Get Adobe Flash player

เยือนเมืองทอง ท่องสุพรรณบุรี โดย เอ สุริยะ

Font Size:

 

“...ไปไหมแจ่มจันทร์ไปเที่ยวสุพรรณบ้านพี่เมืองสุพรรณบุรีมีของดี มานาน
เพลงอีแซวหนุ่มสาวหอดูดาว บรรหารเจดีย์งามล้ำของโบร่ำโบราณเขามีงานทุกปี
เชิญยอดหญิงอเมซิ่งสุพรรณบุรี...”

เปิดตัวด้วยเพลงอเมซิ่งสุพรรณ ที่ร้องโดยคุณเสรีย์ รุ่งสว่าง ใครร้องเพลงนี้ได้ ในระหว่างที่อ่านทอดน่องท่องไทยไปกับผม ขอให้ฮัมเพลงนี้ไปด้วย จะได้บรรยากาศรสชาติเมืองสุพรรณบุรีไม่น้อยเลยล่ะครับ

ขุมทรัพย์ทางด้านการท่องเที่ยวที่มีคุณค่าของเมืองทองแห่งนี้มีไม่น้อยเลยทีเดียว วันนี้ ผมจะพาผู้อ่านทอดน่องท่องสุพรรณไปสักหนึ่งเพลินครับ แล้วคุณจะรู้ว่า ความสุขที่ไม่ไกลจากกรุงเทพ มันมีอยู่แค่เอื้อมจริงๆ

เอกลักษณ์ที่เป็นจุดเด่นอย่างหนึ่งของคนสุพรรณคือ สำเนียงพูดเหน่อ เรียกได้ว่าเป็นเหน่อที่ได้มาตรฐาน นักวิชาการของไทยเคยวิเคราะห์กันไว้ว่าน่าจะเป็นสำเนียงหลวง เป็นสำเนียงดั้งเดิมของคนไทย เพราะเจ้าเมืองสุพรรณเคยเป็นกษัตริย์ครองกรุงศรีอยุธยา ได้อพยพผู้คนจากสุพรรณบุรี ไปอยู่ที่ราชธานีศรีอยุธยาด้วย  ภาษาที่ใช้ในราชสำนักสมัยนั้น จึงน่าจะเป็นภาษาที่คนสุพรรณพูดจาอยู่เดิม เมื่อสิ้นอยุธยา ราชธานีย้ายมาอยู่ที่กรุงธนบุรีและพระนคร ก็มีคนจีนจำนวนมากมาตั้งหลักแหล่งทำมาค้าขายกัน ทำให้ภาษาคนกรุงที่เคยเป็นสำเนียงสุพรรณก็เพี้ยนผันปนกับสำเนียงจีน กลายเป็นสำเนียงคนบางกอกไปเสียงเหน่อสุพรรณที่ยังฝังแน่นกับคนพื้นถิ่น บางคนหาว่าน่าขบขัน แท้จริงนั้นเป็นสำเนียงของความเป็นไทย เป็นเสน่ห์เป็นความจริงใจ ที่จะไม่ลบเลือนไปจากหัวใจ และวิถีของคนสุพรรณ

เมืองสุพรรณ เป็นทั้งเมืองแห่งประวัติศาสตร์ มีหลักฐานทางโบราณคดีมากมาย เมืองสุพรรณ เป็นทั้งเมืองในวรรณคดี เขาเล่ากันว่า ที่นี่ ก่อเกิดตำนานเรื่องขุนช้างขุนแผน มีสถานที่ที่เป็นแหล่งอ้างอิงถึงที่อยู่ที่กินของตัวละครในวรรณคดีมากมายหลายแห่งให้ไปชมกัน เมืองสุพรรณ เป็นทั้งเมืองของศิลปินมากมายหลายแขนง ไม่ว่าจะเป็นครูมนตรี ตราโมท ศิลปินแห่งชาติสาขาดนตรีไทย ปี 2528 แม่บัวผัน จันทร์ศรี ศิลปินแห่งชาติสาขาเพลงพื้นบ้านปี 2533 ครูแจ้ง คล้ายสีทอง ศิลปินแห่งชาติสาขาศิลปะการแสดง (คีตศิลป์) ปี 2538  ขวัญจิต ศรีประจันต์ ศิลปินแห่งชาติสาขาศิลปะการแสดง (เพลงพื้นบ้าน เพลงอีแซว) ปี 2539 ไวพจน์ เพชรสุพรรณ ศิลปินแห่งชาติสาขาศิลปะการแสดง (เพลงลูกทุ่ง) ปี 2540 นอกจากนี้ พุ่มพวง ดวงจันทร์ ราชินีลูกทุ่งผู้ล่วงลับไปแล้ว แต่ยังทิ้งผลงานอันเป็นอมตะไว้มากมาย ก็เป็นลูกหลานแห่งเมืองสุพรรณเช่นกัน

เกริ่นมายาวพอสมควร คราวนี้ก็ถึงเวลาชมเมืองกันเสียที ใช่เพียงแต่ทุ่งข้าวเขียวขจีเท่านั้น เมืองสุพรรณบุรี ยังมีหลายสิ่งหลายอย่างให้ชมโดยไม่รู้หน่ายเลยครับ ทั้งหอคอยสูงเสียดฟ้า ชื่อว่าหอคอยบรรหาร-แจ่มใส ทุกท่านสามารถชมวิวเมืองสุพรรณในจุดที่สูงที่สุดเห็นทิวทัศน์เมืองสุพรรณแบบไกลสุดลูกหูลูกตา หลังจากนั้นไปชมพิพิธภัณฑ์ลูกหลานพันธุ์มังกร (อุทยานมังกรสวรรค์) อลังการด้วยมังกรสวรรค์งามสง่าสูงเสียดฟ้า ให้ทุกคนได้รู้ถึงความยิ่งใหญ่ของคนไทยเชื้อสายจีน และศึกษาเรื่องราวของอารยธรรมจีนที่มีมากว่า 5,000 ปี พิพิธภัณฑ์ลูกหลานพันธุ์มังกรแห่งนี้ เปิดให้เข้าชมทุกวันพุธถึงวันอาทิตย์

ชมมังกรเสร็จแล้ว อย่าลืมแวะไปชมควายยิ้ม ที่หมู่บ้านอนุรักษ์ควายไทย ไปสัมผัสชีวิตชาวสุพรรณให้ถึงแก่น สะท้อนถึงความสัมพันธ์ของชาวนาไทยกับควายที่มีมาอย่างเนิ่นนาน หมู่บ้านอนุรักษ์ควายไทย อ.ศรีประจันต์ เปิดให้ชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.00 น.- 18.00 น.

มาถึงสุพรรณกันทั้งนี้ ต้องไหว้ศาลหลักเมือง และแวะสักการะหลวงพ่อโต วัดป่าเลไลยก์ เพื่อยืนยันว่าถึงเมืองสุพรรณกันแล้ว จากนั้นเดินชมเรื่องราวของจิตรกรรมฝาผนังที่บอกเล่าเรื่องราวของวรรณคดีเรื่องขุนช้างขุนแผน เดินชมกันแล้ว ก็อย่าเผลอคิดว่าตัวเองเป็นนางพิมพิลาไลเชียวนะครับ

ที่เที่ยวอีกแห่งที่เมื่อมาถึงสุพรรณแล้วต้องห้ามพลาด ก็คือ ตลาดโบราณย้อนยุค สามชุกร้อยปี เป็นตลาดห้องแถวไม้ที่โบราณ แต่ยังคงดำรงสภาพเดิมไว้ได้มากที่สุด ภาพวิถีีชีวิตของผู้คนในชุมชนสถาปัตยกรรมโบราณ เชิงชายไม้แกะสลัก อาคารพิพิธภัณฑ์บ้านขุนจำนงค์ จีนารักษ์ - ร้านขายยาจีน - ไทยโบราณ - ร้านกาแฟโบราณ - ร้านถ่ายรูปโบราณ ฯลฯ ยังคงมีสภาพ และรูปแบบเดิมเหมาะแก่การอนุรักษ์ และรักษาให้เป็นบันทึกของชีวิตริมแม่น้ำท่าจีนอีกแห่งหนึ่งมาถึงตลาดสามชุก อย่าลืมแวะชิมข้าวห่อใบบัวนะครับ อร่อยมากขอบอก

นอกจากตลาดสามชุกแล้ว ยังมีอีกตลาดที่อยากพาท่านไปชมครับ ตลาดที่ว่าคือ ตลาดเก้าห้อง ซึ่งเป็นตลาดห้องแถวเก่าแก่ ตั้งอยู่ริมฝั่งน้ำท่าจีน อายุประมาณ 100 ปี สร้างประมาณต้นรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า เจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5  ปัจจุบันตั้งอยู่ในเขตเทศบาลตำบลบางปลาม้า หมู่ที่ 2 ตำบลบางปลาม้า จังหวัดสุพรรณบุรี จากเอกสารที่มีผู้เขียนเกี่ยวกับประวัติตลาดเก้าห้อง และจากคำบอกเล่าของผู้สูงอายุ คำว่า “ตลาดเก้าห้อง” น่าจะนำมาจากชื่อของบ้านเก้าห้อง ซึ่งเป็นบ้านโบราณมีประวัติสืบทอดมายาวนานตลาดเก้าห้องเล่ากันว่าสร้างขึ้นโดยชาวจีนคนหนึ่งชื่อ “นายฮง” อพยพมาจากกรุงเทพฯ มาทำมาค้าขายอยู่บริเวณละแวกบ้านเก้าห้อง กิจการค้ารุ่งเรืองดี ในราว พ.ศ. 2424 ได้แต่งงานกับ “นางแพ” ซึ่งเป็นหลานสาวของขุนกำแหงฤทธิ์แห่งบ้านเก้าห้อง และได้ประกอบอาชีพค้าขายที่แพ ซึ่งสร้างขึ้นไว้ 1 หลัง จอดอยู่ริมน้ำหน้าบ้านเก้าห้อง ซึ่งในสมัยก่อนเป็นย่านค้าขายที่มีเรือนแพขายของสองฝั่งแม่น้ำ นายฮง หรือที่ชาวบ้านมักนิยมเรียกว่า “เจ๊ก-รอด” ทำการค้าขายสินค้าทุกประเภทโดยเฉพาะเครื่องบวช เครื่องมืออุปกรณ์ทำนา และเครื่องอุปโภคบริโภคทั้งหลายจนร่ำรวย และรู้จักกันในนามต่อมาว่า “นายบุญรอด เหลียงพานิช”ในอดีตตลาดเก้าห้องนอกจากจะเป็นศูนย์กลางการค้าขายแล้วยังเป็นศูนย์กลางการคมนาคมทางน้ำที่สำคัญ ผู้คนจากพื้นที่ใกล้เคียงที่จะเดินทางหรือไปทำการค้าขายในตัวเมืองสุพรรณบุรี และกรุงเทพฯ จะต้องมาลงเรือโดยสารที่ตลาดเก้าห้อง เพราะสมัยก่อนหนทางยังไม่เจริญ จึงต้องใช้การคมนาคมทางน้ำ 
เป็นหลัก  ก่อนจะกลับบ้านไป อย่าลืมแวะซื้อของฝากขึ้นชื่อของเมืองสุพรรณก่อนกลับ นั่นก็คือ ขนมสาลี่ ที่ขายกันมานานกว่า 40 ปี

สุพรรณบุรี เป็นเมืองที่มากด้วยสีสัน ทั้งแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ แหล่งท่องเที่ยวทางการเกษตร และแหล่งท่องเที่ยวทางศิลปวัฒนธรรมที่งดงาม มีพิพิธภัณฑ์ที่ทันสมัย ใช้เวลาไม่นานก็สามารถทำความรู้จักกับเมืองอู่ข้าวอู่น้ำแห่งนี้ได้อย่างครบรสเลยทีเดียวครับ

 

สนใจค้นหาข้อมูลเพิ่มเติม

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานลอสแอนเจลิส  โทร : 323.461.9814 

หรือที่ na.tourismthailand.org

ขอบคุณภาพ www.suphan.biz