Get Adobe Flash player

ทำไมเขียนเรื่องศิลปะ โดย อ.วิบูลย์ วันประสาท

Font Size:

คำตอบของผมก็เพราะว่าผมเป็นนักศิลปะ จึงเขียนแต่เรื่องศิลปะและเพราะว่ามีความถนัดกว่าเรื่องอื่นๆ และขอบอกท่านผู้อ่านไว้ว่าผมเขียนเรื่องศิลปะด้วยหัวใจรักศิลปะ ไม่ได้แสร้งเขียนเพื่ออื่นๆหรืออวดความรู้และตำแหน่งทางศิลปะ

ผมภูมิใจในตำแหน่งของผมคือ “ศิลปิน” เท่านั้น ต่อจากนั้นผมทำงานศิลปะออกมาให้ผู้รักศิลปะทั้งหลายได้ชมภาพเขียนของผมซึ่งก็สุดแล้วแต่รสนิยมของแต่ละคน บางคนอาจชอบสุดๆ บางคนอาจไม่ชอบเลยก็เป็นได้ทั้งนั้น แต่ว่าเรื่องศิลปะสามารถอธิบายความหมายได้ ถ้าศิลปินผู้นั้นอยากจะบอก ศิลปินบางคนทำงานศิลปะเสร็จแล้วไม่มีไตเติ้ล ไม่มีคำอธิบายก็มี ปล่อยให้นักวิจารณ์ศิลปะวิพากษ์วิจารณ์เอาเอง ซึ่งนักวิจารณ์ศิลปะ Art Critic ทั้งหลายนั้นมีความรู้ทางศิลปะ ถ้าไม่มีคงไม่กล้าวิจารณ์หรอกครับ นี่คือความยุติธรรมที่ศิลปินพึงจะได้รับ ไม่ใช่มีคนคอยเชียร์แบบอะไรๆก็ดีหมด ทำให้คนอ่านหรือคนฟังเข้าใจผิดๆ เป็นผลร้ายแก่สังคมเป็นอย่างมาก ไม่สมควรทำนะครับ

ทุกๆสัปดาห์ผมเขียนเรื่องศิลปะ ก่อนส่งต้นฉบับประมาณ 2-3 ชั่วโมง บางครั้งเขียนเรื่องศิลปะและสอนศิลปะควบคู่กันไป ถ้าลูกศิษย์คนไหนมาเรียนวันพฤหัสฯตอนเช้า จะเห็นผมนั่งเขียนหนังสือเงียบๆและตอบคำถามหรือสาธิตการเขียนภาพสลับกันไป เป็นชีวิตของผมที่ผมมีความสุขดี บางคนเอ่ยกับผม อยากจะมีชีวิตอย่างผมบ้าง ส่วนมากเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์เป็นชาวอเมริกัน ในปัจจุบันผมสอนและนึกคิดเป็นภาษาที่สองคือภาษาอังกฤษไปแล้ว หลังจากมาคลุกคลีอยู่ในอเมริกากว่าสามสิบปี แต่จริงๆแล้วตอนอยู่เมืองไทยเคยสอนศิลปะแก่โรงเรียนนานาชาติเป็นภาษาอังกฤษ ได้เงินเดือนค่าสอนเท่ากับค่าสอนที่นี่อเมริกา ก็เคยอยู่ในช่วงหนึ่งของชีวิตทางศิลปินสมัยอดีต

ขอวกมาเขียนว่า ทำไมผมจึงเขียนเรื่องศิลปะ เพราะว่าผมชอบแชร์เรื่องราวหรือ “ให้” Give เป็นวิทยาทานจากความรู้ของผม กรุณาอย่าเอาไปเปรียบเทียบกับผู้ทรงคุณวุฒิอื่นๆ ผมเขียนจากใจและประสบการณ์ของผม ซึ่งผมสนุกในการเขียนเพราะเหมือนมองย้อนอดีตหรือย้ำว่าผมทำอะไรลงไปทั้งในอดีตและปัจจุบัน การเขียนเรื่องศิลปะของผมคือการสร้างความสมดุลจิตใจของสังคมให้รับรู้ว่า ศิลปะนั้นสำคัญเป็นอาหารจิตใจตามทัศนคติของชาวอเมริกันกล่าวไว้ว่า Mindfood นั่นแหละครับ ซึ่งด้วยเหตุเหล่านั้นจึงทำให้ผมเป็นผู้สอนศิลปะแก่ชาวอเมริกันยั่งยืนมาครบรอบสามสิบปีแล้ว หลายคนมาแสดงความยินดี ส่วนคนที่ดีใจที่สุดคือผู้ที่เคยเรียนศิลปะจากผมไปแล้วกลายเป็นศิลปิน ผมเองยินดีแก่ลูกศิษย์ทุกคนอยู่ภายในใจ

ผมมีความรู้สึกส่วนตัวนะครับ ผมคิดว่าชาวตะวันตกเป็นผู้มีรสนิยมทางศิลปะดีโดยปริยาย แต่ผมในฐานะผู้สอนศิลปะแก่ชาวตะวันตก คำตอบของผมไม่จริงเสมอไป ขึ้นอยู่กับบุคคลและรสนิยมของแต่ละคนมากกว่า เรื่องรสนิยมเป็นเรื่องยากที่จะอธิบาย ในทางพุทธท่านกล่าวไว้ว่า “บัวใต้น้ำ” นั่นแหละครับ จะทำยังไงๆก็อธิบายให้รู้ยาก อย่างเช่นบางครั้งมีนักศิลปะมาซื้องานศิลปะภาพเขียนของผม ซึ่งบางคนตีค่าเอาไว้สูง บางคนมองดูไม่มีค่าก็มี ผมไม่เคยพูดอะไร ปล่อยให้กาลเวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ความจริงเอาเอง ปรากฏว่าได้ผลจริง มีหลายคนหันกลับมาเรียนศิลปะและซื้อภาพเขียนของผมเอาไปทั้งที่ราคาศิลปะของผมราคาสูงกว่าในอดีต ผมอยากบอกท่านผู้อ่านเอาไว้อย่างหนึ่งคือ ราคาศิลปะไม่เคยตกนะครับ มีแต่สูงขึ้น แต่ว่าต้องเป็นศิลปะวิจิตรศิลป์ ไม่ใช่ศิลปะเพื่อการค้าขาย ถ้าใครไม่เข้าใจไต่ถามผมได้ ผมยินดีอธิบายและยกตัวอย่างรวมทั้งแนะนำให้ไปดูศิลปะจริงที่อาร์ตมิวเซี่ยม หรือแม้กระทั่งผมจะไปด้วยผมยิ่งยินดี ถ้าผมว่างจากการสอนศิลปะ หรือถ้ามีคำถามอะไรกรุณาโทรถามที่ 310-650-1531 ถ้าผมไม่รับสาย ฝากข้อความไว้ได้นะครับ