Get Adobe Flash player

พาฝรั่งเรียนรู้วิถีไทยในเมืองตราด ตอนสุดท้าย โดย เอ สุริยะ

Font Size:

 

 

ถึงวันสุดท้ายแล้วสำหรับทริปนี้ในจังหวัดตราด ผมพาสื่อไปล่องคลองท่องสวนบนเส้นทางป่าจาก ทุกคนจะได้สัมผัสวิถีชีวิตอันเรียบง่าย ณ ดินแดนสามน้ำที่อุดมสมบูรณ์ ที่นี่คือ กลุ่มการท่องเที่ยวเชิงนิเวศตำบลห้วยแร้ง จังหวัดตราด

ดินแดนแห่งนี้มีสมญาว่า ดินแดนสามน้ำ มีเรื่องเล่ากันว่า เมื่อก่อนรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 หลังจากที่สัมปทานป่าไม้หมดไป ชาวบ้านได้เริ่มเข้ามาจับจองพื้นที่ตำบลห้วยแร้ง เพื่อทำการเกษตรและอยู่อาศัย ต่อมาฝรั่งเศสได้เข้ามายึดหัวเมืองตราดเป็นตัวประกัน และพบว่าภายในผืนป่าตำบลห้วยแร้งมีต้นไม้ใหญ่ลักษณะสวยงามเป็นพิเศษ มีชื่อเรียกตามภาษาท้องถิ่นว่า "ต้นไคร้ย้อย" แต่ชาวฝรั่งเศสไม่สามารถออกเสียงได้ จึงเรียกเพี้ยนเป็น "ต้นครูซ" ส่วนชื่อ "ห้วยแร้ง" ตามคำบอกเล่าในตำนาน มาจากสมัยก่อนมีลำห้วยขนาดใหญ่ ในลำห้วยมีนกแร้งมาหากินเป็นจำนวนมาก จนกลายเป็นที่อยู่อาศัยของนกแร้ง ในปัจจุบัน เมื่อน้ำลดจะเห็นก้อนหินมีรูปร่างคล้ายนกแร้ง จึงเป็นชื่อ "ห้วยแร้ง" ในที่สุด

ตำบลห้วยแร้งมีพื้นที่เชื่อมโยงกับลำคลอง ชุมชนอาศัยหากินอยู่กับคลองห้วยแร้งมาตั้งแต่บรรพบุรุษ เปรียบเสมือนเส้นเลือดใหญ่ของคนทั้งตำบล และยังมีระบบนิเวศคลอง 3 น้ำ ที่สมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งในโลก คือ น้ำจืด น้ำกร่อย และน้ำเค็ม จึงเกิดเป็นความหลากหลายทางชีวภาพ โดยเฉพาะรากฝอยของต้นครูซ ที่เป็นแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำต่างๆ ด้วยความหลากหลายนี้ ทำให้ผืนน้ำและผืนป่าของตำบลห้วยแร้งมีความอุดมสมบูรณ์ เหมาะแก่การทำไร่ทำนา ทำสวนผลไม้ รวมไปถึงประมงพื้นบ้าน เช่น การจับกุ้ง จับปลา เป็นต้น

ต่อมามีนักวิจัยเล็งเห็นว่า นอกจากตำบลห้วยแร้งจะมีระบบนิเวศที่สมบูรณ์แล้ว ยังมีคุณสมบัติพิเศษคือการมีส่วนร่วมของคนในชุมชนที่เหนียวแน่น และการจัดการทรัพยากรที่ดี จึงให้คำแนะนำแก่ชุมชนเพื่อพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวชุมชนอย่างยั่งยืนจนประสบความสำเร็จ และได้รับรางวัลดีเด่น ประเภทแหล่งท่องเที่ยว ในการประกวดรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยปี 2553 จากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และได้รับคัดเลือกให้เป็นชุมชนต้นแบบ 1 ใน 5 ชุมชนจากทั่วประเทศของ Communities Based Tourism (CBT)

สื่ออเมริกัน 5 ท่าน รวมทั้งสื่อจากลอนดอน และโรมจำนวนเกือบ 30 คน ต่างสนุกสนานในการล่องเรือชมธรรมชาติในชุมชนห้วยแร้ง ไดมีประสบการณ์ในการล่องแก่งทวนน้ำไปชมต้นครูซ แม้แสงแดดในยามสายจะร้อนมากเพียงไหน แต่ก็ไม่ทำให้สื่อกลุ่มนี้มีปัญหาเลยแม้แต่น้อย แต่กลับกลายเป็นว่า เรื่องราวต่างๆ และสิ่งที่ได้พบเห็นระหว่างล่องเรือต่างหากที่ดึงดูดความสนใจไปหมดสิ้น นอกจากนี้ยังได้ล่องเรือชมป่าจาก ได้เรียนรู้วิถีชีวิตตั้งแต่การเก็บลูกจาก ตัดใบจากมาทำประโยชน์นานาชนิด เช่น มวนยาเส้น ทำขนมจาก ทำงอบ หรือแม้กระทั่งนำใบจากมามุงหลังคาบ้าน จะเห็นได้ว่าสำหรับชาวห้วยแร้งแล้ว "จาก" คือพืชที่อยู่เคียงข้างวิถีชีวิตของชาวบ้านในแถบนี้มานานแสนนานเลยทีเดียว

กิจกรรมในวันนี้หลังจากล่องเรือเสร็จสรรพแล้ว เราจะไปแวะกันที่บ้านข้าวห่อกาบหมาก ซึ่งเป็นโฮมสเตย์ที่คิดค้นการทำกระเป๋าห่อข้าวด้วยกาบหมาก ภูมิปัญญาของคนโบร่ำโบราณที่นำมาประยุกต์ด้วยการดีไซน์ที่สวยงามทันสมัย สามารถพกพาไปรับประทานระหว่างทางได้ สื่อฝรั่งที่พาไปด้วยต่างหัดห่อข้าวด้วยกาบหมากที่ทางแม่บ้านเตรียมไว้ให้เป็นข้าวผัดน้ำพริกลงเรือ ต่างคนต่างขะมักเขม้นที่จะลงมือห่อด้วยตัวเอง เสร็จแล้วก็นำมาถ่ายรูปอวดเพื่อนๆ ทาง Social medias ต่างๆ กันอย่างสนุกสนาน

จากนั้น พาไปชมการสาธิตการนำเปลือกมังคุดมาแปรรูปเป็นสบู่ ด้วยพิมพ์กระบอกไม้ไผ่ ซึ่งกลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่สร้างชื่อเสียงให้กับชุมชน นอกจากนี้ ยังได้รับการคัดเลือกเป็นหนึ่งใน Creative Tourism จากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยอีกด้วย จากนั้นชวนไปชิมขนมจาก ขนมที่ขึ้นชื่อที่ใช้วัตถุที่หาได้ในท้องถิ่น

สื่อทุกคนต่างง่วนกันทำกิจกรรมอย่างเพลิดเพลิน จนถึงเวลาที่ทุกคนจะต้องเดินทางไปยังท่าเรืออ่าวธรรมชาติ เพื่อลงเรือเฟอร์รี่ข้ามไปยังเกาะช้างใช้เวลาไม่นานนักก็ถึงเกาะช้าง เข้าพักที่โรงแรมเดอะสปา รีสอร์ท

แม้ที่พักจะไม่อยู่ติดทะเล แต่กิจกรรมต่างๆ ที่เราได้เตรียมไว้ให้สื่อได้ทำขณะที่อยู่โรงแรม ช่างทำให้สื่อทุกคนตื่นเต้น เช่น การทำสมาธิ โยคะหรืออบไอน้ำ และนวดผ่อนคลๅยร่างกายและจิตใจ ได้ทำกิจกรรมเหล่านี้ท่ามกลางธรรมชาติที่ล้อมรอบไปด้วยต้นไม้เขียวขจี มีเสียงนกร้องระเบ็งเซ็งแซ่ เพียงแค่นี้ก็ถือเป็นการชาร์ตแบตเตอรี่ที่ดีที่สุดแล้ว

สำหรับอาหารกลางวัน ทางรีสอร์ทๆด้จัดอาหารเพื่อสุขภาพแบบ Raw Food มาให้พวกเราได้รับประทานกันอาหารทั้งหมดเป็นอาหารออแกนิกที่ทำจากผักผลไม้สด รวมถึงธัญพืขที่ไม่ผ่านกระบวนการปรุงแต่งทางเคมี หรือใช้ความร้อนต่ำ เพื่อคงคุณค่าอาหารให้มากที่สุด

จากนั้นก็พาสื่อทั้งหมดไปชมและชิมสวนผลไม้ตามฤดูกาลผลไม้พื้นเมืองของชาวห้วยแรเง คือ เงาะ มังคุด ลองกอง ทุเรียนและระกำพื้นเมือง โดยทุกคนสามารถเดินชมสวนและเก็บผลไม้รับประทานจากต้นได้ทันที อร่อยและปลอดสารพิษและได้สัมผัสถึงรสชาติที่ไม่เหมือนใคร

เอาล่ะ หลังจากเสร็จงานที่เกาะช้างแล้ว ทุกคนก็นังเรือเฟอร์รี่กลับเข้าฝั่งเมืองตราด และเตรัยมตัวกันแยกย้ายเดินทางกลับกรุงเทพด้วยสายการบินบางกอกแอร์เวย์ เที่ยวบินที่ PG308

ถึงเวลาแลัวที่สื่อแต่ละคนต้องแยกย้ายกันกลับภูมิลำเนาของตน เมื่อถึงกรุงเทพแล้ว บ้างก็ขออยู่เที่ยวเมืองไทยต่อ บ้างก็ต้องกลับไปทำหน้าที่ของตน แต่สิ่งหนึ่งที่ทุกคนได้รับคือ ความประทับใจในวิถีชุมชนที่มีลักษณะเป็นเอกภาพ ที่หาไม่ได้แล้วในโลก และภาพความประทับใจต่างๆ เหล่านั้นจะถูกนำมาถ่ายทอดเป็นเรื่องราวบอกต่อๆกันไปตามสื่อต่างๆ ในต่างประเทศทั่วโลก เพื่อแนะนำว่าประเทศไทยของเรา มีดีอย่างไร

สนใจค้นหาข้อมูลเพิ่มเติม

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานลอสแอนเจลิส  โทร : 323.461.9814 

หรือที่ na.tourismthailand.org

ขอบคุณ 7greens.tourismthailand.org