครเคยไปเที่ยวงานตั้งแต่ปีแรกจนถึงปัจจุบัน และอยากจะเชิญให้มาเล่าประสบการณ์ในงานวันวัฒนธรรมไทยปีนี้ให้ทุกคนฟัง ใครอยากจะมาเล่าประสบการณ์ กรุณาติดต่อมาหาผมก็ได้ ผมจะได้จัดเวลาพูดให้ท่าน ลองดูนะครับถ้าใครเห็นด้วยกับไอเดียของผม วันวัฒนธรรมไทยผมเป็นผู้ก่อตั้งเอาไว้โดยไปทำที่วัดไทย ต่อมาทางแอลเอซิตี้ได้ให้ทุนจัดงานโดยต้องไปจัดที่ Barnsdall Park ไปจัดที่อื่นไม่ให้งบประมาณ อะไรประมาณนั้นแหละครับ การให้ทุนจัดงานเป็นไปแบบประหยัด แถมให้มายังคิดเค่าเช่าโรงละครและสนามหญ้าจัดงานอีกด้วย เงินที่ได้มาทั้งหมดจึงหมดไปเป็นค่าใช้จ่ายทุกครั้งไป ใครที่เป็นอาสาสมัครจัดงานและเคยเข้าประชุมจะรู้ดีทุกคน

                เรื่องย่อๆ ข้างต้นเป็นเรื่องที่กระทำต่อเนื่องกันมานาน บางครั้งมีคนเข้าใจผิดๆ โดยเชื่อตามกันมา ผมแนะนำให้มาร่วมจัดงานวันวัฒนธรรมไทยได้ ปัจจุบันเรายังเปิดรับอาสาสมัครอยู่ตลอดเวลาเลยแหละครับ การมาอาสาสมัครก็ง่ายนิดเดียว คือมาเข้าประชุมแนะนำตนเองต่อคณะกรรมการจัดงานว่าจะขอเข้ามาร่วมจัดงาน ทางคณะกรรมการเก่าๆ จะมอบหน้าที่ที่คุณประสงค์จะทำได้ รวมทั้งเวลาที่คุณสามารถจะมาทำงานได้กี่ชั่วโมง อย่าลืมนะครับ ศูนย์ศิลปวัฒนธรรมไทยแอลเอ จัดงานได้เพราะพลังของอาสาสมัครมาตลอด ตลอดเวลา 23 ปีที่ผ่านไปมีความราบรื่นมาตลอด เพราะว่าเราจัดเท่าที่ทุนของเรามีและทุกคนเข้ามาอาสาสมัครทำงาน ไม่มีใครได้เงินเดือนใดๆทั้งสิ้น เพราะเหล่าอาสาสมัครมีหน้าที่การงานสูงๆอยู่แล้ว การอาสาสมัครทำสิ่งใดโดยไม่หวังตอบแทน ในสังคมอเมริกันเขาเรียกว่า Giving หรือการให้ทานโดยไม่หวังผลประโยชน์ เป็นความสุขใจของผู้ให้ผู้นั้น ทำงานเสร็จเกิดความสุขใจที่ได้ให้

                ผมในฐานะผู้จัดงานและดำเนินการกับอาสาสมัคร มีหน้าที่การงาน มีโรงเรียนสอนศิลปะมาตั้งแต่ปี 1984-ปัจจุบัน สอนเฉพาะชาวต่างชาติ โรงเรียนสอนศิลปะของผมได้รับรางวัลการสอนดีเด่นมีคุณภาพ จากสมาคมพ่ออเมริกัน เมืองเวนิช เมื่อปีค.ศ.2510 ถ้าเปิดเว็บไซต์อาจจะเจอข้อมูลที่เขาให้รางวัล เพราะฉะนั้นลูกศิษย์ชาวอเมริกันและชาวยุโรปที่อาศัยอยู่ที่นี่ จึงมาเรียนศิลปะด้านจิตรกรรมกับผมอยู่ตลอดเวลาไม่เคยขาด

                ผมมีข้อสังเกตจากประสบการณ์การสอนรู้ว่าไม่มีใครอยากเรียนกับผู้สอนศิลปะที่เป็นไทย ชอบไปเรียนกับครูฝรั่ง แต่สำหรับผมกลับมีลูกศิษย์ฝรั่งมาเรียนกับผมเต็ม ไม่มีลูกศิษย์ไทยเลย ทั้งนี้แม้ที่เมืองไทยก็ยังมีลูกศิษย์ชาวยุโรปและอเมริกันมากกว่าลูกศิษย์ไทย วัฒนธรรมไทยบางส่วนนิยมเรียนกับศิลปินผู้มีชื่อเสียง จะสอนดีหรือไม่ไม่เกี่ยว ขอให้ได้เรียนกับศิลปินมีตำแหน่งทางศิลปะที่สูงๆเอาไว้ก่อน เวลาเข้าสังคมจะได้เอาไว้คุยอวดได้ว่าเคยเรียนกับศิลปินมีชื่อ แต่ว่าในสังคมอารยธรรมตะวันตก กลับสนใจเรียนศิลปะกับศิลปินหรือสอนศิลปะผู้มีความสามารถสอนได้เท่านั้น เพราะในสังคมของเขาไม่นิยมสังคมอวดตัวเอง แต่ว่าทั้งหมดที่เอ่ยก็ไม่เท่าผู้สนับสนุนทางศิลปะ หรือคนไทยที่นิยมไทย เพื่อไทยกันเอง ศิลปินไทยทุกสาขาจึงอยู่ได้ด้วยเหตุนี้เอง

                ตอนผมอยู่เมืองไทย สังคมไฮโซเมืองไทยมาเรียนศิลปะและซื้องานศิลปะของผม แต่ผมต้องไปแสดงงานภาพเขียนตามพิพิธภัณฑ์สำคัญๆของยุโรปบ่อยๆ จึงไม่มีเวลาสอนอีกต่อไป จนกระทั่งมาอยู่อเมริกาจึงเริ่มสอนใหม่มาตราบเท่าปัจจุบัน

                ทำไมผมและแพ็ทจึงมาอเมริกา เพราะว่าเราอยู่เมืองไทยไม่ได้ด้วยเหตุผลส่วนตัว ผมไม่ใช่มาที่นี่มาหางานทำ ไม่ใช่อย่างนั้น ผมเป็นศิลปินอาชีพมีชื่อเสียงในยุคนั้น(ก่อนค.ศ.1979) ใครอยู่ในยุคนั้นย่อมรู้จักผมอย่างน้อยๆก็คงได้ยินชื่อผมมาบ้าง ใครที่รู้จักผมไม่ใช่จากตัวผม อย่าเชื่อตามกันมา ท่านจะได้บุญตามหลักพุทธ ครับข้อเท็จจริงต้องจากผมเท่านั้นเอง