Get Adobe Flash player

เรียนศิลปะเพื่อเป็นศิลปิน โดย อ.วิบูลย์ วันประสาท

Font Size:

ก่อนอื่นใดผมเป็นครูสอนศิลปะที่โรงเรียนศิลปะของผมเองมาตั้งแต่ปีค.ศ.1984 ในปีนี้จะฉลองครบรอบสามสิบสามปี ใครที่สมัครมาเรียนศิลปะกับผมช่วงนี้อาจได้รับสิทธิพิเศษได้รับส่วนลดค่าเล่าเรียน แต่จะได้รับเพียงสามคนแรกเท่านั้น สนใจลองโทรศัพท์ถามที่ 310-650-1531 ถ้ายังว่างคุณจะได้รับสิทธิทันที

สำหรับประวัติการสอนศิลปะอย่างย่อๆ เคยสอนศิลปะส่วนตัวแก่ชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ที่กรุงเทพฯ ในอดีตก่อน ค.ศ.1979 และเคยเป็นครูสอนศิลปะพิเศษแก่โรงเรียนนานาชาติด้วย ก่อนย้ายมาอยู่อเมริกาที่เมืองเวนิชในปัจจุบัน

การเรียนหรือการสอนให้เป็นศิลปินไม่ใช่จะง่าย แต่ก็ไม่ยากเย็นอะไร ถ้าท่านตั้งใจเรียนจริงๆ ผมเป็นผู้สอนให้ลูกศิษย์ชาวอเมริกันเป็นศิลปินได้หลายคน เป็นสิ่งพิสูจน์ต่างๆว่าเทนนิคการสอนของผมสามารถรับรองผลการสอน และสามารถสอนได้หลายภาษา แต่ที่สอนประจำคือภาษาอังกฤษ ส่วนคนไทยด้วยกันก็แล้วแต่จะบอกผมว่าอยากเรียนในภาษาอะไร? สิ่งที่เป็นพิเศษสุดในการสอนของผมคือ ผมสามารถสอนประวัติศาสตร์ศิลป์ควบคู่กันไปรวมทั้งเทคนิคต่างๆของ ศิลปินระดับโลก เป็นอย่างไร บทพิสูจน์ความจริง ผมได้รับการอนุมัติเข้าแสดงภาพเขียนที่ ลูฟว์มิวเซี่ยม ถึงสามปีซ้อน ซึ่งถ้าผมไม่มีเทคนิคการเขียนภาพที่มีมาตรฐาน คงไม่ได้รับอนุมัติแน่

อีกเรื่องหนึ่งคือผมได้รับรางวัลเป็นศิลปินแห่งเอเชีย จาก Asia Museum เมืองซานฟรานซิสโก ได้อาร์ตเครดิตอีกตำแหน่งหนึ่งคือ “ศิลปินแห่งเอเชีย” รางวัลต่างๆที่ผมเขียนขึ้นเพื่อให้นักเรียนรู้จักครูผู้สอน ความจริงไม่ต้องบอกกล่าวอะไรก็ได้ แต่ว่าบางคนมีความเชื่อเรื่องรางวัลและความสามารถที่มีคนรับรอง ไม่ยอมเชื่อถ้าพิสูจน์ไม่ได้ ผมจึงเอ่ยเอาไว้ ส่วนลูกศิษย์ชาวอเมริกันและชาวยุโรปเขาจะเชื่อเรื่อง การทดลองเรียน ดูก่อนว่าดีหรือไม่ นี่คือระเบียบและกฎเกณฑ์ต่างๆที่ผมมีไว้ให้ผู้ที่จะมาสมัครเรียนกับผมหรือเข้าเรียนเป็นลูกศิษย์ใหม่ แต่ความรู้สึกลึกๆของผมส่วนมากคนไทยนิยม “ฝรั่ง” หาว่าดีกว่า ทำนองนั้น ขอโทษนะครับถ้าใครไม่คิดอย่างนั้น แต่สำหรับผมกลับคิดตรงกันข้ามหมด แต่อาศัยสอนดีมีเทคนิคต่างๆบอกและสาธิตให้ลูกศิษย์รู้อย่างหมดเปลือกได้ ครูต่างชาติไม่บอกหมดนะครับ แต่ผมใจกว้าง และมีความเข้าใจดีว่าเป็นศิลปินนั้นมีดีคนละอย่าง ไม่มีแข่งขันกัน รางวัลทางศิลปะใดๆไม่สามารถจะลบล้างความสามารถของศิลปินได้ อาทิเช่น “แวนโก๊ะ” คือแวนโก๊ะไม่มีใครจะทำได้เท่าฝีมือของเขาได้ทุกอย่าง และไม่มีใครจะสามารถลอกการมีวิจิตรศิลป์ได้ ถึงแม้จะเอาตำแหน่งรางวัลออกมาข่มก็ไม่ได้ทั้งนั้นครับ

ในสมัยเป็นนักเรียนศิลปะที่โรงเรียนเพาะช่าง ผมเริ่มรู้จักอารมณ์ศิลป์ของ “โมเน่” ผ่านผลงานศิลปะชื่อ Water Lilies เป็นภาพเขียนแนวอิมเพรสชั่นนิสซึ่ม ปัจจุบันแขวนภาพไว้อย่างถาวรที่อาร์ตมิวเซี่ยมของโมเน่เอง ที่กรุงปารีส และถ้าจะดูผลงานของโมเน่ที่อาร์ตสติวดิโอ “กิเวอร์นี่” Giverny นั่งรถไฟจากกรุงปารีสไปประมาณชั่วโมงก็ถึง แต่จากสถานีรถไฟต้องเดินไปอีกจึงจะถึงสวนโมเน่ที่ลือชื่อ ต้นกำเนิดดอกบัวในสระน้ำ

สมัยที่ผมอาศัยอยู่ที่ปารีสเคยไปบ่อยๆ ดูเท่าไรก็ไม่เบื่อ ในฐานะคนไทยเห็นสวนโมเน่จะคิดถึงเมืองไทย สมัยผมอยู่กับคุณพ่อคุณแม่ มีสวนมะม่วงท้องร่องมีบัวขึ้นเต็มไปหมด มีทั้งสีแดงและสีขาว ไปเยี่ยมสวนโมเน่กลับหวนคิดถึงพ่อแม่สมัยผมยังเด็กๆ ทุกครั้งที่ไป