Get Adobe Flash player

ย่างย่ำริมแม่น้ำเจ้าพระยา โดย เอ สุริยะ

Font Size:

ได้ยินคนบ่นกันบ่อยๆ เรื่องเมืองไทยร้อนมากในช่วงนี้ จะไปไหนมาไหนเหงื่อแตกเหงื่อแตนไม่สบายตัวเอาเสียเลย ในเมื่อเราเปลี่ยนแปลงธรรมชาติไม่ได้ ก็ขอให้ทุกคนปรับตัวให้เข้ากับธรรมชาติแล้วกันครับ ทำใจร่มๆ หาที่พักผ่อนหย่อนใจที่มีลมพัดเย็นๆ แถวๆ ริมแม่น้ำดีกว่านะครับ

พูดถึงแหล่งท่องเที่ยวใหม่ริมน้ำเจ้าพระยาในกรุงเทพมหานคร มีการปรับรูปโฉมใหม่หลายที่ ทำให้น่าเดินเล่นขึ้นอีกเยอะ ฉบับนี้ ผมเลยจะขอเชิญชวนคุณผู้อ่านไปเดินทอดน่องรับลมเย็นๆ คลายร้อนกันซักที่สองที่นะครับ

แต่ก่อนแต่ไร เคยนึกอิจฉาบ้านอื่นเมืองอื่น ที่เขาวางผังเมืองโดยเฉพาะริมแม่น้ำให้เป็นที่เดินเล่นรับอากาศบริสุทธิ์ เช่นที่ ปารีส ลอนดอน โรม แต่พอมาย้อนคิดถึงบ้านเรา ทำไมมันสะเปะสะปะ หาความเป็นระเบียบเรียบร้อยไม่ได้เอาซะเลย คิดไปไม่ทันไร เมืองไทยก็ได้ฤกษ์ปรับปรุง คืนความสวยงามของริมน้ำเจ้าพระยาให้เป็นที่เดินเล่นของชาวกรุงและนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างประเทศแล้วครับ ที่แรกที่ผมจะพาทุกท่านไป คือ ท่ามหาราชCommunity Mallสุดกิ๊บเก๋ที่ตอบรับไลฟ์สไตล์ของชาวกรุงได้อย่างดี เปลี่ยนบรรยากาศจากห้างสรรพสินค้าใหญ่โต มาเดินช้อปปิ้ง หรือนัดเพื่อนฝูงมาเฮฮาสังสรรค์ในร้านเท่ห์ๆ ชิคๆ ด้วยท่ามหาราชแห่งนี้ วางคอนเซ็ปท์ไว้ว่า  Riverside Eatery, Urban Oasis, Art&Culture Marketโดยใช้กลุ่มอาคารพาณิชย์ที่มีอยู่ดั้งเดิม และเปิดเป็น Riverside walk ให้ผู้คนได้เข้าถึงแม่น้ำมากขึ้น เป็นสถานที่รับประทานอาหาร นั่งชิลริมนํ้า เดินเล่นพักผ่อนหย่อนใจและสัญจรทางน้ำสำหรับนักท่องเที่ยวและผู้คนทั่วไปเรียกว่ามีทุกอย่างครบครัน นักท่องเที่ยวจะได้เห็นวัฒนธรรมของชุมชนในแถบนี้ ที่มากไปด้วยศิลปะ มีร้านอาหารอร่อยๆ ที่มีประวัติความเป็นมายาวนานที่อยู่คู่กับชุมชนมาแต่ดั้งเดิม นอกจากนี้ในแต่ละช่วงเวลา ก็จะมีการจัดกิจกรรมที่น่าสนใจตลอดทั้งปี อย่างเช่น ในวันที่ 12-14 มิถุนายน 2558 ผู้ที่รักการปั่นจักรยานสามารถไปร่วมงาน Tha Maharaj Night Bike Market ซึ่งจะมีการออกบูธขายอุปกรณ์ตกแต่งรถจักรยาน และมีกิจกรรม Night Ride Trip การขี่จักรยานชมเกาะรัตนโกสินทร์ในยามค่ำคืนอีกด้วย หรือใครสนใจจะนั่งรถตุ๊กตุ๊กทัวร์รอบเกาะรัตนโกสินทร์ก็สามารถติดต่อตุ๊กตุ๊กที่จอดอยู่ตรงท่าแห่งนี้ได้เลยครับ ท่ามหาราชแห่งนี้ มีร้านค้าถึง 42 ร้าน เปิดตั้งแต่ 10 โมงเช้าจนถึง 4 ทุ่ม นอกจากร้านอาหารแล้ว ยังมีตลาดนัดพระเครื่องติดแอร์ ซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์ของถิ่นนี้ ใครเป็นเซียนพระเครื่องก็สามารถเดินเช่าพระได้อย่างสบายใจสบายอารมณ์กว่าแต่ก่อนครับ

การเดินทาง : สามารถเดินทางได้ทั้งเรือ, รถยนต์, รถไฟฟ้าบีทีเอส และรถเมล์ ดังนี้
เรือด่วนเจ้าพระยาธงเขียว ส้ม แดง เหลือง มาลงท่าพรานนก/วังหลัง (N10) แล้วนั่งเรือข้ามฟากจากท่าวังหลัง มาท่าวัดมหาธาตุ หรือเรือด่วนเจ้าพระยา ธงเขียว หรือส้ม ลงที่ท่าช้าง (N9) และเดินมาท่ามหาราช หรือนั่ง Chao Praya Tourist Boat (CTB) ธงฟ้า มาลงท่ามหาราช
รถส่วนตัวจากถนนราชดำเนิน เลี้ยวซ้ายตรงมาเข้าท้องสนามหลวงก่อนขึ้นสะพานพระปิ่นเกล้า เลี้ยวขวาเข้าถนนหน้าพระลาน ผ่านพระบรมมหาราชวัง และเลี้ยวขวาเข้าถนนมหาราช ท่ามหาราชจะอยู่ทางซ้ายมือคุณสามารถเข้ามาจอดรถที่อาคารจอดรถภายในโครงการได้เลยครับ
รถไฟฟ้า BTSลงที่สถานีตากสิน (S6) ต่อเรือด่วนเจ้าพระยาที่ท่าเรือสาทร (ธงแดง เหลือง เขียว ส้ม) ลงท่าพรานนก/วังหลัง (N10) หรือ ท่าช้าง (N9) และ เรือท่องเที่ยวเจ้าพระยา (CTB) มาลงท่ามหาราช
รถโดยสารประจำทางลงหน้าท่ามหาราช สาย 32, 53, 124, 203, 201, ปอ.32, ปอ.524

ที่เที่ยวริมน้ำเจ้าพระยาอีกที่ ที่ผมอยากจะแนะนำ คือ เอเชียทีค เดอะริเวอร์ฟร้อนท์ ( Asiatique The Riverfront)ที่ตั้งอยู่บนถนนเจริญกรุง และอยู่ติดกับแม่น้ำเจ้าพระยา เดี๋ยวนี้ นักท่องเที่ยวที่ยังไม่เคยไปเมืองไทย มักจะเรียกร้องอยากชมบรรยากาศสวยๆ ริมแม่น้ำ ผมก็พาไปเอเชียทีคนี่ล่ะครับ เพราะเป็นแหล่งชอปปิ้งและแฮงเอาต์ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ และเป็นแหล่งรวบรวมร้านค้ามากมาย มีทั้งของใช้ ของฝาก เสื้อผ้า และอื่นๆ อีกมากมาย แถมยังมีร้านอาหารทั้งเล็กและใหญ่ให้เลือกชิมแบบนานาชาติ ที่สำคัญก็คือ บริเวณที่ตั้งนั้นอยู่ติดกับแม่น้ำเจ้าพระยา ทำให้บรรยากาศการเดินเล่นเป็นแบบสบายๆ ได้ชมทิวทัศน์งามๆ ของแม่น้ำเจ้าพระยา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในยามที่พระอาทิตย์เริ่มลับขอบฟ้า จะมีนักท่องเที่ยวควงคู่มานั่งเล่นรับลมเย็นๆ โรแมนติคมากครับ แต่นอกจากจะมาชมบรรยากาศสวยๆ ในย่านริมน้ำนี้แล้ว ยังมีประติมากรรมที่สะท้อนถึงวิถีชีวิตของคนงานท่าเรือ มีปั้นจั่นรางเลื่อนตัวเก่า ที่ยังติดตั้งอยู่บริเวณริมแม่น้ำ ทำให้ได้ย้อนไปถึงเมื่อวันที่ท่าเรือแห่งนี้ยังคงมีความสำคัญอยู่ และยังปรากฏอาคารสถาปัตยกรรมโบราณที่ในอดีตเคยเป็นอาคารของบริษัท อีสต์เอเชียติก แต่ปัจจุบันอยู่ในระหว่างการปรับปรุงให้มีสภาพดีขึ้น ไฮไลท์อีกอย่างหนึ่งคือ การขึ้นไปนั่งบนชิงช้าสวรรค์ชมแม่น้ำเจ้าพระยา หรือที่เรียกว่าเอเชียทีคสกาย ( Asiatique Sky) แม้จะเทียบกับลอนดอนอาย(London Eye)ไม่ได้ แต่ก็ได้บรรยากาศความเป็นไทยและได้ชมทิวทัศน์กรุงเทพในยามค่ำคืนที่มีเสน่ห์มากๆ อีกด้วยครับ

การเดินทาง: สามารถเดินทางได้ทั้งเรือ, รถยนต์, รถไฟฟ้าบีทีเอส และรถเมล์ ดังนี้

รถไฟฟ้า BTS

นั่งรถไฟฟ้า BTS ลงสถานีสะพานตากสิน แล้วต่อเรือโดยสารของเอเชียทีค (ฟรี) มาทุก 15 นาที ( รอบสุดท้ายจากเอเชียทีค 23:00 ) / ถ้าไม่อยากรอ มีเรือโดยสาร 20 บาท

รถโดยสารประจำทาง

รถเมล์สาย 1 75 35, ปอ.504

รถส่วนตัว

วิ่งไปตามเส้น ถ.เจริญกรุง (มีที่จอดรถ)
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่ครับ  http://www.thaiasiatique.com/index.php/th/view/page/getting-here

เป็นอย่างไรกันบ้างครับ ชวนกันไปย่างย่ำ ริมแม่น้ำเจ้าพระยาช่างเพลินตาเพลินใจเสียจริง เดินเพลินๆ ก็นึกถึงเพลงกรุงเทพราตรีของสุนทราภรณ์นะครับ เนื้อร้องที่ว่า “...โอ้กรุงเทพเมืองฟ้าอมร สมเป็นนครมหาธานี สวยงามหนักหนายามราตรี งามเหลือเกินเพลินเพลินฤดี ช่างงามเหลือที่จะพรรณนา....” ฟังเพลงนี้แล้วชมความงามของกรุงเทพริมน้ำเจ้าพระยายามราตรีนี่มันช่างมีความสุขอย่างบอกไม่ถูกเลยล่ะครับ

สนใจค้นหาข้อมูลเพิ่มเติม

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานลอสแอนเจลิส  โทร : 323.461.9814 

หรือที่ na.tourismthailand.org