Get Adobe Flash player

เขาเล่าว่า ตอนที่ ๒ โดย เอ สุริยะ

Font Size:

 

มาต่อกันกับเรื่องราวแหล่งท่องเที่ยวที่เขาเล่าว่าต่อๆ กันมา จนเป็นเรื่องราวชวนติดตามและควรค่าแก่การเดินทางทอดน่องท่องไปตามรอยคำบอกเล่านั้น ฉบับนี้ ไปทางภาคอีสานกันบ้างครับ

“เขาเล่าว่า” ในภาคอีสาน

. “หินชมนภา” หาดชมดาว อ.นาตาล จ.อุบลราชธานี

เขาเล่าว่า … ณ หาดหินรูปทรงประหลาดอันกว้างใหญ่ ในฤดูน้ำโขงลด จะมีหินกลางน้ำผุดขึ้นมาให้เราได้เห็น ชาวบ้านเชื่อกันว่าให้หาหินนี้ให้พบเพราะเป็นจุดชมท้องฟ้าที่ส่องแสงและมีสีสันที่สวยที่สุด ทั้งแสงแรกแห่งรุ่งอรุณ และทะเลดวงดาว สวยระยิบระยับเต็มท้องฟ้าในยามคืนข้างแรม ท้องฟ้าที่สวยและงดงามดั่งฝัน ใครได้มาเซล์ฟฟี่ตรงนี้ก็จะทำให้เราได้สัมผัสกับชีวิตที่สวยงามดั่งฝัน และอย่าลืมแชร์ความสวยงามนี้ไปให้คนอื่นๆได้เห็นกันด้วย

หาดชมดาวแห่งนี้เปรียบคล้ายเป็นห้องแสดงผลงานศิลปะ ที่มีเจ้าของผลงานคือ ธรรมชาติ ความมหัศจรรย์อยู่ที่ความงดงามของแก่งหินน้อยใหญ่อันเกิดจากการสร้างสรรค์ผลงานยาวนานนับพันปี การกัดเซาะผิวหินที่ทำให้เกิดความสวยงามแตกต่างหลายหลากรูปทรง

. “มหายุทธแดนอีสาน” พิพิธภัณฑ์พญาคันคาก อ.เมือง จ.ยโสธร

เขาเล่าว่า … กาลครั้งหนึ่งที่อีสานแล้ง เพราะฝนไม่ตกต่อเนื่องกันถึง ๗ปี ๗เดือน ๗วัน  จนทำให้พญามหายุทธแดนอีสานอาสานำสัตว์ต่างๆ เช่น ช้างม้าวัวควายปลวกผึ้ง และต่อแตน ขึ้นไปรบพญาแถนจนชนะ ฝนจึงตกมาตามเดิม โดยมีข้อแม้ว่า ต้องจุดบั้งไฟขึ้นไปบอกกล่าวทุกปี ทั้งหมดนี้จึงเป็นเรื่องราวที่มาของประเพณีบั้งไฟ

พิพิธภัณฑ์พญาคันคากจะก่อสร้างเป็นรูปคางคกซึ่งถือเป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ที่น่าสนใจของจังหวัดยโสธรเป็นพิพิธภัณฑ์ที่สอดแทรกตำนานเกี่ยวกับพญาคางคกและบั้งไฟโดยจัดฉายเป็นภาพยนตร์ ๔มิติ และนิทรรศการเกี่ยวกับคางคกชนิดต่างๆ ที่พบได้ในเมืองไทย ว่ากันว่า เป็นคางคกตัวใหญ่ที่สู้กับเมอร์ไลอ้อนในสิงคโปร์ได้อย่างสบายเลยครับ

. “ถ้ำพญานาค” ศาลพญานาค ใต้สะพานมิตรภาพไทยลาวแห่งที่ 2 อ.เมือง จ.มุกดาหาร

เขาเล่าว่า … จากความเชื่อทางพุทธศาสนาและศรัทธาของชุมชนลุ่มแม่น้ำโขงที่มีต่อพญานาค เชื่อกันว่า ณ เสาต้นที่ ๒ของสะพานมิตรภาพข้ามแม่น้ำโขงเป็น “ถ้ำพญานาค” ที่มีความศักดิ์สิทธิ์ ชาวบ้านเชื่อว่า เป็นจุดที่ท่านจะขึ้นมาเพื่อให้พรและปกปักรักษาลูกหลาน ใครที่ได้มาสักการะให้ขอพรพญานาค ณ ถ้ำพญานาค ขอโชคลาภ ความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน และความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิตมักสำเร็จผล

ในการเดินทางข้ามสะพานนี้ จะต้องใช้บริการรถโดยสารประจำทางระหว่างประเทศ โดยค่าโดยสารท่านละ ๔๕บาท ทางฝั่งไทยจะไม่มีการเก็บค่าธรรมเนียมเหยียบแผ่นดิน ส่วนทางฝั่งลาว มีการจัดเก็บค่าหนังสือเดินทาง (Passport) วันธรรมดา ๒๐ บาท วันหยุด ๔๐บาท หนังสือผ่านแดน (BorderpassและTemporary Borderpass) วันธรรมดา ๕๐บาท วันหยุด ๑๐๐บาท โดยมีจุดจอดรถโดยสารบริเวณเชิงสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ ๒

. “วิมานเทวดา” ภูทอก อ.ศรีวิไล จ.บึงกาฬ

เขาเล่าว่า … เส้นทางสู่โลกแห่งการหลุดพ้นนั้นคือ ความเพียรพยายาม ที่นี่คือแดนสวรรค์บนดินที่ทุกคนสามารถไปสัมผัสปรัชญาทางธรรม โดยใช้ความเพียรและครองสติขึ้นจากชั้นที่ ๑จนถึงชั้นที่ ๗เชื่อกันว่าเป็นเสมือนวิมานของเทวดาแห่งป่าหิมพานต์ ใครที่มีโอกาสได้ขึ้นไปปฏิบัติธรรมบนยอดของภูสวรรค์ ๗ชั้น จะถือว่าเป็นมหาบารมี

ภูทอกเป็นภูเขาหินทราย ที่มีวัดเจติยาคีรีวิหาร ตั้งอยู่บนเชิงเขา และมีสะพานไม้สร้างวนเวียนขึ้นไปสู่ยอดเขารวม ๗ชั้น เพื่อเป็นทางเดินขึ้นไปยังกุฏิและถ้ำที่อยู่ตามหลืบผา และมองเห็นความสวยงามของภูมิประเทศเบื้องล่างได้ไกลสุดลูกหูลูกตา ถ้าในวันที่อากาศแจ่มใสอาจมองได้ไกลถึงเทือกเขาในเขตจังหวัดนครพนมเลยทีเดียว

 

. “ผ้าผิวสวย” ผ้าย้อมคราม จ.สกลนคร และ จ.อุดรธานี

เขาเล่าว่า … “ผ้า” สามารถช่วยบำรุงผิวของเราให้สวยได้จากภูมิปัญญาชาวบ้าน ที่นำพืชโบราณที่เป็นที่เลื่องลือในสรรพคุณด้านสุขภาพมาย้อมสีผ้าแบบไร้สารเคมี ที่ทำให้เมื่อใส่จะรู้สึกเย็นสบาย ไม่ร้อน และถูกวิจัยมาแล้วโดยประเทศญี่ปุ่นและสหรัฐอเมริกาว่า สามารถป้องกันรังสียูวีได้ แพทย์พื้นบ้านโบราณยังเชื่อว่า กลิ่นหอมของผ้าทำให้รู้สึกผ่อนคลาย และยังสามารถนำไปนึ่งเพื่อประคบบาดแผลลดอาการอักเสบได้อีกด้วย

โดยเฉพาะผ้าย้อมคราม ที่จังหวัดสกลนครได้รับฉายาว่าเป็นราชาแห่งผ้าย้อมสีธรรมชาติ ด้วยคุณสมบัติสีน้ำเงินสดใส ซึ่งการย้อมมีความละเอียดอ่อน เป็นเทคนิคซับซ้อนสืบทอดมาจากบรรพบุรุษหลายชั่วอายุคน ถ้ามีโอกาสได้ไปเยือน ก็อย่าลืมซื้อติดไม้ติดมือกลับบ้านคนละผืนสองผืนนะครับ

 

 

 

. “แห่นาคโหด” แห่นาคโหด บ้านโนนเสลา อ.ภูเขียว จ.ชัยภูมิ

เขาเล่าว่า … พิธีแห่นาคที่นี่ แปลกประหลาดและโหดที่สุดในโลก บททดสอบความอดทนอดกลั้นของลูกผู้ชาย เพื่อทดแทนพระคุณของ “แม่” ที่ต้องอดทนอดกลั้นกับความเจ็บปวดเมื่อตอนคลอดลูกออกมา และต้องอดทนกับความทรมานในการ “อยู่ไฟ” บนแคร่ไม้ไผ่ ฉะนั้นนาคที่นี่จะสามารถบวชได้ ต้องอดทนกับความเจ็บปวดและครองตัวให้มั่นบนแคร่ไม้ไผ่ที่ถูกเซิ้ง ถูกโยนอย่างรุนแรง และถูกหามแห่ไปรอบๆหมู่บ้านหากใครตกลงมาถูกพื้นดินจะถือว่าขาดคุณสมบัติไม่ให้บวช โดยจะเป็นเช่นนี้ตลอดระยะทางที่แห่รอบหมู่บ้านกว่า 3 กิโลเมตร ซึ่งตั้งแต่มีการปฏิบัติสืบทอดกันมาตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๑๔จนถึงปัจจุบัน ยังไม่มีผู้ใดตกลงมาถูกดินเลยสักราย ถึงแม้จะได้รับบาดเจ็บรุนแรงที่สุด คือ ศีรษะแตกและแขนหลุดก็ตาม ศรัทธามหามงคลยังดำเนินต่อไปตามความเชื่อและความรู้สึกในเส้นทางศาสนา แม้จะแห่ด้วยความโหด แต่ด้วยความมุ่งมั่นตลอด ๓-๔ชั่วโมงอย่างต่อเนื่อง และรอบโบสถ์วัดอีก ๓รอบ ความศรัทธายังไม่เสื่อมคลาย
สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ ถือเป็นความเชื่อของชาวอีสานหล่อหลอมมาตั้งแต่ในอดีต เพื่อเป็นการเพิ่มกำลังใจ และความตั้งมั่นของผู้บวชจึงมีการจัดประเพณีนี้ขึ้น อีกทั้งยังคงความเป็นเสน่ห์ของวัฒนธรรมที่ยั่งยืน ควรค่าแก่การเรียนรู้และสืบทอดต่อไปอีกด้วย

เรื่องราว “เขาเล่าว่า” จากปากสู่ปากของชาวบ้านในแต่ละท้องถิ่นเมื่อผสมกลมกลืนไปกับเรื่องราวของแหล่งท่องเที่ยวในแต่ละถิ่นที่ ทำให้เราสามารถสนุกไปกับเรื่องราวและรู้สึกตื่นเต้นที่จะได้เห็น ได้รู้สิ่งแปลกๆ ใหม่ เกิดภาพความประทับใจและสร้างสีสันให้กับการเดินทางให้สนุกมากขึ้น ประเทศไทยยังมีเรื่องราวที่ผ่านการบอกเล่าอีกหลายที่ ฉบับหน้าไปเที่ยวตามเรอยเขาเล่าว่าที่ภาคกลางกันบ้างครับ รับรองสนุกไม่น้อยกว่าที่อื่น

ติดตามต่อฉบับหน้าครับ

สนใจค้นหาข้อมูลเพิ่มเติม

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานลอสแอนเจลิส  โทร : 323.461.9814 

หรือที่ na.tourismthailand.org