Get Adobe Flash player

วันวัฒนธรรมไทยและประสบการณ์แห่งชีวิต โดย อ.วิบูลย์ วันประสาท

Font Size:

หลายๆคนโทรมาถามผมว่าจะมี วันวัฒนธรรมไทย ไหม? ผมตอบออกไปว่าให้รอสักอาทิตย์หนึ่งถึงจะตอบท่านได้ ก็ไม่มีอะไร มีแต่ไม่มีทุนพอเพียงที่จะจ่าย “ค่าเช่า” หลายๆคนคงไม่รู้ตื้นลึกว่าค่าใช้จ่ายสำหรับงานวันวัฒนธรรมไทยมีมากแค่ไหน คำตอบคือแล้วแต่ทางซิตี้จะเรียกค่าเช่า ซึ่งแต่ละปีเป็นหมื่น ถ้าจะให้แน่ต้องถามเจ้าหน้าที่การเงินถึงจะรู้รายละเอียดที่แน่นอน ปัจจุบันเรามี “หัทยา” เป็นเจ้าหน้าที่ควบคุม

สำหรับผมอาสาสมัครเข้ามาช่วยโดยไม่มีค่าตัว มีแต่ค่าเช่าและค่าการแสดงต่างๆจิปาถะที่จะต้องจ่ายแต่ละปีมากพอสมควร ถ้าเอ่ยถึงผมหลายคนคงไม่รู้อีกว่าผมเองเป็น เจ้าของโรงเรียนศิลปะ มีรายได้พอเพียงทุกประการ มีสถานที่ถาวรรวมอยู่กับศิลปินชาวอเมริกันและยุโรป เพราะฉะนั้นงานวันวัฒนธรรมไทยจึงเป็นเพียงงานที่ผมจัดเชิดชูศิลปวัฒนธรรมในแอลเอแบบอาสาสมัคร ผมภูมิใจมากที่ได้ช่วยเหลือศิลปวัฒนธรรมไทย ใครวิพากษ์วิจารณ์ผมแล้วผมเฉยมาก รอกาลเวลาพิสูจน์คนดีกว่า ก็เท่านั้น แต่ว่าผมจับงานอาสานี้มาตั้งแต่เมื่อ 25 ปีมาแล้ว มันนานโขที่จะยุติเสียทีได้แล้ว อายุของผมก็ผ่านไปมากโดยไม่ได้อะไรตอบแทน มีแต่ทางลบ ทางบวกไม่มีครับ จริงๆนะครับ ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อเถอะครับ

ผมอยู่ได้ในอเมริกาเพราะว่ามีชาวอเมริกันและชาวยุโรปมาอุดหนุนโดยมาเรียนศิลปะที่โรงเรียนของผมที่ตั้งขึ้น แถมผมยังได้รับรางวัลการสอนศิลปะมีคุณภาพ ผมมีใบเกียรติคุณของแอลเอซิตี้ และชาวอเมริกันพิสูจน์ได้มาช้านาน อย่าลืมนะท่านผู้อ่าน ใครๆก็เห็นแก่ตัวกันทั้งนั้น จะมารับอาสาสมัครฟรีอยู่ได้ยังไง แต่ผมยึดอุดมคติเป็นผู้ให้ก่อน Give นั่นเอง ผลปรากฏทางบวกคือธุรกิจของผมเจริญรุ่งเรืองไม่ติดขัด มีผู้คนยกย่องและเชื่อถือความรู้ความสามารถของผม ไม่มีใครแทงข้างหลัง ทุกคนสนับสนุนในฐานะศิลปินผู้ทำงานศิลปะไว้ประดับโลก ซึ่งถ้ามีแต่นักธุรกิจเต็มไปหมด แล้วโลกเราจะโสภาได้อย่างไร

เพราะฉะนั้นอารยธรรมที่รุ่งเรืองที่ยุโรปจึงเริ่มต้นโดยเน้นไว้ว่า “ศิลปะคืออาหารทางจิตใจ” คำว่าอาหารคือการรับประทาน(กิน) จิตใจของมนุษย์ย่อมต้องการเหมือนกัน อาหารของจิตใจคือศิลปะนั่นเอง บางคนอาจไม่เคยนึกถึงอะไรเลย ยกตัวอย่างนะครับ บางครอบครัวมีความร่ำรวยมากขั้นเศรษฐี แต่ไม่มีความสุขเลย อย่างน้อยๆไม่มีจิตใจที่สงบเท่าคนจนผู้มีจิตใจเต็มเปี่ยมไปด้วยความเข้าใจในอาหารของจิตใจ อาทิเช่น ดนตรี และการแสดงทางศิลปะต่างๆ เป็นต้น

สำหรับท่านที่ไม่เชื่อก็แล้วไป ทุกวันนี้ผมขับรถผ่านบ้านอเมริกันหลังหนึ่งที่เมืองเวนิช เป็นทางผ่านที่ผมจะไปเช็คไปรษณีย์ จึงขับบ่อยๆมาก บ้านหลังนั้นเขียนอักษรตัวเบ้อเริ่มว่า Give แถมระบายสีอย่างสวยงาม ใครขับรถผ่านต้องเห็นทุกคน ผมชอบมากที่ไม่ต้องบอกใครก็เห็นได้จากป้ายที่ปักเอาไว้ ไม่รู้นะ ผมรู้มาว่าสังคมในอเมริกาเป็นสังคม Take ไม่ค่อยมีการให้เท่าไร มาอยู่จริงๆ ชาวอเมริกันมีการให้นะครับ ได้แก่ผมและครอบครัว ผมได้รับสิ่งแปลกๆ ไม่อยากบอก แต่ละสิ่งสร้างความแปลกใจที่ได้รับ(คาดไม่ถึง) รวมทั้งเงินด้วยนะครับ การให้ของเขาไม่ใช่อยู่ๆมายื่นมือให้ มีการให้ทางจดหมายครับ และไม่ลงชื่อ ใหม่ๆผมไม่กล้าใช้หรอก กลัวกลลวงอะไรบางอย่าง แต่นำความไปเล่าให้เพื่อนบ้านอเมริกัน เขาบอกว่านั่นมันคือเป็นเงินที่บริสุทธิ์ของคุณแล้ว คืออยู่ในบริเวณบ้านของคุณ

สำหรับผมไม่ได้เขียนว่าใครหรือมีความในใจ ผมไม่มีเลย แต่อยากเขียนความจริงที่อยู่อเมริกาในชุมชนอเมริกันโดดๆ ผมและแพ็ทอยู่กลางดงอเมริกัน เพราะว่าผมสอนศิลปะแก่ลูกศิษย์ชาวอเมริกันร้อยเปอร์เซ็นต์นั่นเอง เขาเหล่านั้นเป็นผู้แนะนำ วันๆหนึ่งผมจะสอนศิลปะ มีลูกศิษย์ชาวอเมริกันเต็มเมือง(สำนวน) ชาวอเมริกันหวังดีกับผม คอยชี้ช่องทางให้เหมือนไกด์ไลน์ในชีวิต สมควรหรือไม่ในอเมริกา แบบเสมือนญาติพี่น้อง เคล็ดลับของผมคือ “หวังดี” ทำอะไรถูกต้องตามกฎหมายและเสียภาษีตามแบบชีวิตของชาวอเมริกา รวยไม่ได้ โดนภาษีเอาไปหมดครับ นั่นเอง