Get Adobe Flash player

ทอดน่องท่องไทย ฮีตสิบสองคองสิบสี่ ตอนที่ 2

Font Size:

ฉบับนี้เรามาว่ากันต่อถึงเรื่องงานบุญของชาวอีสาน ฮีตสิบสองคองสิบสี่ต่อจากฉบับที่แล้วนะครับ

เดือนหกบุญบั้งไฟ

งานบุญบั้งไฟเป็นอีกหนึ่งงานบุญที่เต็มไปด้วยความรื่นเริงสนุกสนานของชาวอีสาน การเซิ้งบั้งไฟ แห่บั้งไฟ และจุดบั้งไฟ ถือเป็นพิธีการบูชาพญาแถนขอฝนก่อนฤดูทำนา ซึ่งชาวอีสานเชื่อว่าจะทำให้ฝนตกต้องตามฤดูกาล ข้าวในนาอุดมสมบูรณ์และผู้คนอยู่เย็นเป็นสุข ความเชื่อนี้มาจากตำนานเรื่องราวของพญาคันคากหรือพญาคางคก ซึ่งสู้รบชนะพญาแถนเทวดาผู้ควบคุมบันดาลฝนที่แกล้งให้ฝนไม่ตกนานถึง 7 เดือนจนชาวบ้านเดือดร้อนกันถ้วนหน้า เมื่อพญาคันคากรบชนะ ทั้งสองได้มีสัญญาสงบศึกต่อกันว่า หากชาวบ้านจุดบั้งไฟขึ้นท้องฟ้าเมื่อใดให้พญาแถนบันดาลให้ฝนตก จึงเกิดเป็นตำนานที่มาของงานบุญบั้งไฟที่ชาวอีสานถือปฏิบัติสืบทอดกันมาจนถึงทุกวันนี้ 

เดือนเจ็ดบุญซำฮะ

ครั้งหนึ่งในสมัยพุทธกาล เมืองไพสาลีเกิดทุพภิกขภัยฝนแล้ง ข้าวยากหมากแพง เกิดโรคระบาด ทำให้ผู้คนล้มตายเป็นจำนวนมาก พระพุทธเจ้าได้เสด็จมาโปรด ทำให้เกิดฝนตกลงมาอย่างหนักและชะล้างบ้านเมืองจนสะอาด ชาวบ้านได้รับการประพรมน้ำมนต์เพื่อเป็นสิริมงคลโรคภัยไข้เจ็บก็หมดสิ้นไปจากเมือง เรื่องราวดังกล่าวเป็นมูลเหตุให้เกิดการทำบุญซำฮะ คำว่า"ซำฮะ" เป็นภาษาอิสานมาจากคำว่า "ชำระ" คือการทำให้สะอาด ปราศจากมลทินและสิ่งไม่ดี ในเดือน 7 ชาวอีสานจะเก็บกวาดบ้านเรือนและสถานที่สาธารณะของหมู่บ้าน เป็นการทำความสะอาดครั้งใหญ่ในรอบปี มีการทำบุญตักบาตร ประพรมน้ำมนต์ให้คนในครอบครัว ผูกแขนลูกหลานเพื่อความสุขสิริมงคลและนำกรวดทรายที่ผ่านพิธีเจริญพระพุทธมนต์แล้ว ไปหว่านรอบบริเวณบ้านและไร่นาและขับไล่สิ่งอัปมงคลให้หมดสิ้นไป 

เดือนแปดงานบุญเข้าพรรษา

แรม 1 คำเดือน 8 เป็นวันเริ่มต้นที่พระภิกษุสงฆ์ในพระพุทธศาสนาจะอยู่ประจำที่วัดใดวัดหนึ่งตลอดระยะเวลา 3 เดือน โดยไม่ไปพักแรมคืนที่อื่นเป็นบัญญัติซึ่งมีขึ้นตั้งแต่สมัยพุทธกาลที่พระพุทธเจ้าทรงเห็นว่า การออกแสวงบุญของพระสงฆ์ในช่วงฤดูฝน ทำให้เกิดการเหยียบย่ำข้าวกล้าในนาของชาวบ้านเสียหาย จึงมีบัญญัติให้พระสงฆ์ต้องจำพรรษาที่วัดใดวัด หนึ่งนาน 3 เดือนเพื่อให้พ้นช่วงระยะเวลานี้ไป เป็นมูลเหตุให้เกิดอีก 1 งานบุญในฮีตสิบสองชาวอีสาน คือ งานบุญเข้าพรรษาโดยในงานบุญนี้ชาวบ้านจะพร้อมใจกันหล่อเทียนใหญ่ไว้ถวายเป็นพุทธบูชา ซึ่งเป็นที่เชื่อกันว่าการถวายเทียนจะให้อานิสงส์ด้านสติปัญญาและไหวพริบอันเฉลียวฉลาดดุจดังแสงเทียนที่สว่างไสว

เดือนเก้าบุญข้าวประดับดิน

ช่วงเช้ามืดในวันแรม 14 ค่ำเดือน 9 ของทุกปี ชาวอีสานจะนำข้าวปลาอาหารคาวหวานและหมากพลูที่ห่อใส่ใบตองแล้ว ไปวางที่โคนต้นไม้และบนดินบริเวณริมกำแพงวัด โบสถ์ หรือเจดีย์ พร้อมจุดเทียนบอกกล่าวหรือบอกให้ญาติมิตรที่ล่วงลับไปแล้วมารับอาหารและผลบุญนี้ หลังจากนั้น ชาวบ้านจะทำบุญตักบาตรถวายปัจจัยไทยทานและกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลให้ญาติผู้ล่วงลับ พิธีนี้คือ พิธีกรรมของบุญข้าวประดับดิน ซึ่งชาวอีสานมีความเชื่อสืบต่อกันมาแต่โบราณว่าในคืนเดือน 9 ดับ หรือวันแรม 14 คำ่เดือน 9 นี้ เป็นวันเดียวในรอบปีที่เหล่าวิญญาณจะถูกปลดปล่อยให้ออกมายังโลกมนุษย์ เพื่อพบญาติมิตรและรับส่วนกุศลจากผู้อุทิศให้บุญข้าวประดับดินจึงเป็นหนึ่งในฮีต12 ของชาวอีสานที่ยึดถือปฏิบัติกันเป็นประจำทุกปี

เดือนสิบ บุญข้าวสาก

ในวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 10 ของทุกปี บรรยากาศความศรัทธาและความตั้งใจในการทำบุญข้าวสากของชาวอีสานจะปรากฏให้เห็นผ่านพิธีกรรมต่างๆ เริ่มจากการทำบุญตักบาตรในตอนเช้า และเตรียมสำรับกับข้าวพร้อมด้วยเครื่องปัจจัยไทยทานเพื่อนำไปถวายพระที่วัด กระดาษที่เขียนชื่อของญาติโยมที่เตรียมนำอาหารและปัจจัยมาถวายจะถูกรวบรวมม้วนเป็นสลากใส่ลงในบาตร หลังการกล่าวคำถวายสลากภัต พระสงฆ์จะจับสลากนั้น และให้ญาติโยมที่มีชื่อตามสลากที่จับได้ถวายข้าวของที่เตรียมมาแด่พระสงฆ์รูปนั้นๆ แล้วรับพรและกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลแก่ญาติผู้ล่วงลับ นอกจากนี้ ชาวอีสานจะเตรียมอาหารคาวหวานใส่ห่อเล็กๆนำไปวางตามทุ่งนาและรอบๆบ้านเป็นการอุทิศส่วนบุญแก่วิญญาณไร้ญาติและบูชาผีตาแฮกเพื่อให้ช่วยดูแลข้าวกล้าในนาให้อุดมสมบูรณ์

เดือนสิบเอ็ดงานบุญออกพรรษา

งานบุญออกพรรษาเป็นงานบุญที่มีขึ้นในวันสิ้นสุดการจำพรรษาเป็นเวลา 3 เดือนของพระภิกษุสงฆ์ คือวันขึ้น 15 คำ่เดือน 11 ของทุกปี เป็นโอกาสที่ภิกษุสามเณรมาชุมนุมกันพร้อมเพรียงที่วัดในวันนี้ พระภิกษุสงฆ์จะมีพิธีปวารณาให้มีการว่ากล่าวตักเตือนกันได้ ชาวอีสานจะร่วมใจกันทำบุญตักบาตรถวายภัตตาหารแด่พระภิกษุสงฆ์ รับศีล สวดมนต์ ฟังเทศน์ถวายผ้าจำนำพรรษา พร้อมจุดประทีปโคมไฟสว่างไสวทั้งบริเวณวัดและหน้าบ้านในตอนค่ำ

เดือนสิบสองบุญกฐิน

บุญกฐินมีกำหนดทำกันในระหว่างแรม 1 คำ่เดือน 11 ถึง 15 คำ่เดือน 12 ความเป็นมาของบุญกฐินเริ่มต้นมาจากในสมัยหนึ่ง มีพระภิกษุชาวเมืองปาฐา จำนวน 30 รูป เดินทางไปเฝ้าพระพุทธเจ้าในช่วงหลังออกพรรษาซึ่งฤดูฝนยังไม่ผ่านพ้นไป ทำให้จีวรของพระภิกษุเหล่านั้นเปียกชุ่มและเปื้อนโคลน พระพุทธเจ้าทรงเห็นใจในความยากลำบากนั้น จึงมีพุทธบัญญัติให้ภิกษุแสวงหาผ้าและรับผ้ากฐินมาใช้ผัดเปลี่ยนแทนผ้าเก่าได้จึงเกิดการจัดนำผ้าจีวรมาถวายพระภิกษุในช่วงเวลานั้นจนกลายมาเป็นงานบุญกฐินในปัจจุบัน ในงานบุญกฐิน ชาวอีสานจะเตรียมผ้าไตรจีวรพร้อมเครื่องอัฐบริขารและเครื่องไทยทาน มีการบอกบุญแก่ญาติมิตรและแห่ขบวนกฐินเพื่อนำไปทอดถวายที่วัด นับเป็นอีกหนึ่งงานบุญที่เสริม
สร้างความรักสามัคคีและทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาให้มั่นคงสืบไป

เดือนอ้ายบุญเข้ากรรม

บุญเข้ากรรม คือ การเข้าปริวาสกรรม เป็นพิธีของสงฆ์ที่ให้พระภิกษุผู้ต้องอาบัติหรือกระทำผิดได้สารภาพต่อหน้าคณะสงฆ์ เพื่อฝึกจิตสำนึกไห้รู้ถึงความบกพร่องของตนเอง และมุ่งปฏิบัติตนให้ถูกต้องตามพระวินัยถือเป็นการปวารณาตนว่าจะไม่กระทำผิดอีก พระสงฆ์ที่ต้องการเข้ากรรมจะต้องไปพักอยู่ในสถานที่สงบ ชาวอีสานเชื่อกันว่าหากไปทำบุญในช่วงบุญเข้ากรรมนี้โดยการจัดข้าวของเครื่องใช้อุปโภคบริโภคถวายพระ จะได้บุญเป็นอันมาก จึงยึดเป็นหนึ่งงานบุญในฮีต12 ของชาวอีสานเรื่อยมา

ครบถ้วนกระบวนความครบทั้ง 12 เดือน ท่านผู้อ่านคงจะได้รู้จักประเพณีฮีต12 คอง 14 ดีมากขึ้นอย่างแน่นอน และคงจะทำให้ผู้อ่านเดินทางท่องเที่ยว ณ ใจกลางอีสานได้อย่างซาบซึ้งในวัฒนธรรมประเพณี ตื่นตากับกิจกรรมหลากหลายที่จะสร้างความสุข สนุกสนาน และความอิ่มเอมใจ ทั้งยังช่วยสืบสานวัฒนธรรมอันมีค่านี้ให้อยู่คู่แผ่นดินอีสานต่อไปด้วย

สนใจค้นหาข้อมูลเพิ่มเติม 

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานลอสแอนเจลิส  โทร : 323.461.9814  

หรือที่ na.tourismthailand.org

ขอบคุณภาพ : www.tatcontactcenter.com