Get Adobe Flash player

ปารีสบ้านที่สาม โดย อ.วิบูลย์ วันประสาท

Font Size:

จริงๆแล้วถ้าผมและแพ็ทไม่ติดธุระอะไรที่นี่อมริกา จะไปอยู่ที่ปารีส เรามีเพื่อนฝูงคนรู้จักมากพอๆกันอยู่ที่นี่ มีอาร์ตสติวดิโอแชร์กับเพื่อนศิลปินฝรั่งเศส อยู่ปารีสเรามีความสุขใจและกายอยู่ในสังคม ชาวฝรั่งเศสเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ยกย่องศิลปะเพราะว่าเมืองปารีสในอดีตได้ฉายาว่าเป็นเมืองหลวงศิลปะระดับสากล เพราะฉะนั้นใครที่เป็น Artist จะได้รับการนับถืออยู่ในสังคมของเขา ผมและแพ็ทเมื่อไปอยู่ที่นั่นจึงพลอยได้รับเกียรติของสังคมแห่งชาติฝรั่งเศสไปโดยปริยาย ไปไหนมาไหนมีแต่ความสุขใจ
ถิ่นที่ผมอยู่เป็นถิ่นชาวฝรั่งเศส ถ้าใครเคยไปปารีสจะรู้จัก “มองพานาส” ว่าอยู่ที่ไหน ผมอยู่ที่ปารีสอยู่ที่ ริว ฟอนดารี (Rue Fondary) เลขที่ 21 เป็นถนนเล็กๆอยู่ตรงข้ามกับร.ร.ชั้นประถม กลางวันจะได้ยินเสียงเด็กๆวิ่งเล่น บนถนนไม่มีรถมากมายอะไรเพราะเป็นถนนโบราณเล็กและแคบ อพาร์ตเม้นต์ที่ผมอยู่ ชั้นที่ 5 เลยสบายเพราะไม่ได้ยินเสียงคนเดินหรือคุยกัน เจ้าของเป็นคนนิสัยดี ถ้าเขารู้ว่าผมทั้งสองมาอยู่ จะสั่งให้คนดูแลให้ดีเป็นพิเศษเพราะว่าเรามาแสดงภาพเขียนที่ลูฟว์ Louvre Museum ฝรั่งเศสถือว่าเป็นเกียรติของศิลปิน
“ลูฟว์” เป็นพระราชวังโบราณตั้งอยู่บนเนื้อที่ 27 เอเคอร์ แต่จริงๆแล้วใช้เพียงส่วนหนึ่งสำหรับเป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะโบราณและศิลปะสมัยใหม่เท่านั้น ในสถิติของอาร์ตมิวเซียม ผมและแพ็ทเป็น สองศิลปินไทยคนแรก ที่นำผลงานศิลปะ(ภาพเขียน)ไปแสดงร่วมกับศิลปินแห่งชาติชาวฝรั่งเศส การแสดงภาพที่นั่นผมรู้สึกภูมิใจที่เป็นศิลปินไทย และในนามของศิลปินไทย สามารถทำได้ในมิวเซียมระดับโลกไม่แพ้ชาติอื่นๆ
ด้วยผมทั้งสองมีจิตใจรักชาติไทยบ้านเกิดเมืองนอน จึงอยากให้บ้านเกิดมีภาพพจน์ที่ดีตามความสามารถของเรา ผมชอบปารีสอีกหลายประการ แต่การจ่ายตลาดสดนั้นสนุกมากสำหรับผม ได้ฝึกภาษาฝรั่งเศสกับข้างบ้านมานั่งขาย พวกเขาพูดภาษาอังกฤษไม่ได้เลย จึงทำให้ผมต้องพูดภาษาฝรั่งเศสออกไป ไม่ยังงั้นจะซื้อของไม่ได้ ทุกครั้งจะได้หัวเราะ มีคนขายของในตลาดอยู่คนหนึ่ง ชอบพูดล้อเลียนสำเนียงภาษาฝรั่งเศสที่ผมพูดออกไปซ้ำๆอาทิเช่น “ซีบลูเพ” หมายถึงกรุณา แต่ว่าเขาชอบสำเนียงของผมมาก นำมาใช้ล้อเล่นกับผมเสมอๆ เราสนิทกัน ผมได้ภาษา เขาได้เพื่อนใหม่ เป็นสังคมแห่งมนุษย์ ครั้งหนึ่งก่อนที่ผมจะไปใช้ชีวิตทางศิลปะที่ปารีส ผมมีเพื่อนชาวปารีสอยู่สองคน “แรมเบิร์ตกับโดมินิค” เป็นเพื่อนระดับสนิทพักอยู่กับผมแบบเพื่อนสนิท ผมห้ามทั้งสองไม่ให้พูดภาษาฝรั่งเศสเพราะว่าผมฟังไม่รู้เรื่อง แสดงว่าผมไม่สนใจเลยในครั้งนั้น
ในปัจจุบันมาคิดอีกครั้ง ถ้าผมเริ่มพูดตั้งแต่ครั้งนั้น ภาษาฝรั่งเศสผมคงคล่องกว่าแน่ๆ ยังไงก็แล้วแต่ ถ้าเมื่อผมทั้งสองไปปารีสครั้งใด ก็เท่ากับปล่อยปลาลงน้ำ ยังไงยังงั้นเลยนะครับ