Get Adobe Flash player

ตราด เมืองเกาะในฝัน โดย เอ สุริยะ

Font Size:

กลับมาพบกันอีกครั้งนะครับ ช่วงนี้จะพาทุกท่านไปทอดน่องท่องไทยไปชม 12 เมืองต้องห้ามพลาดอีกเมืองหนึ่งที่มีความน่าสนใจตราด เมืองเกาะในฝันนั่นเองครับ

ชื่อเมือง“ตราด”นั้นสันนิษฐานว่าเพี้ยนมาจากคำว่า“กราด”ซึ่งเป็นชื่อของต้นไม้ชนิดหนึ่งที่ใช้ทำไม้กวาดที่ในอดีตมีขึ้นอยู่รอบเมืองเป็นจำนวนมาก
ตราดเป็นเมืองที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 ประเทศฝรั่งเศสได้ส่งกองทัพเรือเข้ายึดเมืองจันทบุรีในปีพ.ศ. 2436 และคืนให้ไทยในปีพ.ศ. 2447 โดยแลกกับเมืองตราดและเกาะต่างๆตั้งแต่แหลมสิงห์ไปจนถึงเกาะกูดรวมทั้งเมืองปัจจันตคีรีเขตรหรือเกาะกงต่อมารัฐบาลไทยเห็นว่าตราดมีความสำคัญทางยุทธศาสตร์และพลเมืองส่วนใหญ่เป็นคนไทยด้วยพระปรีชาสามารถทางการปกครองและการทูตของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ฝรั่งเศสจึงยินยอมทำสัญญายกเมืองตราด เมืองด่านซ้าย(อยู่ในจังหวัดเลย) และเกาะต่างๆ ตั้งแต่แหลมสิงห์ไปจนถึงเกาะกูดคืนให้แก่ไทย โดยแลกกับดินแดนพระตะบอง เสียมราฐ และศรีโสภณโดยทำสัญญากันในวันที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2449 โดยได้ทำพิธีส่งและรับมอบดินแดนกันหน้าศาลากลางจังหวัด และฝรั่งเศสยอมถอนกำลังทหารออกไปในเวลาต่อมา ปัจจุบันชาวเมืองตราดได้ถือเอาวันที่ 23 มีนาคมของทุกปีเป็นวันตราดรำลึกต่อมาวันที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2484 ในช่วงระหว่างสงครามอินโดจีน เรือรบฝรั่งเศสได้ล่วงล้ำน่านน้ำไทยในเขตจังหวัดตราด กองเรือรบราชนาวีไทยจึงได้เข้าขัดขวางจนเกิดการยิงต่อสู้กันซึ่งเป็นที่รู้จักกันทั่วไปในนาม ยุทธนาวีที่เกาะช้าง ครั้งนั้นฝ่ายไทยสามารถขับไล่ข้าศึกให้ล่าถอยไป และรักษาเมืองยุทธศาสตร์ที่อุดมสมบูรณ์แห่งนี้ไว้ได้ แต่ก็ต้องสูญเสียเรือรบหลวงไปถึง 3 ลำคือ เรือรบหลวงสงขลา เรือรบหลวงชลบุรี และเรือรบหลวงธนบุรี
ในอำเภอเมืองตราดยังมีความงดงามทางวัฒนธรรมและสถาปัตยกรรมที่ซุกซ่อนอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลในตัวเมืองนี่เอง นั่นคือวัดบุปผารามซึ่งเป็นวัดที่มีอายุเก่าแก่ที่สุดในจังหวัดตราดเลยก็ว่าได้วัดนี้สร้างขึ้นในสมัยสมัยพระเจ้าปราสาททองเนื่องจากมีความเก่าแก่จึงได้รับการบูรณะปฏิสังขรณ์มาเรื่อยๆปัจจุบันลักษณะสถาปัตยกรรมจึงเป็นศิลปะสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้นวัดบุปผารามแห่งนี้ยังได้รับรางวัลอนุรักษ์สถาปัตยกรรมไทยดีเด่นจากสมาคมสถาปนิกสยามในปี 2544 อีกด้วย ผู้เขียนเคยได้มีโอกาสจัดการแสดงแสงเสียงที่วัดบุปผารามแห่งนี้ รู้สึกมีความประทับใจชุมชนท้องถิ่นและวิถีชีวิตชาวบ้านรวมทั้งภาษาตราด ที่มีสำเนียงฟังแล้วมีเสน่ห์ เช่น ประโยคที่ว่า ถนนคดเคี้ยวทำให้รถสะเทือน ชาวตราดก็จะพูดว่า ทางมันค่ดร่ถมันฟั่ด หรือคำว่าสับปะรด ชาวตราดจะเรียกว่าสัมมะร่ด


เมื่อพูดถึงเมืองตราดแล้ว สิ่งที่จะลืมพูดถึงไม่ได้อีกอย่างหนึ่งคือ หมู่เกาะช้างซึ่งเป็นหมู่เกาะที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย มีเกาะจำนวนมากถึง 52เกาะ ซึ่งบางครั้งเราก็เรียกเมืองตราดว่าเมืองเกาะครึ่งร้อย แต่ละเกาะจะมีความสวยงามแตกต่างกันไป กลุ่มเกาะช้างเป็นกลุ่มแรก เกาะช้างเป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 2 ของประเทศไทยกลุ่มที่ 2 คือกลุ่มเกาะรัง กลุ่มนี้เป็นพื้นที่ที่อุทยานแห่งชาติเกาะช้างตั้งอยู่ หมู่เกาะรังมีธรรมชาติที่สวยงามหลายอย่างเช่น มีจุดดำน้ำชมปะการัง หมู่เกาะรังเป็นบริเวณที่มีปะการังที่สวยงามมากที่สุดแห่งหนึ่งในทะเลตราดและขึ้นชื่อว่า มีแนวปะการังน้ำตื้นที่มีชื่อเสียงระดับโลกจนหนังสือเกี่ยวกับการดำน้ำของอเมริกายกให้หมู่เกาะรังติด 1 ใน 5 ของแหล่งดำน้ำโลกมาแล้ว ส่วนกลุ่มสุดท้ายเป็นกลุ่มเกาะที่สวยที่สุดคือ หมู่เกาะอันดามันแห่งท้องทะเลตะวันออก กลุ่มเกาะนี้มีเกาะสวยๆหลายแห่ง เช่น เกาะหมาก เกาะกระดาด เกาะไม้ซี้ และเกาะแรดแต่ที่สวยจริงๆ และมีชื่อเสียงมากคือเกาะกูดซึ่งเป็นเกาะที่อยู่สุดท้ายทางทิศตะวันออกของประเทศไทยในน่านน้ำทะเลตราดและมีความใหญ่เป็นอันดับ 2 รองจากเกาะช้าง และเป็นเกาะที่ใหญ่เป็นอันดับที่ 4 ของประเทศ และที่น่าประหลาดใจในเกาะกูดคือ มีน้ำตกหลายแห่งที่อยู่ในเกาะนี้ เช่น น้ำตกคลองเจ้าซึ่งมีน้ำไหลตลอดทั้งปี น้ำตกแห่งนี้ถือว่าเป็นน้ำตกประวัติศาสตร์ซึ่งพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวเคยเสด็จประพาสเมื่อปี พ.ศ. 2454 ทรงพระราชทานนามว่า น้ำตกอนัมก๊ก เพื่อเป็นที่ระลึกถึงองค์เชียงสือกษัตริย์ญวนที่เคยเข้ามาลี้ภัยจากการจราจลในสมัยรัชกาลที่ 1

นอกจากนี้ในเขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้างยังมีน้ำตกธารมะยม ซึ่งเป็นน้ำตกขนาดกลางมี 4 ชั้น ลักษณะเป็นธารน้ำไหลผ่านมาเป็นชั้นๆตามร่องหินแกรนิตสีดำ มีหน้าผาสูงชันจนเกือบตั้งฉาก บริเวณโดยรอบเป็นป่าดงดิบ อากาศเย็นสบายเหมาะแก่การตั้งแคมป์ เล่นน้ำตกและเดินป่าเป็นอย่างมาก
สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจของเกาะช้างอีก 1แห่ง คือ ชุมชนบ้านสลักคอกซึ่งเป็นหมู่บ้านชาวประมงเล็กๆในเกาะช้างอันเป็นหนึ่งต้นแบบของแหล่งท่องเที่ยวชุมชนดีเด่นที่ได้รับรางวัลลูกโลกสีเขียวประจำปี 2553 ใครที่มาเที่ยวที่นี่อย่าลืมนั่งเรือกอนโดล่าเกาะช้าง จริงๆ ก็คือเรือมาดที่ทางชุมชนได้คิดสร้างสรรค์ขึ้นเพื่อที่จะให้นักท่องเที่ยวได้ชมป่าชายเลน หากมาในช่วงใกล้ค่ำจะได้รับประทานอาหารเย็นบนเรือ ดื่มด่ำไปกับความสวยงามของพระอาทิตย์ตกดินและธรรมชาติที่อยู่รอบข้าง แหม ถ้าหากคนพายเรือเปลี่ยนเป็นชายหนุ่มหุ่นดี ร้องเพลงคลอไปด้วยแจวเรือไปด้วยเหมือนที่เวนิส ประเทศอิตาลีแล้วล่ะก้อ เรือกอนโดลาเกาะช้างคงจะมีเสน่ห์ไม่เบาเลยทีเดียว จุดที่สวยงามที่สุดคือ ที่บริเวณปากอ่าวสลักคอก ที่แม้จะเห็นว่าเป็นสันทรายที่ค่อนข้างหยาบ แต่ก็เป็นจุดที่มีสันทรายนูนอยู่กึ่งกลางระหว่างแนวป่าชายเลน 2 ข้างที่ทอดยาวมาเกือบจะบรรจบกันการรวมตัวของชาวบ้านสลักคอกทำให้ชุมชนเกิดความเข้มแข็งในการร่วมกันอนุรักษ์ธรรมชาติให้คงไว้ซึ่งระบบนิเวศที่อุดมสมบูรณ์จนทำให้ชุมชนสลักคอกมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศ
การเดินทาง ใช้ทางหลวงหมายเลข 7 (มอเตอร์เวย์) ไปแยกออกจากมอเตอร์เวย์ที่ทางออกบ้านบึง จากนั้น ตรงไปเลี้ยวขวาเข้าสู่ทางหลวง หมายเลข 344 (บ้านบึง-แกลง) แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 3 ต่อไปจนสุดเส้นทางที่จังหวัดตราด และการเดินทางข้ามไปยังเกาะช้าง มีเรือออกที่ท่าเรืออนุสรณ์สถานยุทธนาวีเกาะช้าง (ไม่สามารถนำรถลงเรือไปด้วยได้) เรือออกทุกชั่วโมง ตั้งแต่ 09.00-17.00 น. ใช้เวลาเดินทาง 1 ชั่วโมง  ท่าเรือเซ็นเตอร์พอยท์ ใช้เรือเฟอร์รี่ จึงสามารถนำรถยนต์ลงไปได้ เรือออกทุกชั่วโมง ตั้งแต่ 06.00-19.00 น. ใช้เวลาเดินทาง 45 นาที ท่าเรืออ่าวธรรมชาติ สามารถนำรถยนต์ลงไปได้เช่นกัน เรือออกทุก 45 นาที ตั้งแต่ 06.30-19.00 น. ใช้เวลาเดินทาง 20-30 นาที

สนใจค้นหาข้อมูลเพิ่มเติม

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานลอสแอนเจลิส  โทร : 323.461.9814 

หรือที่ na.tourismthailand.org

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานตราดโทร : 0 3959 7259-60

หรือที่ www.tourismthailand.org/trad

ขอบคุณภาพ : www.เมืองต้องห้ามพลาด.com

www.tatcontactcenter.com