Get Adobe Flash player

เคล็ดลับแห่งความสำเร็จทางศิลปะ โดย อ.วิบูลย์ วันประสาท

Font Size:

ไม่รู้นะครับ ในชีวิตของผมมีแต่ให้ “Give” ซึ่งชาวตะวันตกยังเชื่อในคำว่า “ให้” เป็นสิ่งนำมาซึ่งความสำเร็จ ในหลักแห่งปรัชญาแห่งชีวิต ทุกท่านจะทราบดีมันคืออะไร? แต่ว่าบางท่านอาจแย้ง อ้าว..ให้เขาแล้วจะมีอะไรเหลือหรอเล่า ก็เป็นเรื่องจริงสำหรับผู้ที่มีความคิดอย่างนั้น แต่สำหรับผมเชื่อว่าการให้เป็นเคล็ดลับแห่งความสำเร็จ แต่ว่ามีความละเอียดอ่อนมากว่ามันหมายถึงอะไรแน่นะครับ ลองฟังความคิดเห็นของผมได้

ชีวิตทางศิลปะของผม ถ้าไม่รู้จักการให้รวมถึงใจดีมีเมตตากรุณาแก่ผู้คนและสัตว์ทั้งหลายด้วย จะไม่ประสบความสำเร็จแน่ ผมเป็นศิลปินที่รู้จักการอาสาสมัครช่วยเหลือ คือการให้ความช่วยเหลือ บางครั้งเราช่วยคนนี้แต่คนโน้นกลับมามองเห็น ผมมีนิสัยเอื้อเฟื้อและซื่อสัตย์ ผมเคยรู้จักคนยุโรป พอรู้จักกันเขาก็เชื่อผมทั้งสองคือผมและแพ็ทแล้ว บางทีคนซื่อสัตย์ไว้ใจได้มองเห็นจากภายนอกได้อย่างโบราณว่า “คบคนให้ดูหน้า ซื้อผ้าให้ดูเนื้อผ้าก่อน” อะไรทำนองนั้น คือไว้ใจมอบกุญแจบ้านให้อยู่ทั้งๆในขณะนั้นผมยังเป็นคนแปลกหน้าต่อเขาเพราะเพิ่งรู้จักกัน แต่เขามองเห็นความซื่อของผมทั้งสองแล้ว

ผมจั่วหัวข้อเขียนว่า “เคล็ดลับความสำเร็จทางศิลปะ” ผมตกคำว่า “ความสามารถ” ไปคำหนึ่ง เพราะว่าคนเราบางคนเก่ง ประสบความสำเร็จจากความสามารถเท่านั้น ไม่ต้องมีพรรคพวกคอยช่วยเหลือใดๆ บทพิสูจน์ของผมได้ที่ประวัติการแสดงภาพเขียนในรอบสามสิบปีได้ ถ้าท่านสนใจอยากจะคุยให้ละเอียดกว่านี้ จริงแล้วผมไม่เคยถูกสัมภาษณ์เป็นภาษาไทยเลย ยังนะครับ มีแต่อยู่ในภาษาอื่นๆ อย่าว่าผมคุยโม้นะครับ เป็นแต่แสดงความเห็นความจริง

ความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย ซึ่งทำให้ผมประสบความสำเร็จได้ง่ายขึ้น อย่างเช่นมีใครมาถามผมว่าเรียนจบจากไหนมา ผมมักจะพูดโพล่งทันทีว่าจบมาจากโรงเรียนเพาะช่าง ซึ่งมีคนรู้จักแพร่หลายมากสถาบันหนึ่งของไทย หลายคนเลยศรัทธาผมในแง่ผมชอบความจริงไม่ปิดบังอะไรที่ไม่ดีๆออกไป ผมเคยได้รับอนุมัติจากอาร์ตมิวเซี่ยมใหญ่ทั้งในอเมริกาและยุโรป เพื่อขออนุมัติโชว์ภาพเขียนของผม เทคนิคของผมคือบอกความจริงในอย่างบริสุทธิ์ใจ หาไม่แล้วจะไม่ได้รับอนุมัติ ปรากฏผมได้รับการอนุมัติให้โชว์งานศิลปะภาพเขียนของผมทุกครั้ง ไม่มีอะไรสะดุดเลย เพราะเขาดูแต่ผลงานเท่านั้น

ผมเคยถูกผู้อำนวยการมิวเซี่ยมที่ยุโรปมาขอจับมือ ถามผมว่าภาพเขียนของผมอนุมัติให้โชว์แล้ว เขาบอกว่าเขาชอบงานศิลปะภาพเขียนของผมมากและย้ำว่าภาพเขียนของผมเป็นแนว “วิญญาณศิลป์” Spirit Art คือเขียนภาพจากจิตวิญญาณให้เกิดเป็นภาพเขียนตามแนวจินตนาการของศิลปินนั่นเอง

เบื้องหลังชาติกำเนิดของผม มีคุณยายสองคนเป็นเข้าทรง(จริง) ไม่คิดเงินใดๆทั้งสิ้น ผมเป็นหลานเคยร้องดูคุณยายเข้าพิธีทรงรักษาคนที่ป่วย มองเห็นทะลุปรุโปร่งว่าคุณยายของผมเข้าทรงวิญญาณจริง เวลาคุณยายเลิกทรง ผมเข้าไปหาคุณยายยกมือลูบหัวผมอย่างเมตตา ผมถามคุณยายเข้าทรงแล้วน่ากลัวจัง ผมถาม คุณยายตอบว่า “ไม่รู้เลย แต่เหนื่อยมากนะลูก และไม่อยากจะทำ แต่คนมาขอร้อง ยายจึงทำไปด้วยมีคนมาขอร้องให้ทำ”

ผมอุตส่าห์เขียนเรื่องเกริ่นมายาวหน่อย พอมาถึงบทสรุปแล้วแสดงว่าผมเป็นคนเชื้อไม่ทิ้งแถว เวลาเขียนภาพของผมในแนววิญญาณศิลป์เหมือนคุณยาย ผมไม่ได้แกล้งทำ แต่มันออกมาจากจิตใจของผมเอง ภาพเขียนบางภาพอย่าง “เด็กวัดโพธิ์ท่าเตียน” เป็นภาพเขียนที่มีชาวอเมริกันซื้อไปตอนผมอยู่กรุงเทพฯ ต่อมารู้ว่าเขาเอาไปขายต่อให้อาร์ตมิวเซี่ยม ผมได้ข่าวดีใจ แต่ว่าผมไม่มีจุดอะไรจะควบคุมภาพเขียนของผมและผมยังเป็นนักศิลปะ Artist แนววิจิตรศิลป์ ไม่เคยนำมาอวดอ้างจนเกินเหตุ ได้บันทึกเอาไว้ย่อใน Bio ของผมเท่านั้นเอง ใครอยากจะพบผม เชิญมาคุยต่อที่อาร์ตสติวดิโอของผมได้เลยนะครับ