Get Adobe Flash player

ลำปาง เมืองที่ไม่หมุนตามกาลเวลา โดย เอ สุริยะ

Font Size:

สวัสดีครับ ฉบับนี้ผมจะชวนคุณผู้อ่านไปทอดน่องท่องเมืองลำปาง หนึ่งใน 12 เมืองต้องห้าม...พลาด หากจะให้จัดอันดับเมืองที่มีมนต์เสน่ห์ชวนค้นหา เมืองที่มีทิวทัศน์งามตา มีวัดวางามตรึงใจแล้ว ลำปางก็คงเป็นเมืองลำดับต้นๆ ในใจของผู้เขียน ที่อยากจะเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวไปสัมผัสด้วยตาของตนเอง

เสน่ห์อย่างแรกเมื่อได้ย่างเข้าไปในเมืองลำปาง หรือเขลางค์นคร ชื่อเดิมที่ใครๆ เขาเรียกกัน คือเสน่ห์ของความเป็นเมืองเก่าแก่ บ้านเรือนไม้สักที่แสนจะงดงาม วิถีแห่งความศรัทธาในพุทธศาสนาที่ปรากฏภาพชัดจากวัดวาอาราม และผู้คนที่เปี่ยมด้วยความใจบุญสุนทาน หรือแม้แต่วิถีการดำเนินชีวิตของผู้คนที่ดูเรียบง่าย จวบกระทั่งภาพจำของนักท่องเที่ยวกับรถม้าอันเป็นเอกลักษณ์ของนครแห่งนี้ เปรียบคล้ายกับว่าโลกใบนี้หยุดนิ่งอยู่กับที่ สวนทางกับความเปลี่ยนแปลงและวิวัฒนาการที่ก้าวไกลของเทคโนโลยีในเมืองรายรอบ แต่นครลำปางกลับเป็นเมืองที่ไม่หมุนตามกาลเวลา ยังคงรักษาความงดงามและมนต์เสน่ห์ของเขลางค์นครได้อย่างไม่มีวันเสื่อมคลาย

อาคารบ้านเรือนในลำปาง เติบโตเฟื่องฟูมาด้วยยุคแห่งการทำไม้ ที่ชักนำให้ผู้คนทั้งชาวตะวันตก ชาวพม่า และคหบดีต่างๆ หันหน้าเข้ามาสู่ลำปาง ถนนหนทางไม่กี่สายที่ขีดคั่นเป็นตารางเรียงรายไปด้วยสถาปัตยกรรมสวยๆ อย่างสถานีรถไฟนครลำปาง อาคารอนุรักษ์ดีเด่นผสมผสานสถาปัตยกรรมล้านนาและยุโรป หอนาฬิกาลำปาง หรือสะพานรัษฎาภิเศก สะพานปูนแสนสวยข้ามแม่น้ำวังที่เต็มไปด้วยเรื่องราวแห่งอดีต

กลุ่มอาคารสวยที่ย่านตลาดจีน ซึ่งขนานไปกับแม่น้ำวัง โดดเด่นทั้งศิลปะการก่อสร้างและภาพการค้าขายแต่โบราณ ที่ปัจจุบันจัดเป็นถนนคนเดิน ที่เรียกเป็นภาษาเหนือว่า “กาดกองต้า” หรือตลาดจีน ในอดีตเคยเป็นท่าเรือขนถ่ายสินค้าทางภาคเหนือ และเป็นศูนย์กลางการค้าไม้ ซึ่งมีพ่อค้าทั้งชาวพม่า ชาวจีน และชาวตะวันตก แต่ที่มีชื่อว่าตลาดจีน เพราะพ่อค้าส่วนใหญ่เป็นคนเชื้อสายจีน ซึ่งมาขายแรงงานที่นี่ และได้พัฒนาจนมาเป็นพ่อค้าส่วนใหญ่ของตลาด เสน่ห์ของกาดกองต้าอยู่ที่สถาปัตยกรรมทั้งเรือนไทยแบบภาคกลาง เรือนล้านนา เรือนพม่า เรือนแบบจีน และเรือนขนมปังขิงแบบฝรั่งเศส กาดกองต้า จะเปิดเวลา 18.00-22.00 น. เฉพาะวันเสาร์และวันอาทิตย์

หากอยากเที่ยวชมบ้านไม้โบราณ ไม่ควรพลาดไปเยือน “บ้านเสานัก” เรือนไม้สักศิลปะพม่าผสมล้านนาที่มีเสาเรือนถึง 116 ต้น หรือไปรู้จักบันทึกปูมหลังครั้งเก่าของเมืองลำปาง ต้องไปชมพิพิธภัณฑ์หอปูมละกอน บริเวณเทศบาลนครลำปาง

เมื่อมาถึงนครลำปางแล้ว ห้ามพลาดที่จะต้องไปเยือนพระธาตุลำปางหลวง ด้วยเหตุที่พระธาตุลำปางหลวงแห่งนี้ เริ่มสร้างขึ้นในปีฉลูและแล้วเสร็จในปีฉลูเช่นกัน พระธาตุแห่งนี้จึงเป็นพระธาตุประจำปีเกิดของผู้ที่เกิดปีฉลู ที่ควรต้องมาสักการะสักครั้งหนึ่งในชีวิต นอกจากนี้ วัดพระธาตุลำปางหลวงยังเป็นที่ประดิษฐาน "พระแก้วดอนเต้า" (พระแก้วมรกต) พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดลำปาง เป็นพระพุทธรูปปางสมาธิ ศิลปะล้านนาสลักด้วยหยกสีเขียว ซึ่งทางจังหวัดลำปางจะจัดงานนมัสการพระแก้วดอนเต้าในวันเพ็ญเดือน 12 ของทุกปี

แต่สิ่งมหัศจรรย์ที่อยากให้ผู้อ่านได้ไปชม คือเงาพระธาตุหัวกลับ ซึ่งปรากฏให้เห็นในหลายๆ วัดของลำปาง แต่ที่โดดเด่นคือ เงาพระธาตุหัวกลับในวัดพระธาตุลำปางหลวง และวัดพระธาตุจอมปิง หากมองในแง่ของหลักการทางวิทยาศาสตร์แล้ว ก็คือปรากฏการณ์การหักเหของแสง ที่มีหลักการมาจากกล้องรูเข็ม แต่ความน่าอัศจรรย์ที่เกิดขึ้นนั้น มีความแตกต่างกัน เพราะภาพที่ได้เห็นตามวัดในจังหวัดลำปาง เมื่อเรานำผ้าขาวมาวางตรงที่เงาของพระธาตุตกกระทบ จะเห็นภาพเหมือนจริงของพระธาตุทั้งสีและรูปทรง

ไหนๆ ก็พาทอดน่องท่องตามวัดกันแล้ว ผู้เขียนอยากแนะนำวัดอีกแห่งหนึ่ง คือวัดปงสนุก วัดเก่าแก่ที่มีมาแต่สมัยหริภุญชัย วัดปงสนุกนี้ได้รับรางวัลด้านการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมจากองค์การยูเนสโก และเป็นสถานที่ประดิษฐานเสาหลักเมืองเสาแรกของลำปาง ก่อนจะนำไปประดิษฐาน ณ บริเวณศาลากลาง(หลังเก่า) ในปัจจุบันด้วย  ปัจจุบัน “วัดปงสนุก” ได้กลายเป็นแหล่งรวมของสิ่งสำคัญหลายอย่างที่ทรงคุณค่าทางด้านศิลปวัฒนธรรม สถาปัตยกรรมมากมาย อาทิ พระพุทธรูปไม้ เสาหงส์ ซุ้มประตูโขง ภาพพระบฎ เขียนเรื่องพระเวสสันดรบนผ้าและกระดาษสา หีบธรรมโบราณ และธงช้างเผือกขนาดใหญ่ในสมัยรัชกาลที่ 6 ซึ่งทางวัดได้นำมารวมไว้เป็นพิพิธภัณฑ์

มาลำปางทั้งที คงไม่พาเที่ยววัดอย่างเดียวเป็นแน่ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่ลำปางก็งดงามและมีคุณค่ายิ่งนัก โดยเฉพาะอุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน เป็นแหล่งท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพที่ได้รับความนิยมมาก นอกจากอากาศจะดีแล้ว ยังมีบ่อน้ำร้อนแจ้ซ้อน ที่มีสภาพการเกิดทางธรณีวิทยา มีกลิ่นกำมะถันอ่อนๆ จำนวน 9 บ่อ อยู่ในพื้นที่ 3 ไร่ในพื้นที่ของที่ทำการอุทยานฯ น้ำพุร้อนมีอุณหภูมิเฉลี่ย 73 องศาเซลเซียส นักท่องเที่ยวนิยมนำไข่ไก่หรือไข่นกกระทามาต้มในบ่อ โดยใช้เวลา 17 นาที ก็สามารถนำมารับประทานได้ นอกจากนี้ ยังมีห้องอาบน้ำแร่ ที่มีบริการแบบ 3-4 คน หรือห้องรวมแบบตักอาบ และมีบ่อสำหรับแช่อาบกลางแจ้งด้วย อุณหภูมิของน้ำแร่จะประมาณ 39-42 องศาเซลเซียส การอาบน้ำแร่มีประโยชน์ต่อร่างกาย คือ ช่วยบำบัดความเมื่อยล้า ช่วยให้ระบบการไหลเวียนของโลหิตดีขึ้น และยังจะช่วยรักษาโรคผิวหนัง เช่น กลาก เกลื้อน ผื่นคันได้อีกด้วย แต่น้ำแร่ที่นี่ไม่สามารถดื่มได้ เพราะมีแร่ธาตุบางชนิดที่สูงกว่ามาตรฐาน

 ออกจากอุทยานแจ้ซ้อน ห่างออกไปประมาณ 7 กิโลเมตร เรายังคงอยู่ในอำเภอเมืองปาน บริเวณบ้านป่าเหมี้ยง ที่มีชื่อเสียงในเรื่องของดอกเสี้ยว หรือดอกชงโคขาว ที่บานสะพรั่งรับลมหนาว ขาวเป็นทิวแถวในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี การเดินทางไปชมก็มีเส้นทางที่สะดวกสบาย แม้ว่าลานดอกเสี้ยวจะอยู่บนดอยสูง แต่ถนนหนทางก็ลาดยางเป็นอย่างดี

นี่แหละครับ เสน่ห์ที่น่าหลงใหลของลำปาง เมืองที่ไม่หมุนตามกาลเวลา ถ้ามีโอกาสก็อย่าลืมไปเที่ยวกันนะครับ ลองหนีจากมุมเดิมๆ ที่ดูสับสนวุ่นวายในเมืองกรุง แล้วลองมุ่งเดินทางท่องเที่ยวแบบช้าๆ เมืองลำปางเหมาะสมที่สุดแล้วครับ ที่จะทำให้คุณผู้อ่านได้ใช้โอกาสเติมพลังให้กับชีวิต

สนใจค้นหาข้อมูลเพิ่มเติม

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานลอสแอนเจลิส  โทร : 323.461.9814 

หรือที่ na.tourismthailand.org

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานเชียงใหม่ โทร : 0 5327 6140-2

หรือที่ www.tourismthailand.org/chiangmai

ขอบคุณภาพ :- Dr.Thapanun Mahidsanun

                         www.เมืองต้องห้ามพลาด.com/