Get Adobe Flash player

น่าน..น่ะสิ โดย เอ สุริยะ

Font Size:

มีคนร้องขอว่าทำไมไม่พาทอดน่องท่องไปในเมืองน่านบ้าง นั่นสิครับ ผมลืมน่านไปได้อย่างไร ทั้งๆ ที่เป็นเมืองที่อยู่ในความทรงจำที่ดีของผม น่านเป็นเมืองเล็กๆ ที่มีเสน่ห์หลายอย่าง ทั้งผู้คนที่มีอัธยาศัยไมตรี ยิ้มแย้มแจ่มใส เป็นเมืองพุทธที่มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง มีวัฒนธรรมที่น่าหลงใหล มีศิลปะพื้นถิ่นที่น่าจับตา มีเอกลักษณ์ที่จับใจ อยู่ช้าไม่ได้แล้ว วันนี้ ผมจะพาไปเที่ยวน่านกัน

ได้ฟังเพลงน่านน่ะสิ ของพี่จุ้ย ศุ บุญเลี้ยง อดีตศิลปินวงเฉลียง ที่แต่งเพลงน่านน่ะสิ และบอกเล่าเรื่องราวประทับใจของการไปเยืนเมืองน่านได้อย่างน่าฟัง คุณผู้อ่านลองไปเปิดยูทูปฟังได้ ท่วงทำนองที่ไพเราะฟังแล้วทำให้คนที่เคยไปน่านต้องกลับมาฟังอีกครั้ง แล้วคิดตามและนึกถึงความสุขที่เคยไปเยือนในที่แห่งนี้ หรือหากใครที่ยังไม่เคยไปน่าน ลองได้ฟังเพลงนี้ คงอยากหาเวลาว่างที่จะต้องไปเที่ยวน่านสักครั้งในชีวิตเป็นแน่

“..นาน นานเท่าใดกว่าจะเดินทางไกลออกไปพบเจอเมืองที่มีหมอกมัวสลัว ๆ และสายฝนพรำจำ ๆ ขึ้นใจเส้นทางอันห่างไกลผ่านไพรพนาข้ามภูผา... ข้ามฟ้าให้มาพบเจอ

โอ้เจ้านกนางแอ่นเจ้ารู้เจ้าจึงโผบินจากแดนใด...มาหาถิ่นเกาะถิ่นพักใจใกลแสนไกลไม่ย่อไม่ท้อ
มีกี่คนที่ดั้นด้นมา ด้วยรับรู้ว่ามีเมืองนี้งามเหมาะสมพอดิบพอดี ให้มาพักพิง
น่านนะสิ น่านนะสิมากี่ที ๆ อยากอยู่นาน ๆ
วายยังไม่วาย..ตลาดยังมีความหมายยังคงขายดียามค่ำคืนไม่มีแสงสียังมีบัวลอย
บัวลอยไข่หวานไม่ต้องเติมน้ำตาลก็หวานจับใจ...ด้วยรอยยิ้มป้านิ่มสดใส ละไมละมุน
น่านนะสิ น่านนะสิกินกี่ที ๆ ก็ยังติดใจ
เก็บบันทึกภาพความสดใสอยากให้ใครชื่นชมแบ่งปันเก็บความฝันเมืองน่านนิรันดร์
ร้อยความทรงจำเก็บความงามของน่านวันนี้เก็บดีๆ ให้ลูกให้หลาน

เก็บน่านนี้ให้นานเนิ่นนาน...หรือจางหายไป
น่านนะสิ น่านนะสินานกี่เดือนกี่ปีก็ยังงดงามน่านนะสิ น่านนะสิเก็บน่านให้ดีๆ ให้นาน น้าน น่าน.....”

จับใจเลยใช่มั้ยครับ ไปหาฟังดูนะครับ พี่จุ้ยแต่งเพลงนี้ จนเห็นภาพเลยล่ะครับ

เมืองน่านเป็นเมืองเก่าที่มีวัฒนธรรมอันโดดเด่น มีแหล่งท่องเที่ยวที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยจัดให้เป็นเมืองต้องห้าม..พลาด หมายความว่า ไม่ไปไม่ได้แล้ว ใครยังไม่ไปถือว่าพลาดอย่างแรง  ผมเคยเขียนแนะนำในคอลัมน์นี้เกี่ยวกับน่านเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ผมเคยชวนไปดอยเสมอดาว ในอุทยานแห่งชาติศรีน่าน จูงมือคนรักไปที่ดอยนี้ เพื่อไปสร้างตำนานรักของตัวเอง เพราะที่นี่ คุณจะได้นอนกินลมชี้ชมดาวกระหนุงกระหนิงกันสองคน โรแมนติกที่สุดแล้ว แต่คราวนี้ผมจะพาลุยให้ทั่วน่านเลยครับ

น่าน เมืองที่เป็นตำนานแห่งขุนเขา เมืองเก่าที่มีชีวิต และมีวัฒนธรรมที่โดดเด่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาพกระซิบรักบันลือโลก ภาพจิตรกรรมอมตะของปู่ม่านย่าม่านในโบสถ์วัดภูมินทร์ อันเป็นปฐมบทของการกระซิบรักที่ละมุนละไมที่สุดในตำนานรักของเมืองไทย ไม่มีใครรู้หรอกครับว่าหนุ่มสาวในจิตรกรรมอันเป็นตำนานนี้กระซิบกันว่าอย่างไร แต่มีปราชญ์เมืองน่านคือ อาจารย์สมเจตน์ วิมลเกษม ได้ใช้จินตนาการประกอบภาพวาด โดยดูจากสายตาของหนุ่มที่มองหญิงสาวแล้วแต่งกลอนเป็นภาษาเหนือบรรยายถ้อยคำกระซิบรักว่า “ คำฮักน้องกู ปี้จักเอาไว้ในน้ำ ก็กลัวหนาว จักเอาไว้พื้นอากาศกลางหาว ก็กลัวหมอกเมฆซอนดาวลงมาขะลุ้ม จักเอาไปใส่ในวังข่วงคุ้ม ก็กลัวเจ้าปะใส่แล้วลู่เอาไป ก็เลยเอาไว้ในอกในใจ๋ตัวชายปี้นี้ จักหื้อมันไห้อะฮิ้วอะฮี้ ยามปี้นอนสะดุ้งตื่นเววา...” อ่านแล้วอย่าเพิ่งงงภาษาเหนือนะครับ ทั้งหมดนี้ เขากระซิบว่า “ความรักของน้องนั้น พี่จะเอาไปฝากไว้ในน้ำ ก็กลัวเหน็บหนาว จะฝากไว้กลางท้องฟ้า ก็กลัวเมฆหมอกมาปกคลุมความรักของพี่ไปเสีย หากเอาไว้ในวังในคุ้ม เจ้าเมืองมาพบเจอก็จะมาพรากรักของพี่ไป เลยจำต้องเก็บไว้ในอกในใจของพี่เท่านั้น จะปล่อยให้รำพึงรำพันถึงน้องไม่ว่าในยามหลับหรือยามตื่น..” 

ดื่มด่ำกับภาพโรแมนติคของจิตรกรรมฝาผนังวัดภูมินทร์แล้ว อย่าลืมข้ามฝั่งไปชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติน่านด้วยครับ แต่ก่อนเคยเป็นคุ้มของอดีตเจ้าผู้ครองนครน่าน ไฮไลท์ของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ นอกจากจะเป็นวังที่สวยงามแล้ว ยังมีงาช้างดำ ซึ่งเป็นของโบราณเก่าแก่คู่บ้านคู่เมือง เป็นงาช้าง 1 กิ่ง มีครุฑตัวสีน้ำเงินปีกทองแบกงาช้างอยู่อีกที งาช้างกิ่งนี้ไม่ระบุที่มาแน่ชัด แต่จากตำนานที่เล่าสืบต่อมากล่าวว่า อดีตเจ้าผู้ครองนครน่านได้มาจากเมืองเชียงตุง ตอนนั้นเชียงตุงมีงาช้างดำ 1 คู่ เลยแบ่งให้นครน่านมา 1 กิ่งเพื่อเชื่อมสัมพันธไมตรี เดิมเก็บไว้ใน “หอคำ”หรือวังของเจ้าผู้ครองนคร จนเมื่อเจ้ามหาพรหมสุรธาดา เจ้าผู้ครองนครน่านองค์สุดท้ายถึงแก่พิราลัย(เสียชีวิต) ในปี พ.ศ. 2474 บุตรหลานของเจ้าผู้ครองนครจึงมอบให้เป็นสมบัติของเมืองน่าน งาช้างดำนี้มีความเชื่อว่า ถ้าใครได้เก็บไว้ในครอบครองแล้วจะเกิดอาเพศ แต่ถ้าเมืองไหนมีไว้เป็นของส่วนรวม จะถือเป็นวัตถุมงคลที่เกิดผลดีต่อบ้านเมืองนั้น สถานที่ศักดิ์สิทธิ์อีกแห่งหนึ่งที่ต้องไปเยือน คือ วัดพระธาตุแช่แห้งพระธาตุแช่แห้ง เป็นปูชนียสถานศักดิ์สิทธิ์ สร้างในสมัยเจ้าพระยาการเมือง (เจ้าผู้ครองนครน่านระหว่าง พ.ศ.1869-1902) เพื่อเป็นที่ประดิษฐานพระมหาชินธาตุเจ้า 7 พระองค์ พระพิมพ์เงิน และพระพิมพ์ทอง ที่ได้รับพระราชทานจากพระมหาธรรมราชาลิไท เมื่อครั้งที่เจ้าพระยาการเมืองเสด็จไปช่วยสร้างวัดหลวงอภัย

 (วัดป่ามะม่วง จังหวัดสุโขทัยในปัจจุบัน) ในปีพ.ศ. 1897 
แต่เดิมตัว พระธาตุแช่แห้ง ตั้งอยู่บนเชิงเนินปูด้วยอิฐ ลาดขึ้นไปยังยอดเนิน กว้างประมาณ 20 วา มีบันไดนาคขนาบทั้งสองข้าง องค์พระเจดีย์เป็นแบบล้านนาไทย เป็นเจดีย์ทรงระฆัง รูปแบบของพระธาตุแช่แห้ง สันนิษฐานว่าได้รับอิทธิพลจากเจดีย์พระธาตุหริภุญไชย โดยรอบองค์บุด้วยทองจังโก (ทองดอกบวบ ทองเหลืองผสมทองแดง) ทางขึ้นสู่องค์พระธาตุเป็นตัวพญานาค หน้าบันเหนือประตูทางเข้าพระวิหารเป็นปูนปั้นลายนาคเกี้ยว ซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์ของศิลปกรรมเมืองน่าน จากพงศาวดารเมืองน่านกล่าวว่า พระยาการเมือง เจ้านครน่านได้อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุจากกรุงสุโขทัย มาประดิษฐานไว้ที่ ดอยภูเพียงแช่แห้ง และตามตำนานกล่าวว่า พระพุทธเจ้าได้เสด็จมาประทับสรงน้ำที่ริมฝั่งแม่น้ำน่าน ทางทิศตะวันออก ที่บ้านห้วยไค้ และเสวยผลสมอแห้ง ซึ่งพระยามลราชนำมาถวาย แต่ผลสมอนั้นแห้งมาก พระพุทธเจ้าจึงทรงนำผลสมอนั้นไปแช่น้ำก่อนเสวย และทรงพยากรณ์ว่า ต่อไปที่นี่จะมีผู้นำพระบรมสารีริกธาตุมาประดิษฐาน จึงเรียกพระสถูปที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุแห่งนี้ว่า พระธาตุแช่แห้ง

พระธาตุแช่แห้ง เป็นพระธาตุประจำปีเถาะ ชาวล้านนาเชื่อว่า หากได้เดินทางไป "ชุธาตุ" หรือนมัสการพระธาตุประจำปีเกิดจะได้รับอานิสงส์อย่างยิ่ง

กลับมาฟังเพลงน่านน่ะสิกันต่อ..นึกถึงท่อนที่ว่า “บัวลอยไข่หวานไม่ต้องเติมน้ำตาลก็หวานจับใจ...ด้วยรอยยิ้มป้านิ่มสดใส ละไมละมุน..” บัวลอยป้านิ่มก็เลยเป็นสัญลักษณ์ของเมืองน่านไปโดยปริยาย ใครได้มาที่นี่แล้ว ย่อมต้องมาแวะชิมบัวลอยป้านิ่มตามคำร่ำลือ ทั้งเนื้อแป้งที่ทำลูกบัวลอยช่างนุ่มลิ้น รสชาติหวานมันกำลังดี แต่ที่สะดุดปากผมอีกอย่างหนึ่งก็คือไอศครีมไข่แข็ง ที่หากินได้ยากแล้ว

อันที่จริงเมืองน่านแห่งนี้ ยังมีอะไรๆ ที่ชวนให้ทอดน่องไปชมอีกหลายอย่าง เอาไว้สบโอกาสเมื่อไหร่ จะพาไปเยือนอีกครั้ง ผมได้ให้สัญญากับเพื่อนสนิท พี่ชายและน้องชายที่ไปรับราชการอยู่ที่เมืองน่านว่าจะหาเวลาไปเยือนให้ได้ น่านน่ะสินะ..คือจุดหมายปลายทางในครั้งหน้านี้แล้ว

 

สนใจค้นหาข้อมูลเพิ่มเติม

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานลอสแอนเจลิส  โทร : 323.461.9814 

หรือที่ na.tourismthailand.org